You Are Here: Home » Article, Business school review, Inter Article, MBA Inter, MBA Knowledge, Study Abroad, What's Up » ประสบการณ์ MBA ในต่างแดน : La Trobe University ประเทศออสเตรเลีย

ประสบการณ์ MBA ในต่างแดน : La Trobe University

ประเทศออสเตรเลีย

IMG_9761

การไปเรียนต่อต่างประเทศอาจเป็นความใฝ่ฝันของใครหลายคน เพราะนอกจากจะได้เปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ เรียนรู้ประสบการณ์ที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนแล้ว ยังสามารถสร้างโอกาสด้านการทำงานในอนาคตและ ได้ความรู้ความชำนาญด้านภาษาต่างประเทศที่เพิ่มเติมเข้ามาอีกด้วย ..วันนี้ MBA NEWS THAILAND จะมานำเสนอสาระที่เป็นประโยชน์ให้กับทุกคนอีกเช่นเคย โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่กำลังต้องการหาข้อมูลเรียนต่อที่ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเรื่องราวที่จะนำมาถ่ายทอดในวันนี้เป็นการแบ่งปันประสบการณ์ที่อาจจะไม่ลงลึกไปในเรื่องหลักสูตรมากนัก เพื่อที่จะให้ทุกท่านได้สัมผัสเรื่องราวในมุมอื่นๆบ้าง เช่น ชีวิตความเป็นอยู่ การเรียน สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม ฯลฯ เพราะเราเชื่อว่าประสบการณ์จริงนั้นคงไม่สามารถหาอ่านได้จากแหล่งอื่นใดมากนัก เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเราไปอ่านเรื่องราวของแขกรับเชิญกันดีกว่าค่ะ

IMG_9684

คุณชนาภรณ์ บัวเวช อายุ 29 ปี

หลักสูตร MBA (Full Time)

ปัจจุบัน : ทำงานด้านฝ่ายต่างประเทศ บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง

Q : ทำไมถึงเลือกไปเรียน MBA ที่ประเทศออสเตรเลีย

A : โดยส่วนตัวมองว่าประเทศออสเตรเลียไม่ได้อยู่ไกลจากไทยมาก ด้วยสภาพแวดล้อมทางสังคมที่น่าอยู่ เป็นเมืองที่สงบและเจริญในหลายๆด้าน จากนั้นพอมาหาข้อมูลเพิ่มเติมก็พบว่าออสเตรเลียเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมด้านการศึกษามากที่สุดประเทศหนึ่งเลยทีเดียว โดยมหาวิทยาลัยหลายแห่งนั้นได้รับมาตรฐานและการยอมรับจากทั่วโลกในหลากหลายสาขา และหากพูดถึงเรื่องค่าครองชีพก็จัดว่าอยู่ในระดับกลางหากเทียบกับทางทวีปยุโรปหรือทวีปอเมริกา แล้วก็เลยมาคิดว่าแล้วทำไมเราจะไม่เลือกเรียนที่ออสเตรเลียล่ะ?

Q : ทำไมถึงเลือกเรียน MBA ที่ La Trobe University

A : ตอนนั้นจำได้ว่าหาข้อมูลเกี่ยวกับ B-School เยอะมาก โดยพบว่า La Trobe University เป็นสถาบันที่นักศึกษาต่างชาติจากทั่วโลกเลือกมาเรียนเป็นอันดับต้นๆแห่งหนึ่งในออสเตรเลีย ซึ่งมีการสนับสนุนทุนการศึกษาให้นักเรียนต่างชาติและมีบริการหอพักนักศึกษาต่างชาติในวิทยาเขตอีกด้วย โดย La Trobe University เป็น 1 ใน 3 ของสถาบันที่ได้รับรางวัลการรับรองคุณภาพจาก และ EFMD (The European Foundation for Management Development) ซึ่งเป็นสถาบันรับรองมาตรฐานการศึกษาที่มีชื่อของโลก และในที่สุดจึงตัดสินใจเลือกเรียนที่ campus Melbourne เพราะอยู่ในย่านเมืองที่จัดเป็นศูนย์กลางของทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นด้านการท่องเที่ยว การคมนาคม สถาปัตยกรรม สิ่งแวดล้อมฯลฯ โดยเมือง Melbourne ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองนักศึกษาที่ดีที่สุดของโลกอย่างต่อเนื่องและยังได้รับรางวัลเมืองที่น่าอยู่อาศัยที่สุดในโลก 5 ปีติดกันอีกด้วย

Q : นักศึกษาในคลาสเรียนส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาชาติไหน อยากให้เล่าบรรยากาศการเรียนในห้องเรียนให้ฟัง

A : นักศึกษาในห้องเรียนมาจากหลากหลายประเทศเช่น ประเทศทางฝั่งโซนอเมริกาใต้ ประเทศอังกฤษก็มี ส่วนใหญ่ราว 60% มาจากแถบเอเชีย เช่น เวียดนาม จีน ญี่ปุ่น ฯลฯ และบางส่วนเป็นนักศึกษาท้องถิ่น จำนวนนักศึกษาต่อคลาสประมาณ 35-40 คน นับว่าไม่เยอะมากค่ะ ทำให้บรรยากาศในห้องเรียนเป็นกันเอง อาจารย์ที่สอนส่วนใหญ่นอกจากจะสอนทฤษฎีความรู้แล้ว มักจะเน้นการแสดงความคิดเห็น การแลกเปลี่ยนทัศนคติระหว่างกัน ทำให้บางครั้งเราก็ต้องปรับตัวเพราะเราอาจจะไม่ได้ถูกปลูกฝังมาก่อนในรูปแบบการเรียนที่เน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลาง ดังนั้นการมาเรียนที่นี่ก็เป็นโอกาสที่เราได้พัฒนาด้านความคิด การพูด รวมถึงทักษะการสื่อสารกันด้วยภาษาอังกฤษ และบางทีก็จะมีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมทางด้านภาษากันซึ่งสนุกดีค่ะ นับเป็นประสบกาณ์ที่น่าจดจำของการเรียนที่นี่

Q : ชีวิตความเป็นอยู่ตอนใช้ชีวิตเรียนที่นั่นเป็นอย่างไรบ้าง

A : ตอนแรกพักอาศัยอยู่กับ Host Family ค่ะ ซึ่งก็นับเป็นช่วงเวลาที่ดีเพราะได้ Host ที่ดี แต่การเดินทางไปเรียนค่อนข้างไกลและลำบาก ต่อมาพอเริ่มคุ้นเคยสถานที่จึงหาเช่าบ้าน แชร์ห้องน้ำและครัวกับเพื่อนๆคนไทยและต่างชาติ โดยหลังเลิกเรียนหรือช่วงที่ไม่มีเรียนนักเรียนไทยส่วนใหญ่จะหางานพิเศษทำ โดยงานยอดฮิตคือการทำงานในร้านอาหารไทย ร้านนวดสปา รับจ้างเลี้ยงเด็ก ฯลฯ ซึ่งตอนนั้นเลือกทำที่ร้านอาหารไทยค่ะ ซึ่งไม่ว่างานอะไรก็ตาม ถ้าขยันและใช้เงินประหยัดจะสามารถหาเงินจ่ายค่าเทอมและยังเหลือเงินเก็บอีกด้วยค่ะ

Q : อยากฝากอะไรถึงคนที่คิดอยากจะไปเรียนต่อในต่างแดนบ้าง?

A : จริงๆ แล้วความตั้งใจและความอดทนคือสิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้เราผ่านทุกอย่างไปได้ อย่างตอนแรกยอมรับว่าใช้เวลาปรับตัวเป็นเดือนๆเลยทีเดียว คิดถึงบ้านมาก แต่พอเราเริ่มปรับตัวได้ เราจะเริ่มสนุก อันดับต่อมาคือเรื่อง “ภาษา” จะเรียนต่อได้ คุณต้องมีระดับภาษาอังกฤษที่ผ่านมาตรฐานของสถาบัน เพื่อที่จะไม่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนและการใช้ชีวิต ซึ่งก็ไม่ต้องกังวล เพราะก่อนเรียนจะต้องมีการทดสอบวัดระดับภาษาอังกฤษก่อน จากนั้นจึงจะเข้าสู่การเรียนปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษซึ่งมากน้อยขึ้นอยู่กับทักษะของแต่ละคนค่ะ แต่อยากฝากไว้ว่าขอให้เชื่อมั่นในตัวเองและอดทนจนผ่านช่วงปรับตัวไปได้ ความสำเร็จรออยู่ไม่ไกลค่ะ

MBA NEWS THAILAND ต้องขอขอบคุณแขกรับเชิญในวันนี้ที่ได้มาแบ่งปันประสบการณ์ชีวิตในต่างแดนให้ทุกๆคนอ่านกัน หลายคนคงเริ่มมีคำตอบบางอย่างให้กับตัวเองหรือเห็นภาพอะไรมากขึ้นไม่มากก็น้อย MBA NEWS THAILAND ก็หวังว่าสิ่งที่เรานำเสนอในวันนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับผู้อ่านที่ติดตามข่าวสารดีๆที่เราคัดสรรมานำเสนออย่างต่อเนื่อง แล้วพบกันใหม่ค่า..

ขอขอบคุณบทสัมภาษณ์ โดย คุณชนาภรณ์ บัวเวช

ผู้สัมภาษณ์ เขียนและเรียบเรียง : ดรัลพัชร์ จิวมงคลชัย

Leave a Reply

© 2011 Copyright MBA News Thailand. All Rights Reserved.
  • Twitter
  • Facebook