You Are Here: Home » Inter Article, MBA Inter, Study Abroad » ทำงาน part-time ระหว่างเรียน MBA

ทำงาน prat-time ระหว่างเรียน MBA

By Mr. OneLife

ทำงาน part-time ระหว่างเรียน MBA

ความเดิมตอนที่แล้ว…………เป้าหมายการไปเรียนต่อ MBA เมืองนอกกับสภาพความเป็นจริง

มีใครคิดที่จะทำงาน part-time ช่วงที่เรียนเมืองนอกบ้างครับ???

ก็ด้วยความที่ค่าครองชีพที่เมืองนอกมันค่อนข้างจะแพงกว่าการอยู่เมืองไทยเป็นแน่แท้ เด็กไทยหลายๆ คนที่ไม่ได้เป็นลูกมหาเศรษฐีหรือบ้านร่ำรวยก็มักจะมีความต้องการที่จะออกหาลำไพ่พิเศษทำในช่วงระหว่างที่เรากำลังเรียนหนังสืออยู่ที่เมืองนอก

เรื่องการทำงาน part-time ฝรั่งเค้ามองเป็นเรื่องธรรมดามากสำหรับประเทศของเค้า การเป็นเด็กเสิร์ฟ แคชเชียร์ หรือยืนทอดไก่ใน KFC ล้วนเป็นสิ่งที่เราพบเห็นได้จนชินตา

ช่วงที่ผมไปอยู่ออสเตรเลียกับอังกฤษนั้น เป็นช่วงที่ผมมีโอกาสใช้ชีวิตแบบเด็กฝรั่งบ้าง คือได้ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย ถึงแม้จะไม่ได้ขนาดทำงานส่งตัวเองเรียน แต่อย่างน้อยเงินที่ได้มาก็ให้อะไรมากกว่าแค่แผ่นกระดาษ เพราะมันช่วยเปิดประสบการณ์ในเรื่องงาน ซึ่งบางงานนี้ถ้าเราอยู่เมืองไทยก็คงไม่คิดที่จะทำ

ผมมีโอกาสได้ทำงานเป็นทั้งเด็กเสิร์ฟ ผู้ช่วยกุ๊ก พนักงานต้อนรับ หรือแม้กระทั้งคนงานในโรงงาน ซึ่งทั้งหมดล้วนแต่เป็นประสบการณ์ที่มีค่าพร้อมแถมมากับเงินจำนวนหนึ่งที่พอจะทำให้ผมส่งเสียค่าที่อยู่อาศัยรวมถึงค่ากินอยู่ได้ ฟังดูดีไหม๊ละครับ ผมว่าการทำงานที่เมืองนอกมันเป็นอะไรที่คุ้มค่ามากเลยนะครับ ทั้งคุ้มค่าเงิน ทั้งยังได้ประสบการณ์อีกด้วย ซึ่งถ้าใครมีความคิดที่จะทำงาน part-time ที่เมืองนอกแต่ยังเริ่มต้นไม่ถูกก็ลองเอาคำแนะนำผมไปใช้ได้นะครับ

โดยส่วนใหญ่แล้ว งานยอดฮิตติดลมบนของเด็กไทยในต่างแดนก็คือ การทำงานในร้านอาหารไทยไม่ว่าจะเป็นงานเสิร์ฟหรืองานในครัว เนื่องจากเป็นงานที่ค่อนข้างจะหาได้ง่าย เพราะส่วนใหญ่เจ้าของร้านไทยก็มักจะเป็นคนไทย ยังไงเค้าก็ต้องการเด็กไทยมาช่วยเค้า เพราะสื่อสารกันง่าย มีพื้นฐานในเรื่องอาหารไทย และที่สำคัญคนไทย (ส่วนใหญ่) มี service mind ฝังอยู่ในดีเอ็นเอของพวกเรา ซึ่งสิ่งนี้เป็นเหตุผลว่าทำไมร้านอาหารไทยในเมืองนอกจะจัดเป็นร้านอาหารหรูของต่างชาติ

ผมเคยคิดว่าอยากทำงานร้านฝรั่งเพราะอยากฝึกภาษา ถึงขนาดเตรียม resume มาหลายๆ แผ่นแล้วเดิน walk-in ไปแนะนำตัวกับร้านแถบทุกร้านในละแวกบ้าน หลายๆ ร้านก็จะบอกเป็นมารยาทว่า “ตอนนี้คนที่ร้านเต็มแล้ว” หรือ “ว้าว!!! น่าสนใจจัง เดี๋ยวจะให้เจ้าของติดต่อไปนะ” ซึ่งผลก็คือ หายเงียบ… อย่างไรก็ตามวิธีนี้อย่าคิดว่ามันไม่ได้ผลนะครับ เพราะของอย่างนี้มันอยู่ที่จังหวะและโอกาสของแต่ละคน เพื่อนผมบางคนก็ได้งานเพราะวิธีนี้เหมือนกัน แต่กลับกันหากเราใช้วิธีเดิน walk-in เข้าไปในร้านไทยไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารหรือร้านขายของ โอกาสก็ย่อมมีมากกว่า ก็แหมคนไทยไม่ช่วยกันแล้วใครจะช่วยเราละครับ จริงมั้ย

อีกวิธีหนึ่งที่ค่อนข้างจะได้ผลในกรณีการสมัครร้านไทย คือการเข้าไปในเว็บบอร์ดของคนไทยในประเทศนั้นๆ เช่น ที่ออสเตรเลียจะมีเว็บบอร์ดของคนไทยในต่างแดน ที่เป็นศูนย์รวมในการประกาศขายของ ให้เช่าบ้าน รวมไปถึงการรับสมัครงาน (ส่วนใหญ่จะเป็นร้านอาหาร) ซึ่งอันนี้จะค่อนข้างมีประสิทธิภาพหน่อย

Working part-time5

จากประสบการณ์ที่ได้มีโอกาสทำงานร้านอาหารไทยอยู่หลายร้านก็พอจะสรุปรูปแบบงานได้ว่า งานส่วนใหญ่จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คืองานหน้าร้าน กับงานในครัว โดยเด็กที่สมัครงานส่วนใหญ่ หากเป็นผู้หญิงหรือชายที่หน้าตาดี ภาษาดี เค้าก็จะให้เราไปทำในตำแหน่งเสิร์ฟ (ตำแหน่งนี้ส่วนใหญ่ผู้หญิงได้เปรียบครับ) ส่วนผู้ชายที่ดูมีหน่วยก้านหน่อย เค้าก็จะจับเราไปอยู่ในครัว โดยมี 2 ตำแหน่งใหญ่รองรับเราอยู่นั้นคือ Kitchen Hand กับเด็กล้างจาน (แต่บางร้านอาจได้ทำควบ)

ถามว่างานหน้าร้านกับในครัวต้องทำอะไรบ้าง?? อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละร้านนะครับว่าเค้าจะกำหนดให้เราทำอะไรบ้าง แต่หน้าที่หลักๆ ของเด็กเสิร์ฟก็คือการต้อนรับลูกค้า พาไปนั่งโต๊ะ รับออเดอร์ แจ้งออเดอร์เข้าไปในครัว เสิร์ฟอาหาร เสิร์ฟน้ำ คอยเก็บเงินและเก็บโต๊ะ แต่บางร้านที่รับสั่งอาหาร Take away เราก็อาจต้องคอยรับโทรศัพท์เพื่อรับออเดอร์ด้วย งานด้านหน้าจะค่อนข้างสบายครับ ไม่เหนื่อยแต่จะปวดหัวกับการรับมือลูกค้ามากกว่า

ส่วนงานในครัว ตำแหน่ง Kitchen Hand หรือผู้ช่วยกุ๊กจะยิ่งมีความแตกต่างของหน้าที่ในแต่ละร้านมากขึ้นไปอีกขึ้นอยู่กับความใหญ่เล็กของร้าน ยิ่งร้านเล็กเราก็จะได้อะไรหลายอย่าง (เหนื่อยกว่าแต่ได้ประสบการณ์เยอะ) แต่ที่เค้าจะให้ทำแน่ๆ คือ การเตรียมวัตถุดิบตั้งแต่หั่นผัก หุงข้าว เตรียมของว่าง พอตอนที่ร้านเปิดก็ต้องคอยทำ starter ต่างๆ ทั้งปอเปี๊ยะทอด ทอดมัน ไก่สะเต๊ะ ฯลฯ รวมถึงต้องคอยเก็บกวาดครัวตอนปิดร้านด้วย ใครที่กลัวว่าตัวเองจะไม่มีความรู้ในการทำอาหารก็ไม่ต้องกลัวครับ เพราะเค้ายินดีสอนให้ ขอให้อดทนและทำงานเร็วเป็นพอ

รายได้ในร้านอาหารไทยส่วนใหญ่จะคิดเป็นกะ (shift) แบ่งเป็น shift กลางวันกับกลางคืน แต่ร้านอาหารเมืองนอกส่วนใหญ่จะเปิดกลางคืน เนื่องจากคนจะนิยมทานเข้านอกบ้านช่วงเย็นมากกว่า ดังนั้นส่วนใหญ่เราก็จะได้ทำงาน shift กลางคืนกัน โดยทางร้านจะให้ค่าจ้างเหมาเป็น shift คือตั้งแต่ 5 โมงเย็นยันร้านปิดซึ่งเฉลี่ยปิดอยู่ประมาณ 5 ทุ่มถึงเที่ยงคืน แต่ถ้าวันไหนขายไม่ดี 3 ทุ่มก็ปิดครัวแล้วครับ ส่วนทิปก็จะเอามาแยกแล้วการหารเฉลี่ย แต่เรื่องทิปนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละร้านจะมีนโยบายการจ่ายทิปยังไง ซึ่งเรื่องทิปนี้ก็จะเปิดต้นเหตุของเรื่องดราม่าต่างๆ ในร้าน ถ้าถามว่าแต่ละครั้งทิปเยอะมั้ย อันนี้ก็ต้องบอกว่าแล้วแต่ระดับของร้าน ถ้าร้านไหนหรูหน่อย ก็แปลว่าลูกค้าก็น่าจะรวยในระดับหนึ่ง ทิปก็จะได้หนักหน่อย อะไรประมาณนี้ แต่ถ้าโชคดีได้ร้านดีๆ หน่อยเค้าจะจ่ายเป็นชั่วโมง ซึ่งก็คุ้มหน่อยหากวันไหนลูกค้าเยอะจนทำให้เราต้องกลับดึก

ที่เล่ามาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของงาน part-time ที่เด็กไทยทำกันในช่วงเรียน ซึ่งจริงๆ ก็ยังมีอีกมาก เช่น งานนวด พนักงานขายของตามร้าน พนักงานร้านคาเฟ่ต่างๆ หรือเด็กขับรถส่งอาหาร take away และอีกมากมาย ซึ่งผมเชื่อว่าถ้าเราแบ่งเวลาดีๆ สามารถทำให้เราได้ทั้งเรียนและประสบการ์การทำงาน แถมเราได้ก็จัดได้ว่าดีเสียด้วย ยังไงก็ขอให้เอาไปพิจารณาดูละกันครับ เผื่อใครคิดว่าไปเมืองนอกแล้วจะได้ใช้ชีวิตให้คุ้มๆ และสามารถแบ่งเบาภาระจากทางบ้านได้

————————————————————————————-

บทความที่เกี่ยวข้อง

เป้าหมายการไปเรียนต่อ MBA เมืองนอกกับสภาพความเป็นจริง

เค้าเรียนอะไรกันใน Pre-sessional course

ก้าวแรก… เมื่อมาถึงเมืองนอก

การจัดเตรียมของก่อนไปเรียนเมืองนอก (ตอนที่2)

การจัดเตรียมของก่อนไปเรียนเมืองนอก (ตอนที่1)

The Beginning of journey for study aboard

 มองหา MBA ที่ใช่ (ตอนที่ 1)

 มองหา MBA ที่ใช่ (ตอนที่ 2)

7 สิ่ง ของการค้นหาสภาพแวดล้อมที่ดีของการเรียน MBA

How to cover the cost of an MBA?

บทความอื่นๆ

รวมหลักสูตร MBA มหาวิทยาลัยรัฐบาล

รวมหลักสูตร MBA มหาวิทยาลัยเอกชน

รวมหลักสูตร MBA

ทุนการศึกษาต่อ MBA

ข่าวประชาสัมพันธ์ MBA

Leave a Reply

© 2011 Copyright MBA News Thailand. All Rights Reserved.
  • Twitter
  • Facebook