You Are Here: Home » Article, Inter Article, Inter News, MBA Inter, MBA Knowledge, Study Abroad, What's Up » 5 สิ่งที่หลักสูตร MBA กำลังจะเปลี่ยนไป ในปี 2018 และโลกอนาคต!

5 สิ่งที่หลักสูตร MBA กำลังจะเปลี่ยนไป ในปี 2018 และโลกอนาคต!

5 สิ่งที่หลักสูตร MBA กำลังจะเปลี่ยนไป ในปี 2018 และโลกอนาคต!

ทุกสิ่งล้วนเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา หลักสูตร MBA ที่เราเรียนหรือเคยได้ยินมาก็เช่นกัน ณ เวลานี้ก็เข้าสู่ช่วงปี 2018 แล้ว MBA NEWS THAILAND รอบนี้มีสาระดีๆ มานำเสนออีกเช่นเคย วันนี้เราจะอ่านแนวคิดและมุมมองที่น่าสนใจจากกรรมการบริหารระดับสูงของ EU Business School เกี่ยวกับอนาคตของหลักสูตร MBA ที่กำลังจะมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงในปี 2018 นี้ แต่รวมถึงในอนาคตข้างหน้าอีกหลายปีต่อจากนี้ด้วย จะเป็นอย่างไร ลองติดตามกันได้เลยค่ะ

Luc Craen is vice president and managing director at EU Business School

Luc Craen is vice president and managing director at EU Business School

สถานการณ์โลกธุรกิจในปัจจุบันสามารถสรุปได้ด้วยตัวย่อ VUCA ซึ่งย่อมาจาก Volatile – ไม่แน่นอน Uncertain – ไม่มั่นคง Complex- ซับซ้อน และ Ambiguous -คลุมเครือ เนื่องจากทั้งนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และ การเติบโตของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา กำลังส่งผลกระทบต่อโลกธุรกิจและวิธีการในการทำธุรกิจ ซึ่งจากสภาพแวดล้อมดังกล่าวทำให้หลักสูตรการเรียนการสอนของ B-school ต้องทำการปรับตัว เปลี่ยนแปลง และพัฒนาเพื่อให้หลักสูตรการเรียนการสอนทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดย 5 สิ่งต่อไปนี้จะเป็นสิ่งที่หลักสูตร MBA จะต้องเปลี่ยนแปลงในปี 2018 และอนาคตข้างหน้า

1. เน้นทักษะทางอารมณ์มากขึ้น

ปัจจุบันเทคโนโลยีและนวัตกรรมกำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่างในการทำงาน หลายอุตสาหกรรมเริ่มนำหุ่นยนต์และเครื่องจักรมาทำงานทดแทนแรงงานมนุษย์แล้ว และเทคโนโลยีใหม่ๆจะเกิดขึ้นอีกตลอดเวลา ทำให้ความต้องการแรงงานคนในการทำงานลดน้อยลงไปเรื่อยๆ ดังนั้นการออกแบบหลักสูตรและปรับแนวคิดของหลักสูตร MBA นั้นจึงมีความสำคัญมาก เราจะต้องเตรียมตัวสำหรับงานที่ยังไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งหนทางเตรียมตัวที่ดีที่สุดสำหรับนักเรียน MBA กับอนาคตที่ยังไม่รู้นั่นก็คือการโฟกัสไปที่ทักษะด้านอารมณ์ (soft skills) ซึ่งเป็นทักษะของมนุษย์ที่หุ่นยนต์หรือเครื่องจักรไม่สามารถแทนที่ได้ หุ่นยนต์ก็ยังคงเป็นหุ่นยนต์ ในขณะที่มนุษย์สามารถพัฒนาทักษะทางด้านอารมณ์ การใช้จิตวิทยา การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงาน ฯลฯ บุคคลที่จะเป็นที่ต้องการในตลาดแรงงานโลกจึงจะต้องเป็นคนที่มี soft skill ควบคู่ไปกับ hard skills (ทักษะทางความรู้)

2. การเรียนหลักสูตร MBAs ออนไลน์จะกลายเป็นที่นิยมมากขึ้น

ในอดีตหลายคนยังมีความไม่มั่นใจในการเรียนการสอนหลักสูตรออนไลน์ต่างๆว่าจะได้ผลจริงหรือไม่ แต่ปัจจุบันจะเห็นได้ว่าหลักสูตรออนไลน์กำลังได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้น โดยผู้เรียนจะได้เห็นการตอบโต้กับหลักสูตรออนไลน์ในเนื้อหาที่เรียนที่มีสูงกว่าการเรียนในห้องเรียน เนื่องจากจะได้เห็นมุมมองและข้อเสนอแนะจากคนอื่นๆได้เสมอ อีกทั้งการเรียนยังไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลาและสถานที่ ดังคำกล่าวที่ว่า “โลกเป็นห้องเรียนของคุณ”

3. เทคโนโลยีจะเปลี่ยนสภาพแวดล้อมของห้องเรียน

จากที่กล่าวไปแล้วว่าปัจจุบันเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทและเปลี่ยนแปลงโลกในหลายๆเรื่อง การศึกษาก็เช่นกัน ทุกคนสามารถรับรู้ และสืบค้นสิ่งต่างๆที่อยากรู้ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น อินเตอร์เน็ตได้ตลอดเวลา เทคนิคการสอนจากหลักสูตรออนไลน์จึงถูกนำเข้ามาใช้ในห้องเรียนโดยการที่ให้นักศึกษาศึกษาทฤษฎีและสิ่งอื่นๆที่เกี่ยวข้องก่อนเข้าชั้นเรียน จากนั้นนักเรียนจะได้รับการสอน การให้คำปรึกษา และการมีส่วนร่วมในการอภิปรายในชั้นเรียน อีกทั้งจะเป็นการช่วยให้มีการปฏิสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกันมากขึ้นระหว่างอาจารย์กับนักเรียนในการให้ข้อเสนอแนะต่างๆ

แต่อย่างไรก็ตามเหล่าอาจารย์ต้องมีการตรวจสอบให้แน่ใจว่านักเรียนในชั้นเรียนจะไม่เสียสมาธิและให้ความสนใจไปกับสิ่งอื่นๆบนโลกอินเตอร์เน็ตมากกว่าเนื้อหาวิชาที่กำลังเรียนอยู่

4. ความต้องการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ได้เกิดหลักสูตร MBA สาขาใหม่ๆและมีความหลากหลายขึ้นเพื่อที่จะสร้างบุคลากรให้เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้นๆซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าความต้องการของโลกธุรกิจและของบริษัทจะมีการเปลี่ยนแปลง โดยจะเน้นการฝึกอบรมพนักงานให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่เป็นประโยชน์กับองค์กรสูงสุด นักศึกษาจึงจำเป็นต้องเลือกเรียนสาขาเฉพาะด้านจนมีความเชี่ยวชาญเพื่อตอบโจทย์ให้นายจ้างคัดเลือกเข้าทำงานต่อไป ดังนั้นสิ่งที่สำคัญมากคือเราต้องตามหาสิ่งที่เราชอบและถนัดให้เจอโดยไว เพื่อที่จะสามารถต่อยอดได้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดเวลา

5. เกิดความร่วมมือของ B-school ระหว่างกันมากขึ้น

ที่ผ่านมาสิ่งที่แตกต่างกันหลักๆของ B-School ในแต่ละสถาบัน คือ สถานที่ตั้ง สภาพภูมิศาสตร์ ความเชี่ยวชาญของเหล่าคณาจารย์ รวมไปถึงเครือข่ายศิษย์เก่า แต่ในอนาคตความแตกต่างเหล่านี้จะลดลงจากการทำงานแลกเปลี่ยนความรู้และสิ่งต่างๆระหว่าง B-School ระหว่างกัน ซึ่งจะเป็นผลดีต่อนักศึกษาที่จะได้มีโอกาสเข้าศึกษา อบรม ความรู้ต่างๆ ที่สนใจได้จากหลากหลายสถาบัน

อ้างอิง : https://www.businessbecause.com/news/full-time-mba/4872/5-ways-mba-change-2018-future
แปลและเรียบเรียง : ดรัลพัชร์ จิวมงคลชัย

————————————

บทความอื่นๆ

รวมหลักสูตร MBA มหาวิทยาลัยรัฐบาล

รวมหลักสูตร MBA มหาวิทยาลัยเอกชน

รวมหลักสูตร MBA

ทุนการศึกษาต่อ MBA

ข่าวประชาสัมพันธ์ MBA

Leave a Reply

© 2011 Copyright MBA News Thailand. All Rights Reserved.
  • Twitter
  • Facebook