You Are Here: Home » Inter Article, MBA Inter, Study Abroad » เป้าหมายการไปเรียนต่อ MBA เมืองนอกกับสภาพความเป็นจริง

เป้าหมายการไปเรียนต่อ MBA เมืองนอกกับสภาพความเป็นจริง

By Mr. OneLife

เป้าหมายการไปเรียนต่อ MBA เมืองนอกกับสภาพความเป็นจริง

ความเดิมตอนที่แล้ว…………เค้าเรียนอะไรกันใน Pre-sessional course

คุณเคยคิดมั้ยว่าต้องการอะไรจากการไปเรียนเมืองนอก…

มีเหตุผลร้อยแปดพันเก้าในการที่จะทำให้เราตัดสินใจไปเรียน MBA เมืองนอกครับ แต่จากที่ผมเคยพูดคุยกับเพื่อนๆ และคนไทยหลายกลุ่มที่มาเรียน MBA เมืองนอกส่วนใหญ่ มักมีเป้าหมายที่ว่า…อยากได้ภาษา อยากได้ประสบการณ์ชีวิตใหม่ๆ อยากได้งานดีๆ ทำ 3 อย่างนี้เป็นเหตุผลยอดฮิตในการมาเรียนเมืองนอกเลยก็ว่าได้

อย่างไรก็ตามเป้าหมายก็คือเป้าหมาย ไม่ใช่ว่าทุกคนสามารถจะบรรลุเป้าหมายกันได้ทุกคน บางคนอาจเปลี่ยนความคิดไปตามสภาพแวดล้อมที่เรามาเจอ บางคนอาจแน่วแน่ในปณิธานของตัวเอง ในที่นี้ผมจะมาเล่าให้ฟังถึงประสบการณ์ของผมในการที่เราจะสามารถทำตามเป้าหมายได้หรือไม่อย่างไร เราทุกคนจะได้พอนึกสภาพความเป็นอยู่ของเราที่เมืองนอกได้ แต่ต้องขอออกตัวก่อนนะครับว่าอันนี้ผมบอกเล่าในมุมของคนที่จะมาเรียนป.โท MBA นะครับ ส่วนสายอื่นๆ นั้นผมอาจจะไม่สันทัดมากนัก

ตอนผมตั้งใจจะมาเรียนเมืองนอกครั้งแรก ผมก็มีเป้าหมายเหมือนกับคนทั่วๆ ไป ไม่หลุดไปจาก 3 ข้อที่กล่าวมาหรอกครับ แต่อาจจะมีเน้นหนักไปทางอยากหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในชีวิต ซึ่งก็รวมไปถึงเรื่องเที่ยวด้วย

ช่วงแรกๆ ที่มาผมเชื่อว่าเราหลายคนหมายมั่นปั้นมือว่า อยากจะพัฒนาด้านภาษาอย่างมาก อยากจะฝึกการฟัง และการพูด  แต่สภาพความเป็นจริงเมื่อเรามาที่มหาลัยก็คือ เราจะได้เห็นนักศึกษามากหน้าหลายตา ที่ส่วนใหญ่จะมาจากประเทศแถบเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นไทย จีน ไต้หวัน อินเดีย เกาหลี มาเลเซีย เวียดนาม ฯลฯ นอกจากนี้ก็จะมีนักศึกษาที่มาจากประเทศแถบอเมริกาใต้และตะวันออกกลาง รวมไปถึงแอฟริกาอยู่บ้าง แต่เมื่อเทียบกับสัดส่วนนักศึกษาจากทวีปเอเชียก็นับว่ายังต่างกันมาก

บางคนอาจจะตั้งคำถามว่าเอ๊ะ!! ไม่มีนักเรียนที่เป็นพวกฝรั่งบ้างเลยหรอ?? คำตอบก็คือ มีครับ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นนักศึกษาป.ตรีซะมากกว่า แม้จะมีเรียนป.โทบ้าง แต่ก็ไม่ได้เยอะแยะเท่าคนเอเชีย ซึ่งสิ่งนี้จะส่งผลต่อมาในการจับกลุ่มทางสังคมของเรา กล่าวคือ นักศึกษากันเองจะเริ่มมีการจับกลุ่มกับคนที่มาจากพื้นเพเดียวกัน เด็กไทยจับกลุ่มกับเด็กไทย เด็กจีนจับกลุ่มกับเด็กจีน ฝรั่งก็จับกลุ่มกับฝรั่ง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดามากตามหลักจิตวิทยาที่มนุษย์จะพยายามหาสิ่งคุ้นเคยกับตัวเองเสมอ แต่ไอ้ความธรรมดาของกฎธรรมชาตินี้จะเป็นผลในการไปปิดกั้นเป้าหมายในการฝึกภาษาและการหาประสบกาณ์ใหม่ๆ ของเราอย่างมาก ผมเองก็มีเพื่อนเป็นคนไทยอยู่จำนวนไม่น้อยในช่วยแรกๆ เราพูดภาษาไทยกัน กินอาหารไทย ใช้ชีวิตแบบคนไทยด้วยกันตลอด

ถามว่าผมมีเพื่อนเป็นชาวต่างชาติบ้างมั้ย ผมก็บอกว่ามีครับ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเพื่อนที่อยู่ในทวีปเอเชียเหมือนกันซะมากกว่า อาจเป็นเพราะเราคุ้นเคยและทำความเข้าใจกับวัฒนธรรมของเค้าได้ง่ายกว่า ส่วนที่บอกว่าพวกฝรั่งนี้อาจจะบอกได้ว่ามีบ้างแต่อาจไม่ได้สนิทกันเท่าไหร่ เพราะเค้าก็จะจับกลุ่มกันกับพวกเค้าเอง รวมทั้งทักษะทางด้านภาษาของเรา ทำให้เราไม่ค่อยกล้าจะไปคุยกับเค้าเท่าไหร่ สรุปแล้วก็คือ ผมเลยใช้ชีวิตกับคนไทย แต่ก็ยังมีการติดต่อปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ชาวเอเชียอยู่บ่อยครั้ง แม้เราอาจจะไม่ได้ฝึกภาษาจากต้นตำรับ แต่ผมก็คิดว่ายังพอจะโอเคอยู่เพราะอย่างน้อยเราก็ได้สื่อสารภาษาอังกฤษกับคนชาติอื่น แต่ก็ยังมีคนไทยอีกหลายคนที่ยอมไหลไปตามความคุ้นเคยเดิมๆ ของเรา คืออยู่แต่กับคนไทย ดูทีวีไทย

study MBA abroad2

การได้ไปเมืองนอกร้อยทั้งร้อยเราย่อมได้ประสบการณ์ที่แปลกใหม่อยู่แล้ว การได้เห็นอะไรใหม่ๆ ผู้คนใหม่ๆ สถานที่ใหม่ๆ ย่อมช่วยเปิดโลกทัศน์ของเราให้ได้กว้างขึ้น การที่เราเดินเข้าซุปเปอร์มาเก็ตที่ต่างประเทศ ก็ทำให้เห็นอะไรที่แปลกไปจากเมืองไทยของเรา ทั้งสินค้าและรูปแบบการช็อปปิ้ง หรือจะเป็นเรื่องของการคมนาคมที่อย่างน้อยแน่ๆ คือจะไม่ได้เห็นนโยบายใช้รถ 1 คน 1 คันแบบพี่ไทยแน่ๆ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราจะได้รับจากการไปเรียนเมืองนอก

อย่างไรก็ตาม เรายังสามารถเจาะลึกลงไปศึกษาวัฒนธรรมหรือวิถีชีวิตของผู้คนประเทศนั้นๆ ได้ ถ้าเรามีความกล้าและรู้จักหาข้อมูล ยกตัวอย่าง เช่น การเข้าไปนั่งกินเบียร์ในผับเป็นหนึ่งในวิถีชีวิตของคนอังกฤษ (อารมณ์ประมาณสภากาแฟบ้านเรา) ถ้าเรากล้าเข้าไปนั่งและพบปะพูดคุยกับคนในนั้น แน่นอนคุณจะเข้าใจถึงความรู้สึกนึกคิดของประเทศนั้นได้ดีมากยิ่งขึ้น หรือลองไปอยู่บ้านฝรั่ง ซึ่งอย่างประเทศอังกฤษเค้าจะมีเว็บไซต์ให้พวกนักเรียนต่างชาติไปลองอยู่บ้านคนอังกฤษฟรีในช่วงเวลาสั้น เพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกัน หรือไม่การลองทำงาน part-time ต่างๆ ก็เป็นประสบการณ์แปลกใหม่สำหรับเรา เพราะถ้าให้เลือกตอนอยู่ไทย ใครบ้างอยากจะไปทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟหรือผู้ช่วยกุ๊ก แต่อยู่เมืองนอกงานเหล่านี้ก็เงินดีพอที่จะประทังชีวิตของเราหรือพอจะทำให้ซื้อของที่เราอยากได้โดยไม่ต้องรบกวนเงินทางบ้าน อีกทั้งยังได้สังคมใหม่ๆ ด้วย

แต่ในความเป็นจริงอันโหดร้าย การที่เราจะหางานประมาณว่าทำงานกับร้านฝรั่งค่อนข้างจะยากหน่อย เพราะเค้าก็อยากได้ฝรั่งด้วยกันเป็นตัวเลือกแรก หรือไม่ก็ต้องภาษาอังกฤษดีมาก ซึ่งพวกคนอินเดียก็มักจะได้ไป ดังนั้นคนไทยอย่างเราๆ ส่วนใหญ่ก็จะไปจบที่ร้านอาหารไทย เพราะอย่างน้อยร้านอาหารไทยส่วนมากก็ดำเนินกิจการโดยคนไทยเอง เค้าก็อยากจะจ้างคนไทยมากกว่าชาติอื่นนั้นแหละ แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะทำงานร้านอาหารไทยได้อย่างเดียว หากใครมีความสามารถบวกกับโอกาสอำนวย ผมก็เห็นมีคนทำงาน part-time อย่างอื่นได้เหมือนกัน เช่น พวกร้าน McDonald, Lotus ซึ่งงานเหล่านี้ที่เมืองนอกเงินดีมากกกกก… ดังนั้นแล้วการจะได้รับประสบการณ์ใหม่คงจะไม่สามารถทำได้หากเราเอาแต่อุดอู้อยู่แต่ในห้องเล่นอินเทอร์เน็ตหรือดูยูทูปไปวันๆ

ส่วนเรื่องของการได้งานดีๆ ทำ ผมว่าการได้เรียนต่อ MBA เมืองนอกก็เป็นแต้มต่อสำคัญในการสมัครงาน เพราะคนไทยยังติดอยู่กับเรื่องของวุฒิการศึกษา แต่ปัจจุบันคนจบป.โท MBA ก็มีมากจนแทบจะเดินชนกัน ดังนั้นการที่เราจบป.โท MBA เมืองนอกก็มีภาษีดีกว่า แต่ผมก็อยากจะบอกไว้ก่อนว่าด้วยความที่ค่านิยมส่งลูกไปเรียนเมืองนอกในปัจจุบัน ทำให้อัตราเด็กจบนอกเยอะมากๆ ล่าสุดที่ผมมีโอกาสเข้าร่วมงานกีฬาสามัคคี ซึ่งเป็นการแข่งขันกีฬาของคนไทยจากทุกมหาลัยในประเทศอังกฤษ ขอบอกว่าคนไทยที่มาเรียนที่อังกฤษเยอะมากๆ นี้ยังไม่รวมประเทศอื่นๆ ดังนั้นหากคิดแค่ว่าฉันจบเมืองนอกมาหางานดีๆ ได้แน่ๆ ก็ต้องขอให้เปลี่ยนความคิดใหม่ เพราะผมเชื่อว่ามันคงไม่ง่ายเหมือนก่อนแล้ว อาจจะหางานได้แต่ว่าเงินเดือนจะคุ้มกับที่ลงทุนไปเรียนเมืองนอกเมืองนามารึเปล่าอันนี้ก็ต้องอยู่ที่ความสามารถของแต่ละบุคคล เพราะฉะนั้นการที่ได้โอกาสไปเรียน MBA เมืองนอกแล้วก็ต้องพยายามพัฒนาตัวเอง สร้างจุดต่างให้กับตัวเองมากที่สุด

การที่เราได้เรียน MBA เมืองนอกย่อมทำให้เกิดความคาดหวังจากบริษัทว่าเราจะต้องเก่งภาษาอังกฤษ ฟังพูดอ่านเขียนคล่องปรื๋อ แต่หากไม่สามารถทำได้อย่างที่เค้าคาดหวัง แน่นอนแรงกดดันย่อมถาโถมเข้ามาหาเรา ซึ่งมันก็ต้องไปย้อนดูรูปแบบการใช้ชีวิตของเราตอนอยู่เมืองนอกว่าเป็นอย่างไร เรากล้าที่จะเปิดรับสิ่งใหม่หรือเต็มใจจะใช้ชีวิตในรูปแบบเก่า ก็หวังว่าจะมีประโยชน์กับคนที่กำลังติดตามบทความของผมอยู่บ้างครับ

**ภาพจาก StudyLink

————————————————————————————-

บทความที่เกี่ยวข้อง

เค้าเรียนอะไรกันใน Pre-sessional course

ก้าวแรก… เมื่อมาถึงเมืองนอก

การจัดเตรียมของก่อนไปเรียนเมืองนอก (ตอนที่2)

การจัดเตรียมของก่อนไปเรียนเมืองนอก (ตอนที่1)

The Beginning of journey for study aboard

 มองหา MBA ที่ใช่ (ตอนที่ 1)

 มองหา MBA ที่ใช่ (ตอนที่ 2)

7 สิ่ง ของการค้นหาสภาพแวดล้อมที่ดีของการเรียน MBA

How to cover the cost of an MBA?

บทความอื่นๆ

รวมหลักสูตร MBA มหาวิทยาลัยรัฐบาล

รวมหลักสูตร MBA มหาวิทยาลัยเอกชน

รวมหลักสูตร MBA

ทุนการศึกษาต่อ MBA

ข่าวประชาสัมพันธ์ MBA

Leave a Reply

© 2011 Copyright MBA News Thailand. All Rights Reserved.
  • Twitter
  • Facebook