You Are Here: Home » Article, Inter Article, MBA Inter, MBA Knowledge, Study Abroad, What's Up » 5 เส้นทางอาชีพของ GREEN MBA

FIVE CAREER PATHS FOR GREEN MBA GRADUATES

5 เส้นทางอาชีพของ GREEN MBA

จากตอนที่แล้ว MBA NEWS THAILAND ได้นำเสนอไปแล้วว่าหลักสูตร Green MBA คืออะไร มีความสำคัญและน่าสนใจอย่างไร ในตอนนี้เราจะมาแนะนำสายอาชีพที่ต้องการบุคลากรที่จบหลักสูตรนี้ไปพัฒนาองค์กรหรือบริษัทที่มีเป้าหมายในการพัฒนานโยบายการจัดการที่ยั่งยืนทางสังคมและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ใครที่กำลังสนใจหลักสูตรนี้หรือกำลังมองหาความเป็นไปได้ในสายงานในอนาคตห้ามพลาดค่ะ!

หลักสูตร Green MBA หรือมีชื่อเรียกแบบเป็นทางการคือ หลักสูตรการบริหารจัดการที่ยั่งยืน (Sustainable MBA) เป็นความรู้อีกแขนงหนึ่งที่เป็นส่วนสำคัญในการบริหารจัดการโครงการต่างๆ ให้อยู่ภายใต้หลักการความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม เห็นได้จากโครงการใหม่ๆที่กำลังเติบโตหลายพันแห่งในประเทศสหรัฐอเมริกาที่ใช้ประโยชน์จากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย

โดยปัจจุบันคนจำนวนมากเริ่มให้ความสนใจในแนวคิดการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน แต่ก็มีคนอีกจำนวนมากที่ยังไม่เห็นความสำคัญของหลักสูตรนี้ อย่างไรก็ตามผู้ที่จะทำให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของหลักสูตรนี้นั้นก็หนีไม่พ้นผู้ที่จบหลักสูตร Green MBA ที่จะสามารถทำให้ทุกคนประจักษ์ว่าสังคมเราในยุคปัจจุบันต้องการศาสตร์ความรู้นี้มาพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน

และนี่คือ 5 เส้นทางอาชีพที่น่าสนใจสำหรับผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตร Green MBA

1.สายงานการบริหารจัดการทางการเงิน

มีคนจำนวนไม่มากที่สามารถแยกความแตกต่างระหว่างการบริหารจัดการการเงิน และการบริหารจัดการอย่างยั่งยืนได้ แต่ทุกองค์กรต้องมีบุคลากรที่สามารถบริหารจัดการกระแสเงินสดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่เพียงเพราะมีความรู้เฉพาะวิชาด้านการเงินเพียงอย่างเดียว ยกตัวอย่างเช่นอุตสาหกรรมการผลิตพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ที่กำลังขยายผลไปยังการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในการสร้างแบตเตอรี่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การใช้เงินลงทุนในอุตสาหกรรมสีเขียวอย่างมีประสิทธิภาพจะทำให้องค์กรได้รับประโยชน์จากการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพซึ่งรวมไปถึงภาพลักษณ์ชื่อเสียงขององค์กรที่จะตามมาด้วย

จะเห็นว่าความรู้จากหลักสูตรการบริหารจัดการที่ยั่งยืน (Sustainable MBA) จะช่วยให้ผู้เรียนสามารถก้าวไปสู่ตำแหน่งผู้บริหาร และช่วยให้ก้าวหน้าในอาชีพการงานในฐานะผู้บริหารที่มีแนวคิดใหม่ในการพัฒนาองค์กรอีกด้วย

2. สายงานด้านการวิจัยและพัฒนา

ไม่มีอุตสาหกรรมใดที่เกิดขึ้นแล้วจะคงอยู่อย่างนั้นตลอดไป ทุกอุตสาหกรรมล้วนเกิดขึ้นจากการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจากการเกิดจากแนวคิดใหม่ๆ อุตสาหกรรมสีเขียวก็เช่นเดียวกันที่จำเป็นจะต้องมีการวิจัยและพัฒนาเพื่อก่อให้เกิดการสร้างสายผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีที่มีอยู่อย่างต่อเนื่อง หากคุณเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์และต้องการสร้างความแตกต่างให้กับโลกใบนี้ อีกทั้งมีโอกาสได้รับค่าตอบแทนในระดับที่น่าพอใจ เส้นทางในสายอาชีพนี้ก็ถือว่าน่าสนใจไม่น้อยทีเดียว ตัวอย่างอุตสาหกรรมในกลุ่มสายงานวิจัยและพัฒนาที่กำลังมองหาบุคลากรที่จบหลักสูตร Green MBA ในปัจจุบัน ประกอบด้วย ภาคเทคโนโลยีดิจิตอล อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมรีไซเคิล และอุตสาหกรรมพลังงาน เป็นต้น

3. สายงานด้านการตลาด

ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องการการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน ความรู้ในเรื่องเทคโนโลยีสีเขียวถือเป็นความรู้ใหม่ที่ยังมีคนอีกจำนวนมากไม่รู้ ในฐานะนักการตลาดจึงเป็นโอกาสทองที่ผู้ที่มีความรู้ในหลักสูตรนี้จะได้แนะนำให้คนอื่นๆได้รู้จักแนวคิดและความหมายว่าความยั่งยืนคืออะไร

ความรู้ด้านเทคโนโลยีสีเขียวจึงเป็นแนวคิดใหม่ๆ ที่นักการตลาดจะสามารถสร้างความแตกต่างและแปลกใหม่ให้เกิดขึ้น โดยการสร้างเรื่องราวที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนสามารถเห็นถึงประโยชน์ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นและความจำเป็นที่ทำไมเราถึงต้องสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีสีเขียวนั่นเอง

4. สายงานด้านการศึกษา

ในปัจจุบันความรู้ในเรื่องเทคโนโลยีสีเขียวเริ่มเป็นองค์ความรู้ที่ได้รับความสนใจในหลายสถาบันการศึกษา คนรุ่นใหม่เริ่มให้ความสนใจในเรื่องการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ระบบการศึกษาสมัยใหม่จึงจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง จึงเริ่มมีการให้ความรู้ในเรื่องดังกล่าวให้กับนักเรียนในระดับชั้นต่างๆ ตั้งแต่ประถมศึกษาจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อเป็นการปูพื้นฐานความรู้และแนวคิดเรื่องความยั่งยืนไปสู่นักเรียน โดยหวังว่าคนรุ่นใหม่จะได้ใส่ใจและให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนต่อไป

ดังนั้นในสายงานด้านการศึกษาจึงจำเป็นต้องการบุคลากรที่ศึกษาจบในหลักสูตร Green MBA มาให้ความรู้แก่นักเรียน นักศึกษา และดำเนินการพัฒนาสถาบันการศึกษาให้เป็นไปตามตามนโยบายการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน

5. สายงานด้านอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิล

เชื้อเพลิงฟอสซิล คือ เชื้อเพลิงที่ได้จากซากพืช ซากสัตว์ ที่ทับถมสะสมมาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ เช่น ถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ หลายคนอาจคิดว่าเชื้อเพลิงเหล่านี้มีมากและหาได้ง่ายในปัจจุบัน แต่ทรัพยากรทุกอย่างย่อมมีวันหมด ดังนั้นหลายองค์กรในกลุ่มอุตสาหกรรมนี้กำลังมีแนวคิดที่จะค้นคว้า วิจัย เพื่อที่จะหาแหล่งพลังงานใหม่ๆมาทดแทนเชื้อเพลิงที่ใช้อยู่เดิมเหล่านี้ ซึ่งมันไม่ง่ายที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งที่มีใช้อยุ่เดิมได้ในทันที เนื่องจากอุปสรรคทั้งในด้านเทคนิค การยอมรับของสังคมและเม็ดเงินที่ใช้ในการลงทุน ดังนั้นจึงถือเป็นโอกาสที่ดี และท้าทายสำหรับผู้ที่จบหลักสูตร Green MBA ที่สนใจในสายงานอาชีพนี้ที่จะได้ใช้ความรู้ที่เรียนมาเพื่อนำมาพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ในช่วงที่กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลง

เกร็ดความรู้เพิ่มเติม

ในปัจจุบันมีหลายสาขาวิชาที่กำลังพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรเพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยหนึ่งในสาขาที่ชัดเจนที่สุดที่ความรู้ในหลักสูตรจะสามารถนำมาใช้งานหรือต่อยอดเพื่อสร้างความแตกต่างและเปลี่ยนแปลงทางสังคมให้ก้าวไปสู่การใช้เทคโนโลยีสีเขียว คือ หลักสูตรวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม

โดยจะเห็นได้จากผู้สำเร็จการศึกษาจากหลักสูตร Green MBA หรืออีกชื่อว่าหลักสูตรการบริหารจัดการที่ยั่งยืน (Sustainable MBA) ที่เลือกเรียนวิชาเอกสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมจะมีโอกาสมากกว่าในด้านการทำงานทั้งในองค์กรภาครัฐ เอกชน และภาคการศึกษา โดยโอกาสเส้นทางการทำงานจะเปิดกว้างตั้งแต่ในระดับเริ่มต้นจนถึงระดับผู้บริหารเลยทีเดียว

แปลและเรียบเรียง : ดรัลพัชร์ จิวมงคลชัย
อ้างอิง : https://www.bestcollegereviews.org/lists/five-career-paths-for-green-mba-graduates/

——————————————

บทความอื่นๆ

รวมหลักสูตร MBA มหาวิทยาลัยรัฐบาล

รวมหลักสูตร MBA มหาวิทยาลัยเอกชน

รวมหลักสูตร MBA

ทุนการศึกษาต่อ MBA

ข่าวประชาสัมพันธ์ MBA

Leave a Reply

© 2011 Copyright MBA News Thailand. All Rights Reserved.
  • Twitter
  • Facebook