You Are Here: Home » PR, Program Review, Programs Update, What's Up » ABAC เปิด MBA Music and Entertainment เมื่อศิลป์มาพบปะกับการบริหารจัดการ

ABAC เปิด MBA Music and Entertainment

เมื่อศิลป์มาพบปะกับการบริหารจัดการ

ลองคิดดูว่าหากเรานั่งเล่นเกมโดยไม่มีเสียงประกอบใดๆ เลยในเกม ความสนุกสนานในการเล่นเกมจะยังได้รับเต็ม 100 อยู่หรือไม่ หรือเปิดดูละครพระเอกนางเอกกำลังบอกรักกัน แต่ไม่มีเสียงดนตรีช่วยสร้างบรรยากาศ จะซึ้งเท่าเดิมไหม หรืองานโฆษณาที่มีแต่เสียงของผู้ประกาศบอกเล่าคุณความดีของสินค้า โดยไม่มีเพลงจิงเกิ้ลหรือดนตรีประกอบจะจืดชืดขนาดไหน

ชีวิตของมนุษย์ผูกพันกับดนตรีตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา จวบจนวาระสุดท้ายตามแต่ความเชื่อและวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ดนตรีช่วยบอกเล่าว่าที่นี่กำลังมีงานรื่นเริง กำลังมีเรื่องโศกเศร้า ดนตรีช่วยปลุกเร้าสร้างกำลังใจ ดนตรีช่วยปลดเปลื้องความเหนื่อยล้า สร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย มนุษย์กับดนตรีจึงแยกกันได้ยาก

เมื่อดนตรีเกี่ยวข้องกับชีวิตมนุษย์มากขนาดนี้ จึงเกิดอาชีพที่เกี่ยวของกับดนตรีขึ้นมากมาย ทั้งนักดนตรี นักร้อง นักประพันธ์เพลง ผู้จัดคอนเสิร์ต วาทยกร ผู้จัดการศิลปิน และอื่นๆ อีกมากมายที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับธุรกิจนี้

ดร.อภิชาต อินทรวิศิษฎ์ ผู้อำนวยการหลักสูตร MBA Music and Entertainment
และหลักสูตร MBA Creative Communication Track มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ

ดร.อภิชาต อินทรวิศิษฎ์ ผู้อำนวยการหลักสูตร MBA Music and Entertainment และหลักสูตร MBA Creative Communication Track มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หลักสูตรน้องใหม่ทางด้านการบริหารจัดการที่มุ่งเน้นการบริหารจัดการธุรกิจดนตรีและบันเทิง บอกเล่าจุดเริ่มต้นหลักสูตรนี้ว่า

เกิดจากการสังเกตเห็นสถาบันการศึกษาด้านศิลปะการดนตรีในระดับต่างๆ เปิดสอนเพิ่มมากขึ้นตามความสนใจของผู้คนในสังคม และแนวโน้มการทำอาชีพที่เปลี่ยนแปลงไปจากนักดนตรีไส้แห้ง สู่อาชีพที่มีเกียรติและสามารถสร้างความมั่งคั่งให้เกิดขึ้นได้ รวมถึงแนวโน้มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับดนตรี ที่เติบโตในภูมิภาคอาเซียนรวมถึงประเทศจีนก็มีมากขึ้น
และการจะทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับดนตรี ก็จำเป็นต้องมีความรู้ทางด้านการบริหารธุรกิจ รวมถึงความเข้าใจในอุตสาหกรรมนี้ เพื่อสร้างธุรกิจที่มีความมั่นคง สามารถเชื่อมโยงศิลปินผู้สร้างงานและกลไกทางธุรกิจเข้าด้วยกัน สร้างความสมดุลระหว่างงานศิลปะและการบริหารจัดการธุรกิจได้

การเปิดหลักสูตรมหาบัณฑิต MBA Music and Entertainment ของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ จึงเกิดขึ้นมาเพื่อสร้างโอกาสให้กับทุกคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับดนตรี ไม่ว่าจะอยู่ในระดับท้องถิ่นหรือระดับชาติ ช่วยให้ศิลปินสามารถสร้างสรรค์งานที่สามารถนำเอาสุนทรียะมาพบกับโลกของธุรกิจได้อย่างที่ควรจะเป็น

ใครที่ควรจะมาเรียน

“คนจะมาเรียนต้องเป็นนักดนตรีหรือไม่?” ดร.อภิชาตบอกว่าไม่จำเป็น “ขอให้มีหัวทางดนตรี มี music appreciation ที่เราเรียกว่าสังคีตนิยม ฟังเพลงเป็น ดูละครเป็น รักเพลง อาจจะไม่ต้องอ่านโน้ตเป็นก็ได้ แต่รู้ว่าเพลงนี้สมัยไหน ให้อารมณ์และความรู้สึก เดินเข้าไปในอีเวนต์เราจะสามารถรู้ว่านี่ใช้ได้หรือใช้ไม่ได้ คนที่มีหัวเพียงแค่นี้ผมถือว่าเขาใช้ได้เหมาะสมที่จะเรียน คือจบปริญญาตรีมาแล้ว หรืออาจจะมีหัวทางธุรกิจ วันข้างหน้าอยากจะทำงาน อาจจะมีธุรกิจของเขาเล็กๆ ที่มีดนตรีเข้ามาผสม เขาต้องไม่โดนหลอก ไม่โดนใครสักคนบอกว่า เอาเพลงนี้เถอะพี่ดีกว่า เขาจะรู้ว่าถ้าเอาเพลงนี้เพลงจะตอบโจทย์ในแง่ของแบรนด์ไหม เพลงจะตอบโจทย์ภาพลักษณ์องค์กรไหม การนำดนตรีกับองค์กรเข้ามาผนวกกันเราถือว่าเป็นโอกาสที่ไม่ใช่แค่สนุกอย่างเดียว เรียนสนุกและได้สาระสำคัญที่เขาจะรู้สึกว่าปลอดภัยในการดำเนินธุรกิจดนตรี”

เขาเรียนอะไรกัน

ดร.อภิชาต อธิบายตัวหลักสูตรว่า เป็นเสมือนกับการนำศิลปะและศาสตร์การบริหารจัดการมาทำให้มีความเสมอภาคกัน ศิลปินนักดนตรีก็สามารถคิดในเชิงธุรกิจ ขณะที่นักธุรกิจก็จะเห็นคุณค่าความเหนื่อยยากบากบั่นของศิลปิน

รูปแบบการเรียนการสอนของหลักสูตรจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลางเพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มการทำธุรกิจในปัจจุบันที่มีความเป็นนานาชาติเพิ่มมากขึ้น โดยแบ่งสัดส่วนการเรียนการสอนเป็น เรียนเนื้อหาวิชาการ 30 % และอีก 70 % เป็นส่วนของการปฏิบัติแลกเปลี่ยนความคิดเห็น วิพากษ์เรื่องราวที่ได้เรียนไป เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำวิชาที่เรียนไปปรับใช้ได้จริงในชีวิตการทำงาน

สำหรับเนื้อหาวิชา ในส่วนของวิชาการบริหารจัดการ ยังคงอยู่อย่างครบถ้วนไม่ว่จะเป็นด้านการเงิน การตลาด การบริหารในเชิงสร้างสรรค์ การบริหารจัดการองค์กร สถิติ การวิจัยเชิงธุรกิจ แต่สิ่งที่จะเพิ่มมาในหลักสูตร MBA Music and Entertainment คือวิชาเลือกที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจดนตรี เช่น

วิชาการจัดการศิลปินในธุรกิจดนตรี วิชาการจัดการธุรกิจดนตรี วิชาการจัดการแสดงและสถานที่จัดงาน วิชาการจัดการดนตรีระดับโลก รวมถึงบางวิชาของกลุ่มวิชาการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์หรือ MBA Creative Communication Track มาให้เลือกเรียนด้วย

อีกเรื่องหนึ่งที่ ดร.อภิชาตให้ความสำคัญมากคือ การสร้างเครือข่าย ทั้งในหมู่เพื่อนร่วมอาชีพและผู้ที่อยู่ในธุรกิจอื่น “ผมถือว่าเวลาเข้ามาเรียนที่นี่การสร้างเครือข่ายมีความสำคัญ MBA ของอัสสัมชัญ ตลอด 34 ปีที่เปิดมาเรามองเครือข่ายธุรกิจ เครือข่ายผู้ที่ร่วมอาชีพด้วยกัน นี่คือข้อได้เปรียบข้อหนึ่งของการเป็นมหาวิทยาลัยบริหารธุรกิจที่มีอายุยาวนาน 50 ปี และ เราก็ถือว่ารุ่นพี่ก็ไม่ทิ้งรุ่นน้อง โดยเฉพาะรุ่นพี่ที่ทำธุรกิจต่างๆ”

ผู้อำนวยการหลักสูตรบอกเพิ่มเติมว่า การเรียนหลักสูตรมหาบัณฑิตจะช่วยให้ผู้เรียนได้ตระหนักถึงมุมมองต่างๆ สิ่งที่มหาบัณฑิตทุกคนจะต้องมีติดตัวออกไป คือความสามารถในการทำวิจัย มีระเบียบวิธีวิจัย ดังนั้นผู้ที่มาเรียนหลักสูตรนี้จะได้มุมมองในทางธุรกิจ และทักษะในการคิดวิเคราะห์เชิงธุรกิจทั้งในทางกว้างและทางลึก รวมถึงมุมมองทางดนตรีอีกด้วย

ดร.อภิชาตอธิบายว่า “ถ้าแต่ละคนมีความคิดอ่านในเชิงธุรกิจ เขาจะรู้ว่าเขาจะไปทำสำรวจที่ตรงไหน เขาจะวิจัยอะไรบ้าง ความสามารถที่จะเกิดขึ้น จะมีใครเกี่ยวข้องด้วยบ้าง เพื่อให้เกิดความยั่งยืน สมมติผมจบไปผมบอกว่า ผมขอเริ่มงานวิจัยชิ้นหนึ่ง ว่าผมจะสร้างผู้ฟังได้อย่างไร และผมก็ดึงเอาสาระสำคัญต่างๆ ออกมา ผมสามารถปรุงงานวิจัยและระเบียบวิธีวิจัยที่วิเคราะห์ผู้ฟังและตลาดผู้ฟังได้ ผมคิดว่า MBA เปิดโอกาสให้คนคิดอย่างนี้ เปิดโอกาสให้คนสร้างระเบียบวิธีวิจัยที่ตอบสนองในเชิงธุรกิจได้”

อาจารย์มาจากไหน

ผู้สอนนอกจากคณาจารย์ผู้มีความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาต่างๆ ของเอแบคแล้ว หลักสูตร MBA Music and Entertainment ยังเชื้อเชิญมืออาชีพในวงการเข้ามาให้ความรู้กับผู้เรียนด้วย ดร.อภิชาตเล่าว่า “ท่านเหล่านี้ส่วนใหญ่จบจากต่างประเทศ แล้วผันตัวมาทำงานทางด้านเทคโนโลยีการจัดการการแสดง หรือท่านที่เป็นผู้เขียนบทละคร การเขียนบท การควบคุมนักแสดง อะไรที่โดนใจและตอบโจทย์ผู้ชม นี่คือธุรกิจ ท่านเหล่านี้จะได้รับเชิญมาเป็นวิทยากรร่วม หรือบางคลาสอาจจะเชิญศิลปินมาร่วมพูดคุยแบ่งปันวิธีการทำงาน สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำในทางธุรกิจให้กับนักศึกษา เราอยากให้เกิดการ hand on หรือการสัมผัสกับกลุ่มเหล่านี้”

MBA Creative Communication Track

อีกหลักสูตรที่ ดร.อภิชาตดูแลคือ MBA Creative Communication Track ซึ่งเป็นหลักสูตรที่มุ่งเน้นไปที่การบริหารจัดการการสื่อสารในรูปแบบต่างๆ

ผู้อำนวยการหลักสูตร อธิบายหลักสูตรว่า “คือเรื่องการใช้สื่อ การบริหารสื่อ การบริหารความคิดสร้างสรรค์ บริหารแบรนด์”

เพราะโลกปัจจุบันการสื่อสารเข้าไปอยู่ในโลกออนไลน์เพิ่มมากขึ้น การบริหารจัดการการสื่อสารขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นด้านการตลาด ภาพลักษณ์องค์กร การสื่อสารเกี่ยวกับแบรนด์ ก็ยิ่งทวีความสำคัญ ผู้ที่ทำธุรกิจจึงต้องเรียนรู้วิธีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ หลักสูตรนี้จะช่วยสร้างนักธุรกิจที่มีมุมมองเชิงนิเทศศาสตร์ และช่วยพัฒนานักนิเทศศาสตร์ให้มีมุมมองทางธุรกิจเพิ่มขึ้น รวมถึงผู้ที่ตระหนักว่าการสื่อสารคือส่วนผสมสำคัญในการดำเนินธุรกิจ

โดยหลักสูตร MBA Creative Communication Track นี้รูปแบบการเรียนการสอนก็ไม่ต่างกับหลักสูตร MBA Music and Entertainment และมีการเชิญมืออาชีพด้านการสื่อสารมาร่วมเป็นวิทยากรให้ความรู้กับนักศึกษาด้วยเช่นกัน โดยวิชาที่เรียนจะมุ่งเน้นไปที่การบริหารจัดการการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ กลยุทธ์การจัดการการสื่อสารที่สร้างสรรค์ รวมถึงการจัดการรวมถึงการสื่อสารแบรนด์สินค้า

ดร.อภิชาตปิดท้ายว่า “การศึกษาคือบ่อเกิดการพัฒนาความคิดอ่านของมนุษย์ การเรียนรู้การบริหารจัดการการสื่อสารซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งในการดำรงชีวิตของมนุษย์ทุกคน จะเป็นกุญแจนำไปสู่ความสำเร็จทางธุรกิจหากสามารถสื่อสารได้อย่างสัมฤทธิ์ผล และหลักสูตร MBA Music and Entertainment จะช่วยให้การบริหารจัดการในอุตสาหกรรมดนตรีมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ช่วยทำให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีความสุขไปพร้อมกัน”

สำหรับผู้ที่สนใจทั้งสองหลักสูตรนี้ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่บัณฑิตวิทยาลัยได้ตลอดทั้งปี เพราะที่ม.อัสสัมชัญ เขาเปิดรับนักศึกษาใหม่ทุกภาคการศึกษานะครับ

Direct Line (+66) 081-815-1237 or (+66) 02-719-1929 or (+66) 02-723-2713

E-mail: gradadmission@au.edu

Line ID @abacgrad

———————————-

ABAC เปิดรับสมัครนักศึกษาปริญญาโทและปริญญาเอก หลักสูตรนานาชาติ

รวมหลักสูตร MBA มหาวิทยาลัยรัฐบาล

รวมหลักสูตร MBA มหาวิทยาลัยเอกชน

รวมหลักสูตร MBA

ทุนการศึกษาต่อ MBA

ข่าวประชาสัมพันธ์ MBA

Leave a Reply

© 2011 Copyright MBA News Thailand. All Rights Reserved.
  • Twitter
  • Facebook