You Are Here: Home » Inter Article, MBA Inter, Study Abroad » ก้าวแรก… เมื่อมาถึงเมืองนอก

ก้าวแรก…เมื่อมาถึงเมืองนอก

By Mr. OneLife

ก้าวแรก...เมื่อมาถึงเมืองนอก

ความเดิมตอนที่แล้ว…………การจัดเตรียมของก่อนไปเรียนเมืองนอก (ตอนที่ 2)

เมื่อบาทาผมกระทบผืนแผ่นดินอังกฤษ สิ่งแรกที่คิดคือ… หนาวอ่ะะะ!!!

ก็อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าที่ประเทศอังกฤษ ที่ที่ผมได้มาเรียนต่อ MBA นี้ เค้าขึ้นชื่อเรื่องอากาศอยู่แล้ว ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้เราผิดหวังเลยครับ เพราะอากาศหนาวและขมุกขมัวมาก อากาศจะดูครึ้มฟ้าครึ้มฝนตลอดเวลา ช่วงที่ผมไปเป็นฤดูใบไม้ร่วงซึ่งก็เป็นช่วงเริ่มหนาวแต่ยังไม่หนาวมาก คือใส่แจ็คเก็ตหนาๆ สักตัวก็ยังเอาอยู่

วันแรกที่มาเครื่องบินของผมลงจอดที่ Heathrow ซึ่งเป็นสนามบินหลักของอังกฤษ อยู่ในเมืองลอนดอน แต่จริงๆ แล้วประเทศนี้ก็ยังมีสนามบินอื่นๆ อีกนะครับ เช่นสนามบินที่เมืองเบอร์มิงแฮม (Birmingham) หรือ สนามบินที่เมืองแมนเชสเตอร์ (Manchester) ดังนั้นถ้าใครต้องไปเรียนที่เมืองไหนก็หาสายการบินที่บินไปลงสนามบินที่ใกล้เมืองของเราที่สุด ไม่ต้องจมปลักรัก Heathrow อยู่แห่งเดียว

การเดินทางจากสนามบินไปยังมหาวิทยาลัยของเรามีได้หลายวิธี เช่น การใช้บริการรถแท็กซี่ ซึ่งที่นี่จะเรียกกันว่า “Cab” แต่ก็แพงอยู่พอสมควร แต่ค่อนข้างสะดวกเพราะขอแค่เรามีที่อยู่กับ Postcode (เหมือนรหัสไปรษณีย์บ้านเรา) เค้าก็สามารถพาไปถึงจุดหมายได้อย่างง่ายดาย แต่ถ้าต้องนั่งข้ามเมืองไปก็ควรจะไปโดยรถไฟดีกว่า เพราะจะถูกกว่า ส่วนใครที่มหาวิทยาลัยอยู่ในลอนดอนก็สามารถนั่งรถไฟฟ้าใต้ดิน (คนที่นั้นเรียกกันว่า Tube) จาก Heathrow ไปถึงสถานีใกล้มหาวิทยาลัยเราได้เลย เพราะ tube ที่นั่นค่อนข้างครอบคลุมสถานที่ต่างๆ ในลอนดอน แต่ของผมที่ไป ผมเลือกที่จะนั่งรถบัสที่มหาวิทยาลัยจัดเตรียมเพื่อมารับนักเรียนต่างชาติโดยเฉพาะ โดยจะต้องมีการจองนัดวันกันก่อน แล้วเค้าจะส่งคนมารับถึงสนามบินและพาเราไปถึงมหาวิทยาลัยซึ่งก็สะดวกดี แต่อาจจะมีรอบค่อนข้างจำกัดหน่อย แต่การเดินทางเช่นนี้ก็มีข้อดีอีกอย่าง คือเราจะเจอเพื่อนๆ ที่กำลังจะไปเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับเรา ทำให้เรามีโอกาสทำความรู้จัก ทั้งคนไทยและคนต่างชาติ (โดยเฉพาะคนจีน ฮ่าๆๆๆ…)

ตอนนั้นผมไปเลือกไปเรียนที่มหาวิทยาลัยในเมืองทางตอนกลางของประเทศอังกฤษ การเดินทางจากลอนดอนถึงเมืองผมกินเวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง รถก็วิ่งไปตามถนนเส้น Highway ของเค้า ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรจากบ้านเรานัก แต่สองข้างทางของที่นั้นสวยมากๆ เป็นทุ่งสีเขียวสลับเหลืองไปตลอดเส้นทาง ทำให้ดูเพลินจนผล็อยหลับไป

พอลืมตาตื่นมาก็ถึงมหาวิทยาลัยของผมพอดี เมืองที่อยู่นอกเมืองใหญ่ๆ ที่ไม่ใช่ ลอนดอน เบอร์มิงแฮม แมนเชสเตอร์ ฯลฯ จะมีกลิ่นอายของความเป็นชนบท คือไม่ถึงขนาดมีวัวควายเดินกันสลอน แต่เมืองจะค่อนข้างเงียบสงบ มีร้านค้าบ้างประปรายตามถนน main สำคัญๆ  ช่วงแรกที่ผมมาอยู่ ผมยังเลือกพักอยู่กับหอพักของทางมหาวิทยาลัย ซึ่งก็ต้องจองก่อนล่วงหน้าที่เราจะมาถึง โดยจ่ายผ่านการตัดบัตรเครดิต หอพักของผมเป็นตึกอพาร์ตเม้นต์ที่ไม่เก่าและไม่ใหม่มาก แบ่งพื้นที่ออกเป็นล็อค ล็อคละ 5 ห้อง โดยต้องใช้ห้องน้ำกับครัวร่วมกันกับคนอีก 4 คนที่อยู่ในแต่ละห้อง ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นชาวต่างชาติที่มาเรียนที่อังกฤษ ดังนั้นก็จะเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้เพื่อนใหม่เป็นชาวต่างชาติ แต่อันนี้ก็แล้วแต่คนด้วยนะครับ เพราะถ้าเรามัวแต่เขินอาย วันๆ เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง เจอหน้าเพื่อนก็ say Hi แล้วก็จบ อันนี้ก็จะไม่ได้อะไร อยู่อย่างเหงาๆ ไปเปล่าๆ

เพื่อนต่างชาติส่วนใหญ่โดยเฉพาะคนเอเชียด้วยกันจะค่อนข้างรู้จักคนไทย เวลาเราบอกว่ามาจากเมืองไทยเกิน 50% มักจะบอกว่าเคยมาเมืองไทย (ประเทศเราท่าจะ popular จริง) แล้วเค้าก็จะค่อนข้างชอบอาหารไทยมาก เพราะฉะนั้นเทคนิคอย่างหนึ่งในการสร้างความคุ้นเคยกับเค้าก็คือการชวนเค้ามาทำอาหารไทย หรือเชิญมากินอาหารไทยฝีมือเรา (ควรฝึกเมนูเด็ดประจำกายก่อนมาไทยสัก 1-2 เมนู เพราะเรากำลังทำหน้าที่ฑูตสันถวไมตรีอยู่ ฮ่าๆๆ) หากใครโอดครวญว่าทำกับข้าวไม่เป็น อย่าพึ่งหมดหวังครับ โลโบช่วยท่านได้ ก็แค่ดูวิธีทำหลังซองแล้วก็ทำตาม หน้าตาออกมาก็พอได้ครับ ส่วนรสชาติก็…เอาเถอะครับ พวกนั้นเค้าไม่รู้รสชาติจริงๆ หรอก ทานๆ ไป เค้าก็บอก Good Good ทุกคน

ช่วงแรกที่มาถึง สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเราคือเพื่อนครับ ไม่ว่าเค้าคนนั้นจะเป็นผู้หญิงผู้ชาย สูงต่ำดำขาว คนไทยคนจีนคนฝรั่ง ขอให้มีไว้ก่อนเถอะครับ เพราะเพื่อนจะช่วยคลายความเหงาและความกลัวไปได้มาก ยามเราอยู่ต่างแดนอย่างนี้ เพราะเวลาไปไหนในสถานที่ที่เราไม่คุ้น อย่างน้อยเราก็มีคนไปเป็นเพื่อน กินข้าวก็มีคนกินด้วย ซื้อของก็มีคนแชร์ด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้เราอยู่เมืองนอกได้อย่างไม่กังวลใจมากนัก แต่หากเราเป็นคนเงียบๆ ไม่คิดจะสุงสิงครับใคร กินข้าวก็กินคนเดียว ไปไหนก็ไปคนเดียว อันนี้โคตร sick เลยครับ แล้วมันจะสร้างทัศนคติด้านลบกับการอยู่เมืองนอก ซึ่งจะมีผลต่อการเรียนของเรา จนอาจทำให้อยากจะล้มเลิกความตั้งใจ กลับไทยไปซบตักแม่แทนก็เป็นได้

**ภาพจาก www.oliviabellphotography.com

————————————————————————————-

บทความที่เกี่ยวข้อง

การจัดเตรียมของก่อนไปเรียนเมืองนอก (ตอนที่2)

การจัดเตรียมของก่อนไปเรียนเมืองนอก (ตอนที่1)

The Beginning of journey for study aboard

 มองหา MBA ที่ใช่ (ตอนที่ 1)

 มองหา MBA ที่ใช่ (ตอนที่ 2)

7 สิ่ง ของการค้นหาสภาพแวดล้อมที่ดีของการเรียน MBA

How to cover the cost of an MBA?

บทความอื่นๆ

Leave a Reply

© 2011 Copyright MBA News Thailand. All Rights Reserved.
  • Twitter
  • Facebook