You Are Here: Home » Article, Inter Article, MBA Inter, MBA Knowledge » 10 ข้อแนะนำและข้อห้ามสำหรับการเลือก B-School

10 ข้อแนะนำและข้อห้ามสำหรับการเลือก B-School

10 ข้อแนะนำและข้อห้ามสำหรับการเลือก B-School

ต้องยอมรับว่าการเลือกที่เรียน MBA ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย จำนวน B-School มีมากมายทั้งในไทยและต่างประเทศ และค่าเล่าเรียนก็แสนแพง ดังนั้นการเลือก B-School จะต้องคัดสรรเป็นอย่างดีด้วยความเข้าใจและมั่นใจ อย่าไปตกหลุมพลางด้วยการเลือก B-School ที่มีชื่อเสียงแต่ไม่ได้ ให้สิ่งที่คุณต้องการจากมันอย่างแท้จริง ต่อไปนี้จะเป็น 10 ข้อแนะนำและข้อห้ามสำหรับการเลือกเรียน MBA ที่เหมาะกับตัวเราและเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจเลือก B-School ได้อีกด้วย

1. DO : ให้พิจารณาข้อเสนอต่างๆ ของหลักสูตร ให้ถ้วนทั่ว อย่าพิจารณาแค่จุดใดจุดหนึ่งแต่ให้มองในภาพรวม ต้องเข้าใจว่าหลักสูตร MBA เป็นเพียงหลักสูตรหนึ่งของมหาวิทยาลัย ดังนั้นควรมองจุดแข็งอันเป็นพื้นฐานของแต่ละมหาวิทยาลัยควบคู่ไปด้วย ถ้าโรงเรียนดี มีประวัติศาสตร์ยาวนานในการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพสู่ตลาดแรงงาน บรรดานายจ้างต่างก็อ้าแขนยอมรับ นอกจากนี้ยังมีข้อดีจากการได้ Connection กับบรรดารุ่นพี่ที่เป็นศิษย์เก่าของทางสถาบันอีกด้วย

2. Do: พิจารณาการได้รับคำรับรองและการจัดอันดับ (Ranking) ของ B-School ควบคู่ไปด้วย เพราะเป็นตัวบ่งชี้ถึงคุณภาพหลักสูตร สถาบันรับรองต่างๆ เช่น AMBA, AACSB และ Equis สามารถรับประกันได้ว่าหลักสูตร MBA นั้นๆ ตรงตามมาตรฐานสากล การที่หลักสูตรได้รับการรับรองถือเป็นการเพิ่มมูลค่าเพิ่มของตัวบัณฑิตในสายตานายจ้าง เพราะถือว่าได้จบการศึกษาจากสถาบันชั้นนำและเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง

3. Don’t : อย่าละเลยหรือไม่ให้ความสำคัญกับผลงานวิจัยของทางสถาบัน เพราะนั่นคือตัววัดผลคุณภาพของบุคลากรและอาจารย์ผู้สอนในแต่ละสาขาวิชา

4. Do: ควรหาข้อมูลเพื่อให้เกิดความแน่ใจว่าหลักสูตรหรือรายวิชาที่ B – School กำหนด ตรงตามความสนใจและความต้องการที่แท้จริงของเราและหาก  B – School นั่นได้รับการรับรองจาก AMBA ก็มั่นใจได้ระดับหนึ่งว่าแต่ละรายวิชาได้รับการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน และอาจารย์ผู้สอนก็ได้รับการพิจารณาความสามารถที่เหมาะสมแล้วเช่นกัน หลักสูตร MBA ที่ดีควรประกอบไปด้วยรายวิชาที่เกี่ยวกับ Strategy, Finance และ Marketing เป็นต้น นอกจากนี้ยังต้องเสริมในเรื่องของทักษะอื่นๆ เช่น ความเป็นผู้นำ และความสามารถในการบริการจัดการควบคู่ไปด้วย

5. Do: ในขณะที่หลักสูตรหลัก (Core Courses) อาจจะมีเหมือนๆกันในแต่ละ B – School แต่มีวิธีการสอนที่แตกต่างกัน ไม่ใช่แค่การนั่งเรียนและจดโน๊ตเท่านั้นยังต้องมีในเรื่อง การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง , การ Discuss กันระหว่างผู้สอนและเพื่อนร่วมห้อง อย่าจับกลุ่มทำงานกับเพื่อนหน้าเดิมๆ ตลอดทั้งปี ควรผลัดเปลี่ยนไปกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ เพื่อเกิดการเรียนรู้จากเพื่อนร่วมห้องให้ได้มากที่สุดไม่เพียงแค่แลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่หลากหลายเท่านั้น Conection ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นจากการเรียน MBA เช่นกัน

6. Do: ควรเลือกอาจารย์ผู้สอนที่ผ่านการฝึกอบรม หรือมีประสบการณ์ตรงจากการทำงานในอุตสาหกรรมต่างๆ อย่าเลือกผู้สอนจากนักวิชาการอย่างเดียว เพราะอาจารย์ที่ผ่านงานจากภายนอกจะเข้าใจถึงสถานการณ์ตลาดในปัจจุบันได้ดีกว่า

7. Do: ดูว่า Career Service ของ B – School นั้นๆ มีความเชี่ยวชาญและให้คำแนะนำที่ดีสำหรับนักเรียนเพียงใด Career Service ที่ได้ไม่ควรเชี่ยวชาญเฉพาะการให้คำแนะนำนักศึกษาจบใหม่เท่านั้น ควรมีความรู้รอบตัวหลากหลาย

8. Do: พิจารณาถึงสภาพแวดล้อมของสถานที่เรียนทั้งในส่วนของสถานที่ตั้ง (การเดินทางไปกลับ) และในส่วนของสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เช่น ขนาดห้องเรียน, อุปกรณ์การเรียนการสอน เป็นต้น

9. Don’t : ถ้าคุณได้รับการตอบรับให้เข้าเรียนใน B – School ใดๆ อย่าเพิ่งรีบตอบรับในทันที เพราะการลงเรียน MBA คือเป็นการลงทุนที่ยิ่งใหญ่ให้สอบถามถึงทุนการศึกษา และความช่วยเหลือทางการเงินอื่นๆ ประกอบด้วย เช่น โอกาสในการทำงาน Part – time ในโรงเรียน เป็นต้น

10. Do: ศึกษาข้อมูลต่างๆให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัวสินใจของคุณ แต่อย่างลังเลจนเกินไปจนทำให้สูญเสียโอกาส

ที่มา : EDHEC Global MBA

—————————————–

บทความอื่นๆ

รวมหลักสูตร MBA มหาวิทยาลัยรัฐบาล

รวมหลักสูตร MBA มหาวิทยาลัยเอกชน

รวมหลักสูตร MBA

ทุนการศึกษาต่อ MBA

ข่าวประชาสัมพันธ์ MBA

Leave a Reply

© 2011 Copyright MBA News Thailand. All Rights Reserved.
  • Twitter
  • Facebook