You Are Here: Home » Financial, Top Article » 3 แนวคิดลดหย่อนภาษีให้ได้ประโยชน์สูงสุด

3 แนวคิดลดหย่อนภาษีให้ได้ประโยชน์สูงสุด

กระแสการลดหย่อนภาษีไม่ได้มาเฉพาะสิ้นปีที่มีแต่เรื่องกระตุ้นการออมด้วยวิธีซื้อกองทุนรวม (LTF, RMF) อีกต่อไป แต่จะมีออกมาอย่างต่อเนื่องจากนโยบายภาครัฐที่ต้องการให้เงินหมุนเวียนในระบบมากขึ้น ด้วยการกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายภายในประเทศ เช่น การท่องเที่ยวภายในประเทศ การใช้จ่ายช่วงเทศกาล (ปีใหม่, สงกรานต์) แต่ก่อนที่เราจะเลือกวิธีการใช้สิทธิมาลดหย่อนภาษีนั้น เราควรศึกษาผลกระทบทั้งบวกและลบให้รอบด้านก่อนตามแนวคิด ดังนี้

แนวคิดที่ 1 ตั้งสติก่อนรับสิทธิลดหย่อนภาษี

ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของสิ้นปีที่ผ่านมา ภาครัฐอัดโปรโมทเรื่องช้อปปิ้งลดหย่อนภาษี 15,000 บาท เราก็เห็นภาพคนต่อแถวยาวรอรับใบกำกับภาษีฉบับเต็มเพื่อเก็บเป็นหลักฐานในการลดหย่อนภาษี หลายคนเร่งรีบที่จะใช้สิทธินี้กันอย่างคึกคัก โดยลืมตรวจสอบว่า ตนเองนั้นไม่เข้าข่ายจะต้องเสียภาษี ทำให้ใช้จ่ายเงินมากเกินความจำเป็น

ในขณะที่บางคนเข้าใจผิดคิดว่าสิทธินี้จะทำให้ตนเองจ่ายภาษีลดลง 15,000 บาท ทั้งที่ความจริงแล้ว เราจะหักลดหย่อนได้ตามฐานภาษีเท่านั้น เช่น หากฐานภาษี 5% ซื้อของราคา 15,000 บาท เราลดหย่อนภาษีได้เพียง 750 บาทเท่านั้น

ถ้าจะย้อนอดีตไปอีกนิดก็จะเป็นนโยบายรถคันแรกที่กระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็วในระยะสั้น แล้วทำให้เกิดภาวะหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นในระยะยาว ซึ่งทั้งหมดนี้ส่วนใหญ่เกิดจากความกลัวเสียสิทธิที่จะได้รับลดหย่อนภาษี ทั้งที่ความจริงแล้วควรมองที่ความจำเป็นของตนเองว่าพร้อมที่จะรับสิทธินี้แล้วหรือไม่ ดีกว่ารับสิทธิมาแล้วจุดชนวนให้เกิดหนี้สินในระยะยาวนะจ๊ะ

แนวคิดที่ 2 ไม่ควรพยายามลดหย่อนภาษีมากเกินไป

การลดหย่อนภาษีเป็นสิ่งที่ดี ถือว่าเป็นผลพลอยได้จากการลงทุนหรือจากการจับจ่ายใช้สอยต่าง ๆ แต่มันจะส่งผลร้ายทันที หากเราพยายามใช้สิทธิค่าลดหย่อนมากเกินไป จนกระทั่งสร้างความเดือดร้อน หรือทำให้สภาพคล่องในระยะสั้นหายไป

ตัวอย่าง

รายได้ของเราจัดอยู่ในฐานภาษี 10% คำนวณออกมาแล้วคาดว่าปีนี้จะเสียภาษี 10,000 บาท แล้วต้องการใช้วิธีหาค่าลดหย่อนเพื่อให้ภาษีที่จ่ายเป็นศูนย์ โดยจำนวนเงินที่จะนำมาลดหย่อน คือ 100,000 บาท ทุกอย่างจะสำเร็จตามที่วางแผนไว้หากเรามีเงินเพียงพอที่จะใช้ลดหย่อนภาษี

แต่มันจะกลายเป็นฝันร้ายทันที หากเงินจำนวน 100,000 บาทที่นำมาลดหย่อนภาษีนั้น ทำให้ครอบครัวมีเงินไม่พอใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ไม่มีจ่ายหนี้สินรวมถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ทำให้การลดหย่อนภาษีครั้งนี้ อาจจะได้ไม่คุ้มเสีย ดังนั้น เราอาจจะยอมเสียภาษี 10,000 บาทเพื่อรักษาสภาพคล่องไว้น่าจะดีกว่านะจ๊ะ

แนวคิดที่ 3 ผลตอบแทนสำคัญที่สุด

เพื่อนของผู้เขียนบ่นให้ฟังบ่อย ๆ ว่า LTF กองของเขาให้ผลตอบแทนไม่ค่อยดีเหมือน LTF กองอื่น ๆ เลย รู้สึกเสียใจมากที่ไม่ตัดสินใจให้ดีก่อนลงทุน เพราะช่วงที่ซื้อคิดแต่ว่าเอาไว้ลดหย่อนภาษีเท่านั้น ไม่ได้เจาะจงว่าจะต้องซื้อกองทุนไหน ตอนนี้ก็รู้แล้วว่าการซื้อโดยที่ไม่พิจารณาให้ดี ทำให้เสียโอกาสในการลงทุนไปอย่างน่าเสียดาย

วางแผนภาษีด้วยการหาวิธีเพิ่มค่าลดหย่อนภาษีนั้นเป็นสิ่งที่ดี เพราะทำให้เราประหยัดภาษี แต่บางครั้งการที่เรามุ่งมั่นใช้ค่าลดหย่อนเพื่อเสียภาษีให้น้อยที่สุด ใช้จ่ายเงินไปกับการลดหย่อนภาษีมากเกินไป โดยไม่ศึกษารายละเอียดดอกจันยิบย่อย รวมถึงมองผลกระทบให้รอบด้านเพียงพอ ก็อาจจะทำให้เกิดความเสียหายกับเงินในกระเป๋าของเราก็ได้นะจ๊ะ

ที่มา https://www.krungsri.com/bank/th/plearn-plearn/best-way-to-do-tax-reduction.html

——————————————-

บทความที่น่าสนใจ
American Express ขีดเส้นเลิกขอลายเซ็นลูกค้าเมื่อรูดบัตร เม.ย. 2018

“ธปท.” เล็งปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบ รับนโยบายเนชั่นแนลอีเพย์เมนต์

50 อภิมหาเศรษฐีหมื่นล้าน

บริหารการเงิน…เพื่อชีวิตที่พอเพียง

‘กองทุนรวม’ ต้องแปลงเงินฝาก…สู่เงินลงทุน

บทความอื่นๆ

ข่าวประชาสัมพันธ์ MBA

รวมหลักสูตร MBA

ทุนการศึกษาต่อ MBA

Leave a Reply

© 2011 Copyright MBA News Thailand. All Rights Reserved.
  • Twitter
  • Facebook