You Are Here: Home » Article, Inter Article, Inter News, MBA Inter, MBA Knowledge, Study Abroad, What's Up » 10 เรื่องควรรู้ก่อนเริ่มเรียน MBA

Ten Things You Need To Know Before You Start Your MBA

10 เรื่องควรรู้ก่อนเริ่มเรียน MBA

 

Ten Things You Need To Know Before You Start Your MBA

 

เริ่มปีใหม่อีกปีแล้ว หลายๆ คนอาจจะกำลังหาอะไรใหม่ๆ ทำ ส่วนใครที่คิดจะเรียนต่อหรือกำลังจะเริ่มต้นเรียน MBA ในปีนี้ เตรียมพร้อมกันแล้วหรือยังคะ! วันนี้ MBA NEWS THAILAND มีเรื่องราวน่าสนใจมานำเสนออีกเช่นเคย ไม่ว่าคุณคิดจะเรียนต่อในประเทศหรือต่างประเทศก็ตาม สิ่งที่คุณควรรู้หรือควรเตรียมตัวสักหน่อยก่อนเรียน MBA เรารวบรวมมาให้แฟน MBA NEWS THAILAND ทุกท่านที่นี่แล้ว ไปดูกันเลย..

10 เคล็ดลับที่ไม่มีใครเคยบอกก่อนเรียน MBA

1. แน่ใจใช่ไหมว่าการลงทุนครั้งนี้ของคุณคุ้มค่า

MBA เป็นหลักสูตรที่ต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูงมากในการเรียน คุณจะต้องเตรียมเงินหลักแสนถึงหลักล้านบาทต่อหลักสูตรแล้วแต่สถาบันที่คุณเลือก ดังนั้นคุณต้องถามใจตัวเองให้ดีก่อนว่าคุณยินดีที่จะจ่ายเงินเพื่อลงทุนในเรื่องการศึกษาครั้งนี้และมันจะเป็นประโยชน์กับคุณจริงๆ ถ้าไม่เช่นนั้นคุณเอาเงินก้อนนี้ไปลงทุนในเรื่องอื่นๆ เช่น ซื้อหุ้น หรือทำธุรกิจ อาจเป็นสิ่งที่คุณต้องการมากกว่าก็เป็นได้

2. อย่าปล่อยเวลาในห้องเรียนไปกับการเรียนแบบบรรยายตามหนังสือเรียน

หากในชั้นเรียน อาจารย์ของคุณเอาแต่สอนตามหนังสือหรืออ่านแต่เนื้อหาใน Power point ให้คุณฟัง คุณจงรู้ไว้ว่า “คุณกำลังเสียเงินและเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์” หน้าที่ของคุณคือเก็บเกี่ยวสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากหนังสือเรียน หรือเอกสารการสอนอะไรก็แล้วแต่ให้มากที่สุด เพราะจุดเด่นของการเรียน MBA ที่แตกต่างไปจากการเรียนระดับปริญญาตรีคือ ผู้เรียนกับผู้ร่วมเรียนและผู้สอน จะมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างเรียน แลกเปลี่ยนความรู้ ถกประเด็นเพื่อก่อให้เกิดการคิดต่อ ดังนั้นการที่อาจารย์ของคุณบรรยายหรือเล่าประสบการณ์ กรณีศึกษาต่างๆ หรือถ่ายทอดประสบการณ์ของเขาให้ฟัง จงตั้งใจฟังและนำไปคิดต่อหรือปรับใช้ให้มากที่สุด

3. เตรียมตัวศึกษาเนื้อหาที่จะเรียนก่อนเข้าห้องเรียน

หากคุณตั้งใจเข้าเรียนเพื่อที่จะไป lecture บอกตรงนี้เลยว่านั่นคือวิธีคิดที่ไม่ถูกต้อง ทางที่ดีคุณควรจะศึกษา บทเรียนและเนื้อหาที่เกี่ยวข้องล่วงหน้ามาก่อน โดยอาจจดข้อสงสัยในเนื้อหาส่วนที่ยังไม่เข้าใจ เพื่อให้สามารถเข้าใจในเนื้อหา และสามารถตั้งถามคำถามตอบโต้กับอาจารย์ผู้สอนได้ดีกว่า และสามารถใช้ประโยชน์จากเวลาเรียนได้มากขึ้น ข้อดีคือจะช่วยลดเวลาในการอ่านหนังสือให้น้อยลง นอกจากนี้ควรหาหนังสืออ่านประกอบเพื่อเสริมความรู้จากในห้องเรียน

4. จดบันทึกและแบ่งปันกับเพื่อนร่วมชั้น

การจดบันทึกเนื้อหาในเวลาเรียนจะช่วยทำให้คุณเก็บข้อมูลในชั้น และหากมีการแบ่งปันบันทึกเพื่อนำมาเปรียบเทียบระหว่างเพื่อนของคุณ อาจจะช่วยเติมในสิ่งที่คุณพลาดไป เช่น จดไม่ครบ หรือเข้าใจไม่ถูกต้อง จะช่วยให้คุณเข้าใจในบทเรียนได้ดี และถูกต้องมากขึ้น ซึ่งการแบ่งปัน lectureในปัจจุบันก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะมีโปรแกรมต่างๆ เช่น Ever note, One Note หรือ Google drive ทำให้การแบ่งปันเอกสารต่างๆกับเพื่อนของคุณเป็นเรื่องที่ง่ายยิ่งขึ้น แถมยังแก้ไขได้ทุกที่ทุกเวลาแบบ real time ด้วย

5. ต้องทำความรู้จักเพื่อนร่วมชั้นทุกคน

เพื่อนร่วมชั้นแต่ละคนจะมีจุดแข็ง ความถนัดที่เฉพาะเจาะจงไม่เหมือนกัน บางคนอาจมีประสบการณ์ในการทำบัญชี บางคนอาจจะเก่งด้านเศรษฐศาสตร์ หรือเทคโนโลยี ฯลฯ เมื่อคุณรู้แล้ว คุณควรกำหนดว่าใครเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านใด การทำเช่นนี้จะช่วยให้การเรียนในกลุ่มของคุณดีขึ้น เนื่องจากมีที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญในแต่ละเรื่องเพื่อแบ่งปันประสบการณ์และสร้างความเข้าใจในเรื่องนั้นๆและเรียนรู้ไปพร้อมๆกัน ด้วยเหตุนี้คุณภาพของกลุ่มคนที่เรียนในชั้นเรียนจึงมีผลต่อคุณภาพของหลักสูตรด้วย เช่นถ้าหากคุณเป็นคนที่เก่งที่สุดในชั้นเรียน อาจจะแสดงว่าคุณอยู่ผิดที่ผิดทาง เพราะคุณจะไม่ได้พัฒนาตัวเองได้อย่างเต็มที่เช่นกัน

6. เพื่อนร่วมชั้นอาจกลายเป็นเจ้านายของคุณในอนาคตก็ได้

สังคมหรือวงการธุรกิจการทำงานไม่ได้ใหญ่อย่างที่คุณคิด วิธีที่ดีที่สุดในการสร้างตัวเองระหว่างเรียนหลักสูตร MBA คือการสร้างความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นๆอย่างมืออาชีพ เช่น ในการทำงานกลุ่มคุณอาจต้องยอมเหนื่อยทำรายงานมากกว่าคนอื่น ป็นฮีโร่ในทีมบ้าง แต่จงถ่อมตน เนื่องจากหลังจากการสำเร็จการศึกษาคุณอาจต้องการคนที่จะแนะนำงานหรือทางเลือกอื่นๆให้คุณ หรือเผลอๆเพื่อนร่วมชั้นอาจจะ refer งานที่น่าสนใจให้คุณก็เป็นได้ และยิ่งไปกว่านั้นก็ไม่แน่ว่าในอนาคตเจ้านายคนใหม่ของคุณอาจเป็นเพื่อนร่วมชั้นหรือคนที่ร่วมทำงานกลุ่มกับคุณก็ได้

7. เรียนแบบเชิงรุก

ให้เลือกนั่งเรียนแถวหน้า และหมั่นถามคำถาม อย่าไปกลัวว่าจะตั้งคำถามผิดหรือถามอะไรที่ไม่ควรถามออกไป และอย่ารอจนกว่าการเรียนการสอนเสร็จสิ้นแล้วจึงตั้งคำถามกับผู้สอน อาจารย์ส่วนใหญ่ในหลักสูตรมักเป็นนักวิชาการมืออาชีพที่มีประสบการณ์จริงในโลกธุรกิจ ถ้าโชคดีบางครั้งอาจจะมีอดีตผู้บริหารระดับ CEO หรือ ศาตราจารย์มาเป็นวิทยากรก็ได้ ซึ่งคุณก็จะได้ประโยชน์อย่างมากจากการถ่ายทอดประสบการณ์จริงโดยตรง

8. ใช้ประโยชน์จากหนังสือเสียง

ปัจจุบันหนังสือหลายเล่มที่ไม่ใช่หนังสือเรียนทางธุรกิจจะมีให้บริการเป็นหนังสือเสียงที่คุณสามารถฟังขณะขับรถไปทำงาน ทำความสะอาด หรือทำกิจกรรมอื่นๆ หลายคนจึงใช้วิธีอัดเสียงการบรรยายเรื่องต่างๆ หรือสรุปที่ได้จากการเรียนมาเปิดฟังเพื่อเตรียมความพร้อมในการเรียนได้เช่นกัน

9. เน้นหาความรู้จากกรณีศึกษา (Case Study)

MBA คือความรู้ที่มาจากโลกความเป็นจริง ดังนั้นการศึกษาจากกรณีศึกษา (Case Study) ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้นั้น คุณจะได้รับประโยชน์มากมายทีเดียว พยายามทำความเข้าใจและไม่ตัดสินมุมมองที่แตกต่างจากเพื่อนร่วมชั้นของคุณว่าผิดคุณหรือถูก โปรดจำไว้ว่าหลักสูตรนี้ได้รับการออกแบบเพื่อให้คุณเรียนรู้จากความคิดเห็นของกันและกันเกี่ยวกับกรณีศึกษาในโลกธุรกิจจริง ซึ่งบางครั้งอาจไม่มีคำตอบที่ชัดเจน และบางกรณีศึกษาอาจมีแต่ตัวเลือกที่ไม่ดี หรืออาจไม่มีแนวทางที่ดีที่สุดแต่คุณจำเป็นต้องตัดสินใจเลือกเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดก็เป็นได้

10. อย่ากลัวที่จะย้ายที่เรียนหรือเปลี่ยนหลักสูตรการเรียนถ้าจำเป็น

หากคุณรู้สึกว่าในชั้นเรียนของคุณหรือหลักสูตรที่คุณเรียนอยู่ไม่เหมาะสมหรือไม่เกิดประโยชน์กับคุณ จงอย่าลังเลที่จะทิ้งมันละเริ่มใหม่ มันอาจจะเป็นความผิดพลาดที่คุณเลือกเรียนในหลักสูตรที่ไม่เหมาะและตอบสนองให้กับคุณอย่างที่ตั้งใจไว้ แต่หากคุณฝืนที่จะเรียนต่อไป สิ่งที่คุณจะเสียมันไปคือเงินและเวลาจะเป็นข้อผิดพลาดที่ใหญ่กว่า

แปลและเรียบเรียง : ดรัลพัชร์ จิวมงคลชัย

อ้างอิง : https://www.forbes.com/sites/quora/2018/07/03/ten-things-you-need-to-know-before-you-start-your-mba/#1e2d884419ad

———————————-

บทความอื่นๆ

รวมหลักสูตร MBA มหาวิทยาลัยรัฐบาล

รวมหลักสูตร MBA มหาวิทยาลัยเอกชน

รวมหลักสูตร MBA

ทุนการศึกษาต่อ MBA

ข่าวประชาสัมพันธ์ MBA

 

Leave a Reply

© 2011 Copyright MBA News Thailand. All Rights Reserved.
  • Twitter
  • Facebook