You Are Here: Home » Article, Inter Article, MBA Inter, MBA Knowledge, Study Abroad » 4 เคล็ดลับการเตรียมตัวเข้าเรียน B-School

Top Four Business School Preparation Tips

4 เคล็ดลับการเตรียมตัวเข้าเรียน B-School

Top Four Business School Preparation Tips

การสอบเข้า B-school นั้นเป็นเรื่องใหญ่สำหรับใครหลายๆคนเพราะไม่ใช่แค่การวัดดวง แต่เป็นการวัดความสามารถและศักยภาพของแต่ละคน เนื่องจากการสอบเข้าเรียนต่อ MBA นั้นต้องใช้ความสามารถหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นทักษะการเขียน (essay) ความรู้ทางวิชาการ ระบบความคิด ความรู้รอบตัว ฯลฯ ซึ่งการสอบแข่งขันยังนับเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเล็กๆเท่านั้นสำหรับการจะก้าวเป็นผู้นำทางธุรกิจชั้นแนวหน้าในอนาคต ซึ่งหลังจากคุณสอบผ่านเข้าไปเรียนแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าเส้นทางจะโรยด้วยกลีบกุหลาบจนคุณเรียนจบเสมอไป หลายคนล้วนทราบว่ากว่าจะเรียนจบ MBA ได้นั้นยากเย็นเพียงใด

MBA NEWS THAILAND มาพร้อมกับสาระดีๆ อีกเช่นเคย เราจะมาเผยเคล็ดลับ 4 ข้อง่ายๆสำหรับการเรียนและการใช้ชีวิตใน B-School ให้ราบรื่น เพราะในความเป็นจริงแล้วการเตรียมความพร้อมทางด้านวิชาการแต่เพียงอย่างเดียวนั้นอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายเสมอไป แต่การเตรียมความพร้อมแบบไหนที่จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จ..เรามาดูกันเลยค่ะ

1. ติดต่อ/ติดตามเพื่อนร่วมชั้นเรียน

ไม่มีผู้ประสบความสำเร็จคนไหนที่จะสำเร็จได้โดยลำพัง เพราะความเป็นจริงแล้วเครือข่ายหรือที่เราเรียกกันว่า connection นั้นเป็นส่วนประกอบที่จำเป็นสำหรับการสร้างอาชีพเลยก็ว่าได้ จะว่าไปก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจำเป็นต้องรอเรียนจบแล้วจึงค่อยเริ่มหา connection จริงๆ ควรเริ่มตั้งแต่ก่อนเข้าสถาบันด้วยซ้ำ หลายๆสถาบันศึกษาจึงเอื้ออำนวยช่องทางการติดต่อสื่อสาร (social network) ของกลุ่มนักศึกษาทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นศิษย์เก่า นักศึกษารุ่นปัจจุบันหรืออนาคตก็ตาม บางทีการติดต่อกับนักเรียนรุ่นพี่ที่เรียนปี2 อาจจะช่วยคุณได้ก็เป็นได้ ซึ่งช่องทางทั้งหมดนี้สามารถช่วยคุณในการสร้างเครือข่ายที่ดีที่ไม่ใช่แค่ระหว่างช่วงเรียนเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงชีวิตในอนาคตของคุณอีกด้วย

เมื่อคุณเข้าสู่รั้วสถาบัน โอกาสมากมายที่เอื้อต่อการสานสัมพันธ์กับเพื่อนใหม่ๆทั้งเพื่อนร่วมชั้นเรียน เพื่อนในคณะ หรือสมาชิกชมรมต่างๆในสถาบันรอคุณอยู่ ซึ่งช่วงเรียนนี้นับเป็นช่วงเวลาที่หาได้ไม่ง่ายนักเพราะเป็นช่วงเวลาที่ได้ใช้ชีวิตร่วมกับคนหลากหลายภูมิหลังและร่วมเส้นทางเดินเดียวกับคุณ ขอให้รู้ไว้ว่าสิ่งแวดล้อมช่วงระหว่างการเรียน MBA นั้นมีภาวะการแข่งขันกันสูง ฉะนั้นจงใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ให้มากเท่าที่จะมากได้ รวมไปถึงการทำงานแบบทีมเวิร์คที่จะช่วยแบ่งเบาภาระช่วงระหว่างเรียนนี้ไปได้มากทีเดียว

2.เช็คความสามารถของตัวคุณ

ไม่ว่าประวัติการศึกษาของคุณจะเป็นอย่างไรก็ตาม คุณอาจจะเรียนจบปริญญาตรีแล้วเรียนต่อปริญญาโทเลย หรือทำงานสักสองสามปีแล้วถึงสมัครเข้าเรียน MBA ถึงกระนั้นคุณก็อาจจะต้องนับหนึ่งใหม่กับสิ่งต่างๆอยู่ดี เช่น ตำราเรียนหรือสื่อการสอนต่างๆที่ต้องเจอในช่วงปีแรก ช่วงเวลานี้เรียกได้ว่าเป็นช่วงปรับตัวของคุณ โดยหลักสูตรการเรียนส่วนใหญ่มักจะมีแผนการสอนให้ทราบล่วงหน้า ซึ่งเราสามารถเตรียมตัวก่อนได้ ผลดีก็คือจะทำให้เราสามารถเข้าใจได้ไวขึ้น

สำหรับชนิดของงานกลุ่มหรือแบบฝึกหัดระหว่างเรียนที่คุณต้องเจอนั้น คุณจะรู้สึกว่ายากหรือง่ายก็ขึ้นอยู่กับพื้นหลังทางความรู้ของตัวคุณเอง เช่น หากคุณสมัครเข้าเรียน MBA ในขณะที่คุณเรียนจบมาทางด้านศิลปศาสตร์ คุณก็อาจจำเป็นที่จะต้องเรียนพื้นฐานของวิชาบัญชีตั้งแต่เริ่มต้น แต่หากคุณจบทางด้านการเงินมา คุณก็อาจจะยังใหม่สำหรับวิชาการสื่อสารเชิงธุรกิจ หรือหากภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาแม่ของคุณ ภาษาอังกฤษสำหรับธุรกิจก็อาจจะหินไปสักหน่อย

สำหรับบางสถาบัน นักเรียนส่วนมากมักจะสมัครลงเรียนหลักสูตรปูพื้นฐานก่อน (Pre-MBA) (บางสถาบันจะจัดเป็นหลักสูตรintensive เปิดสอนช่วงก่อนเปิดเรียนเทอมแรก) เพื่อให้นักศึกษาทุกคนได้เตรียมความพร้อมและปรับตัวก่อนการเริ่มเรียนจริง

3. อ่าน อ่าน อ่าน

ในฐานะนักเรียน MBA คุณจะต้องเผชิญหน้ากับการอ่านหนังสือเป็นร้อยๆหน้าต่อวัน สิ่งที่คุณควรจะทำก็คือการเริ่มอ่านให้เป็นนิสัยตั้งแต่ก่อนเข้าเรียน ยิ่งคุณทำให้การอ่านหนังสือเป็นเรื่องปกติในชีวิตคุณได้มากเท่าไร คุณก็จะสามารถจัดการกับการบ้านและงานที่ต้องเจอในอนาคตอันใกล้ได้ง่ายมากขึ้นเท่านั้น และหากคุณอ่านหนังสือนำไปก่อนล่วงหน้า ก็จะช่วยลดภาระการอ่านของคุณลงไป อีกทั้งคุณยังจะมีเวลาทำความเข้าใจบทเรียนได้ดีมากขึ้นเมื่อเปิดเทอม

หากคุณรู้สึกว่าการหาอ่านแค่ตำราเรียนมันน้อยไป แนะนำให้คุณหาหนังสือพิมพ์และนิตยสารธุรกิจอ่านเพิ่มเติม เช่น The Financial Times Businessweek และ The Wall Street Journal ทุกวันนี้โลกไร้พรมแดน ยิ่งคุณรู้ว่าอะไรเกิดขึ้นในโลกมากเท่าไร คุณก็จะสามารถนำความรู้ที่เรียนมาปรับใช้ในชีวิตได้ดีขึ้นเท่านั้น

4. หยุดพัก

ในขณะที่คุณเริ่มเหนื่อยล้า การจะฝืนทนคร่ำเคร่งกับการอ่านการเรียนมากเกินไปก็ใช่ว่าจะได้ผลดี การออกไปสูดอากาศภายนอก ใช้เวลากับเพื่อนกับคนในครอบครัว ท่องเที่ยวไปตามสถานที่ใหม่ๆ ประเทศที่ไม่เคยไป ทำกิจกรรมหรืองานอดิเรกต่างๆ ทั้งหมดนี้ไม่ได้แค่เพียงจะช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจและร่างกายที่เหนื่อยล้า แต่ยังช่วยทำให้คุณกระชุ่มกระชวยและสดชื่นขึ้นพร้อมที่จะกลับมาต่อสู้กับการเรียนต่ออีกด้วย

อย่างไรก็ตามอย่าลืมให้ความสำคัญกับการเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม ออกกำลังกายและนอนหลับให้เพียงพอ การปรับแนวทางการใช้ชีวิตของคุณให้สมดุลในตอนนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรับมือกับการเข้าสู่วงจรการเรียนใน B-school

การเรียนต่อ MBA คือการลงทุนในอนาคตของตัวคุณเอง วิธีที่ดีที่สุดในการเพิ่มคุณค่าในการลงทุนคือคุณต้องเตรียมตัวที่จะเรียนรู้และพร้อมที่จะเต็มที่กับมันให้มากกว่า100% เคล็ดลับนี้จะสามารถช่วยคุณได้ทั้งทางร่างกาย จิตใจและทางอารมณ์

ที่มา : http://www.mbastudies.com/article/Top-Four-Business-School-Preparation-Tips/

แปลและเรียบเรียง : ดรัลพัชร์

——————————

บทความอื่นๆ

รวมหลักสูตร MBA มหาวิทยาลัยรัฐบาล

รวมหลักสูตร MBA มหาวิทยาลัยเอกชน

รวมหลักสูตร MBA

ทุนการศึกษาต่อ MBA

ข่าวประชาสัมพันธ์ MBA

Leave a Reply

© 2011 Copyright MBA News Thailand. All Rights Reserved.
  • Twitter
  • Facebook