You Are Here: Home » PR, Program Review, Programs Update » มองอนาคต MUIC สู่ความเป็นเลิศด้านการศึกษาของเอเซีย (ตอนที่ 6)

มองอนาคต MUIC

สู่ความเป็นเลิศด้านการศึกษาของเอเซีย

ดร.วีรเดช พันธ์วิศวาส ผู้อำนวยการหลักสูตรการจัดการมหาบัณฑิต วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยถึงรูปแบบการเรียนการสอนที่วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ว่า “คนที่เรียนโรงแรมซึ่งเป็นธุรกิจจะต้องเรียน MBA แต่ถ้าเกิดเรียน Tourism มันเป็นสหวิทยา คุณต้องเรียนนิเวศน์ ศิลปวัฒนธรรม คือต้องเรียนรู้รอบด้าน เพราะฉะนั้นเราคิดว่าถ้าเปิดดีกรีใดดีกรีหนึ่งตลาดเรามันก็จะน้อย และที่สำคัญเราต้องการอาจารย์ที่มีวุฒิ Ph.D ซึ่งมีน้อยมาก เพราะส่วนมากเขาเน้นประสบการณ์มากกว่า แต่ถ้า Ph.D. ใน Tourism พอมีบ้าง สุดท้ายเลยต้องเปิดควบคู่กันไป ไม่ว่าคุณจะทำงาน Tourism คุณก็ต้องรู้เรื่องโรงแรม คุณทำโรงงานคุณก็ต้องรู้เรื่อง Tourism เพราะมันเอื้อซึ่งกันและกัน”

อย่างไรก็ตาม แต้มต่อที่ ผู้อำนวยการหลักสูตรการจัดการมหาบัณฑิต วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล มองว่าเป็นความได้เปรียบของวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดลคือ การที่พื้นฐานหลักสูตรได้ผ่านการบ่มเพาะนานถึง 26 ปี จากที่ผ่านมากับประสบการณ์ของคณาจารย์จำนวนหนึ่ง ที่ได้รับจากคณะการบริหารอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของมหิดล ซึ่งเป็นสถาบันที่เปิดสอนในหลักสูตรการท่องเที่ยวที่เก่าแก่แห่งหนึ่งของเมืองไทย โดยหลังจากที่วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดสอนก็ได้รับความนิยมและมี Feedback ที่ดีจากภาคอุตสาหกรรม เพราะนักศึกษาที่ไปฝึกงานก็ได้ไปในโรงแรมระดับ 4-5 ดาว และได้รับ feedback ที่ดีจากนายจ้าง กระทั่งเมื่อมีความพร้อมมากขึ้น เพราะตลาดมีความต้องการ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล จึงรวบรวมอาจารย์ที่มีวุฒิปริญญาเอก ในสาขาการท่องเที่ยวโดยเฉพาะ มาร่วมกันวางหลักสูตร กลุ่มเป้าหมาย เพื่อเปิดหลักสูตรปริญญาโท ที่เน้นคุณภาพเพื่อที่จะให้เกิดการเติบโตแบบยั่งยืน โดยตอนนี้มีนักศึกษามากกว่า 3 รุ่นแล้ว

ดร.วีรเดช พันธ์วิศวาส

ผู้อำนวยการหลักสูตรการจัดการมหาบัณฑิต วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวแนะนำถึงการเรียนการสอนในหลักสูตรของวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ว่า “ถึงตอนนี้ เราก็พร้อมแล้วในการสอน และในแนวคิดที่จะทำการสอน นอกเหนือจากการศึกษา case study เพียงอย่างเดียว แต่มีการพานักศึกษาไปพูดคุยกับผู้ประกอบการในวิชา Tourism people and practice เช่น การพานักศึกษาไปรีสอร์ทที่กาญจนบุรี ให้ศึกษาจากของจริงว่าการที่จะสร้างรีสอร์ทขึ้นมาจะต้องมีอะไรบ้าง และทำอย่างไรไม่ให้เศรษฐกิจมีผลกระทบกับธุรกิจของเรา”

อย่างไรก็ตาม ผู้อำนวยการหลักสูตรการจัดการมหาบัณฑิต วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ยังกล่าวถึงความสำเร็จของหลักสูตรการจัดการ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดลไว้ว่า “อันดับแรกคงหนีไม่พ้นในเรื่องของความรู้ด้านการสร้างตัวแบบและพัฒนาธุรกิจแบบองค์รวม รวมทั้ง ทักษะที่สำคัญ อาทิ การวิเคราะห์และการตัดสินใจโดยการใช้เครื่องมือทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ การใช้ความคิดสร้างสรรค์ การทำงานอย่างมืออาชีพ เป็นต้น นอกจากนี้ ทางหลักสูตรยังส่งเสริมให้นักศึกษาเข้าร่วมการแข่งขันเคสทางธุรกิจ และ/หรือ โครงการแลกเปลี่ยนกับมหาวิทยาลัยทั่วโลกที่ทางวิทยาลัยนานาชาติมีเครือข่ายอยู่ ส่วนในแง่ของการปฏิสัมพันธ์ เนื่องจากขนาดของหลักสูตรไม่ได้ใหญ่มากจึงทำให้อาจารย์สามารถดูแลทุกคนได้อย่างใกล้ชิด ระหว่างนักศึกษากันเองก็จะสนิทสนม และ สร้างเครือข่ายระหว่างกันได้ง่าย สำหรับนักศึกษาที่จบไปแล้ว ทางหลักสูตรก็พยายามที่จะดึงกลับมาร่วมกิจกรรมเพื่อสร้างสัมพันธ์ระหว่างรุ่น และ เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจระหว่างนักศึกษากันเอง”

ผู้อำนวยการหลักสูตรการจัดการมหาบัณฑิต วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวต่ออีกว่า ปัจจุบันสถาบันมีบุคลากรที่พร้อมรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC เพราะสถาบันมีการเรียนการสอนที่เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดตลอดหลักสูตรและนักศึกษาที่จะเข้ามาศึกษายังวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ต้องสอบผ่านเกณฑ์ภาษาอังกฤษที่วิทยาลัยกำหนดไม่ว่าจะเป็นชาวไทยหรือต่างชาติ ดังนั้นสถาบันจึงมั่นใจในศักยภาพ โดยขณะนี้สถาบันมีนักศึกษาต่างชาติประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ของนักศึกษาทั้งหมด

นอกจากนี้สถาบันอยู่ระหว่างการขอการรับรองคุณภาพมาตรฐานจากอาเซียนเน็ตเวิร์กในแผนการดำเนินธุรกิจบริหารธุรกิจ และสถาบันยังเสริมสร้างความเป็นอินเตอร์เนชั่นแนลด้วยการเชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศเช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย เป็นต้น  รวมทั้งการแลกเปลี่ยนนักศึกษากับมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั้งในอเมริกาและยุโรปให้มากขึ้น

ดร.วีรเดช พันธ์วิศวาส ผู้อำนวยการหลักสูตรการจัดการมหาบัณฑิต วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวสรุป “แต่ละปีมีนักเรียนที่ต้องการเข้ามาศึกษาในสถาบัน และต้องสอบแข่งขันไม่ต่ำกว่า 3,000 คนแต่สถาบันสามารถรับได้เต็มที่เพียง 15-20 เปอร์เซ็นต์ของยอดผู้สมัคร การเปิดตัวสถาบันจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่สนใจเข้าศึกษา”

ทั้งหมดนี้นี่ก็คือความสำเร็จตลอดมาในช่วงระยะเวลากว่า 26 ปีของวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กลายเป็นแหล่งบ่มเพาะนักศึกษารุ่นแล้วรุ่นเล่า ทั้งบัณฑิตและมหาบัณฑิต ที่ต่างเมื่อจบออกไปแล้วก็กลายเป็นบุคลากรที่เปี่ยมด้วยความสามารถ ทั้งที่อยู่ในองค์กรระดับประเทศ ระดับชาติภูมิภาค และระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับของมหาบัณฑิต อาทิเช่น MBA เอง ก็กลายเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานในภูมิภาคอาเซียน จากการรวมเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเป็นอย่างมาก จึงอาจกล่าวได้ว่าวันนี้และในอนาคตไม่ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงมากสักเท่าใดก็ตาม ก็ไม่อาจที่เปลี่ยนความเป็นจริงที่ว่า วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดลคือสุดยอดผู้นำทางการศึกษาทั้งของไทยและของเอเชียอย่างแท้จริง สมกับคำว่า วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล หรือ MUIC คือ Ivy League ของเมืองไทย

มองอนาคต MUIC สู่ความเป็นเลิศด้านการศึกษาของเอเซีย (ตอนที่ 1)

มองอนาคต MUIC สู่ความเป็นเลิศด้านการศึกษาของเอเซีย (ตอนที่ 2)

มองอนาคต MUIC สู่ความเป็นเลิศด้านการศึกษาของเอเซีย (ตอนที่ 3)

มองอนาคต MUIC สู่ความเป็นเลิศด้านการศึกษาของเอเซีย (ตอนที่ 4)

มองอนาคต MUIC สู่ความเป็นเลิศด้านการศึกษาของเอเซีย (ตอนที่ 5)

—————————————————-

ทำไมถึงเลือกเรียนปริญญาโท MBA-MM นานาชาติที่ MUIC

MUIC ปั้นสุดยอด หลักสูตรปริญาโทการจัดการท่องเที่ยวและบริการ

เรียน M.B.A. นานาชาติ ที่ MUIC ในหลักสูตรที่โดดเด่นและแตกต่างอย่างแท้จริง

หลักสูตร MM & MBA วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล

กำหนดรับสมัครป.โท MUIC สาขา MM & MBA ประจำปีการศึกษา 2013-2014

มหิดลอินเตอร์ เปิดสอน ป.โท การจัดการบริการนานาชาติ ที่สาทร

รวมหลักสูตร MBA มหาวิทยาลัยรัฐบาล

รวมหลักสูตร MBA มหาวิทยาลัยเอกชน

รวมหลักสูตร MBA

ทุนการศึกษาต่อ MBA

ข่าวประชาสัมพันธ์ MBA

บทความอื่นๆ

Leave a Reply

© 2011 Copyright MBA News Thailand. All Rights Reserved.
  • Twitter
  • Facebook