You Are Here: Home » PR, Program Review, Programs Update, What's Up » CMMU ตอกย้ำความเป็นเลิศทางการแพทย์และการบริหารจัดการ

Healthcare&Wellness / CMMU

ผศ.ดร.ปรารถนา ปุณณกิติเกษม

วิทยาลัยการจัดการ มหิดล เปิดหลักสูตรใหม่ Healthcare&Wellness

ตอกย้ำความเป็นเลิศทางการแพทย์และการบริหารจัดการ

‘ธุรกิจสุขภาพ’ ก็ไม่ต่างจากธุรกิจอื่นที่ต้องอาศัยการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ นอกจากความเชี่ยวชาญในทักษะวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุข ทั้งนี้ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล เล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาบุคลากรที่มีความ ‘ครบเครื่อง’ โดยมุ่งต่อยอดทักษะการบริหารจัดการให้กับผู้ที่ทำงานในธุรกิจสุขภาพตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ หรือทั้ง Value Chain ทั้งหน่วยงานรัฐอย่างสำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติ และกรมบัญชีกลาง, โรงพยาบาลรัฐ-เอกชน, คลินิก, สถาบันเสริมสุขภาพต่างๆ รวมถึงสปา อีกทั้งซัพพลายเออร์ต่างๆ เช่น บริษัทยา บริษัทเครื่องมือทางการแพทย์ เป็นต้น เพื่อสร้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในด้านนี้ตอบแทนสังคม สอดรับกับพันธกิจของมหาวิทยาลัยมหิดลที่ว่า ‘สร้างความเป็นเลิศทางด้านสุขภาพ ศาสตร์ ศิลป์ และนวัตกรรมบนพื้นฐานของคุณธรรม เพื่อสังคมไทย และประโยชน์สุขแก่มวลมนุษยชาติ’

ผศ.ดร.ปรารถนา ปุณณกิติเกษม ประธานหลักสูตรการจัดการสุขภาพแบบองค์รวม วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้รายละเอียดกับเว็บไซต์ www.mbanewsthailand.com ว่า หลักสูตรการจัดการมหาบัณฑิต สาขาการจัดการสุขภาพแบบองค์รวม (Master of Management in Healthcare and Wellness Management)  เกิดขึ้นโดยนำจุดแข็งที่ชัดเจนในเรื่องความเป็นเลิศทางการแพทย์อันเป็นที่ประจักษ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งมีโรงพยาบาล 4 แห่ง คือ ศิริราช รามาธิบดี เวชศาสตร์เขตร้อน และศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก  มาผนวกกับความเชี่ยวชาญในเรื่องการบริหารจัดการของวิทยาลัยการจัดการ (CMMU)  สร้างหลักสูตรนี้ที่ครบวงจรและสมบูรณ์แบบทางด้านการบริการสุขภาพแบบองค์รวม โดยนำเสนอหลักสูตรนานาชาติที่ทันสมัย พร้อมรองรับ AEC

“ประเทศไทยมุ่งสู่การเป็น Medical Hub ของอาเซียน ในปีที่ผ่านมามี Medical Tourist  มีจำนวนถึง 3 ล้านคน และภายในปี 2015 Medical Tourist จะสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยมากถึง 100 ล้านบาท ดังนั้นองค์กรรัฐและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสุขภาพ จึงควรเตรีมความพร้อมในการบริหารและการจัดการเพื่อรองรับโอกาสดังกล่าว วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดลเอง ก็ได้เล็งเห็นความสำคัญนี้เช่นกัน จึงได้จัดทำหลักสูตรที่โดดเด่นนี้ขึ้นมา  โดยเตรียมการกันมาหลายปี จนกระทั่งสภามหาวิทยาลัยอนุมัติเมื่อปลายปี 2555 และพร้อมเปิดภาคการศึกษาแรกในปลายเดือนกันยายนนี้”

ผศ.ดร.ปรารถนา อธิบายเพิ่มเติมว่า “เพราะ ตระหนักดีว่าการมีแพทย์ที่เก่ง ก็ไม่ได้หมายความว่าโรงพยาบาลจะประสบความสำเร็จและทำกำไรได้ แต่ต้องมีการบริหารจัดการที่ดีด้วย จากที่ผ่านมา เมื่อเอ่ยถึงการจัดการด้านสุขภาพ ส่วนใหญ่จะเป็นหลักสูตร Public Health  ที่เน้นการเรียนการสอนในมุมมองของเศรษฐกิจมหภาค ส่วนในหลักสูตรบริหารธุรกิจและการจัดการจะเป็นในรูปแบบของ MBA และ MM ทั่วไป ที่ไม่ได้ลงลึกในธุรกิจนี้”

ผศ.ดร.ปรารถนา ปุณณกิติเกษม

ผศ.ดร.ปรารถนา ปุณณกิติเกษม ประธานหลักสูตรการจัดการสุขภาพแบบองค์รวม

ทั้งนี้จากข้อมูลในการศึกษาเพื่อเพิ่มศักยภาพทางการตลาดท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. (พิจารณาเฉพาะชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาใช้บริการด้านสุขภาพจากโรงพยาบาลเอกชนในไทย) ได้ประมาณการว่า ในปี 2555 ตลาดท่องเที่ยวเชิงสุขภาพโลกจะมีมูลค่าสูงถึง 58,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 1,740,000 ล้านบาทโดยภูมิภาคเอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 15% ของมูลค่าตลาดท่องเที่ยวเชิงสุขภาพโลก ซึ่งมีประเทศผู้ให้บริการด้านสุขภาพที่สำคัญ คือ สิงคโปร์ ไทย อินเดีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์   ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประมาณการว่า ในปี 2555 การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจะสร้างรายได้สะพัดสู่โรงพยาบาลเอกชน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 70,000 ล้านบาท

ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ธุรกิจสุขภาพกำลังเติบโตไปในทิศทางที่ดี ขณะเดียวกันก็เป็นหนึ่งในธุรกิจที่รัฐบาลให้การสนับสนุนและส่งเสริมอย่างจริงจัง การที่จัดการเรียนการสอนเป็นหลักสูตรนานาชาติ มุ่งเน้นพัฒนาเนื้อหาในรายวิชาเพื่อให้องค์กรเตรียมความพร้อมในการดำเนินธุรกิจในระดับสากล และพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ได้ เช่น รับมือกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

“หลักสูตรนี้ผ่านการออกแบบโดยการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำที่มีชื่อเสียงด้านนี้ทั่วโลก เพื่อเน้นการจัดการในธุรกิจสุขภาพแบบองค์รวมโดยเฉพาะ ขณะเดียวกันก็มีการพูดคุย ปรึกษาและขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในด้านการแพทย์และสาธารณสุขทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน”

ขณะที่ความเชี่ยวชาญของคณาจารย์ผู้สอน เป็นอีกจุดเด่นหนึ่งของหลักสูตร เนื่องจากอยู่ภายใต้รั้วมหาวิทยาลัยมหิดล จึงมีทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพอยู่เป็นจำนวนมาก โดยจะมีการเชิญคณาจารย์ผู้สอน จากคณะต่างๆ ในมหาวิทยาลัยมหิดล ทั้งจากคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และคณะสาธารณสุขศาสตร์  ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญจากภาคเอกชน ที่จะมาถ่ายทอดความรู้ และแบ่งปันประสบการณ์ที่ล้ำค่าให้กับผู้เรียน

หลักสูตรนี้จัดการเรียนการสอนอย่างเข้มข้นตามแบบฉบับของวิทยาลัยการจัดการ นอกจากความรู้ทางวิชาการแบบเจาะลึกแล้ว ยังเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติจริง และใช้ระบบการเรียนการสอนแบบ Problem Based Learning (PBL) อีกด้วย  โดยเป็นการเรียนการสอนกลุ่มเล็ก เพราะเปิดรับนักศึกษาเพียงรุ่นละ  20-30 คน  เพื่อความใกล้ชิดกับอาจารย์ผู้สอน ส่วนเนื้อหาวิชาที่ครอบคลุมจะเกี่ยวกับธุรกิจสุขภาพแบบองค์รวมทั้งหมด คือ  Health Service System ที่ฉายภาพรวมของธุรกิจสุขภาพในระดับ Industry Level  และในระดับองค์กรหรือ Corporate Level เช่น Management  of Health Care Organization นอกจากนี้ก็มี 5 วิชาแกนที่เป็นพื้นฐานด้านการจัดการ ซึ่งเป็นพื้นฐานในด้านการทำธุรกิจ ได้แก่ Organization Behavior and Human Resource Management, Management Information Systems, Asian Economy in Global Context, Financial Management และ Strategic Marketing Management

จุดแข็งของหลักสูตรนี้ จะเน้นการจัดการขององค์กรที่อยู่ในธุรกิจสุขภาพโดยเฉพาะ โดยจัดการเรียนการสอนครอบคลุมถึง นโยบายสาธารณสุขและระบบการชำระเงินของผู้ให้บริการสุขภาพ ทักษะการสื่อสารสำหรับผู้บริหารธุรกิจสุขภาพ การปรับปรุงคุณภาพและการปรับปรุงการส่งมอบบริการสุขภาพ การบริหารโรงพยาบาล นวัตกรรมสำหรับการบริการสุขภาพ ระเบียบวิจัยทางธุรกิจสุขภาพ การตัดสินใจในการบริหารองค์กรด้านสุขภาพ ตลอดจนการสัมมนาด้านการบริหารจัดการสุขภาพและการบริหารโรงพยาบาลแนวใหม่

สำหรับกลุ่มเป้าหมายของหลักสูตรนี้แบ่งออกเป็น  3 กลุ่มหลัก กลุ่มแรก คือ  แพทย์ พยาบาล เภสัชกร หรือบุคลากรทางการแพทย์ ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาผู้ป่วย ซึ่งมีความรู้ความสามารถในทักษะวิชาชีพอยู่แล้ว และในอนาคตจะได้รับโปรโมทเป็นผู้บริหาร แต่ยังขาดความรู้และทักษะด้านการจัดการ  กลุ่มที่ 2 คือ บุคลากรสนับสนุนที่ทำงานฝ่ายสนับสนุนต่าง ๆ เช่น ไอที การเงินฝ่ายขาย การตลาด ฝ่ายจัดซื้อ และฝ่ายปฏิบัติการ ฯลฯ  ของทั้งโรงพยาบาล บริษัทเครื่องมือแพทย์ บริษัทยา และองค์กรสุขภาพอื่นๆ ที่ต้องการเติบโตในสายงานที่ตัวเองทำอยู่  และกลุ่มสุดท้ายผู้ที่อยากจะเป็นผู้ให้บริการหรือเป็นผู้ประกอบการธุรกิจสุขภาพ เช่น อยากเปิดธุรกิจสปาและคลินิกความงาม เป็นต้น

ผศ.ดร.ปรารถนา ปุณณกิติเกษม

“2 เทอมสุดท้าย นักศึกษาสามารถเลือกทำสารนิพนธ์ หยิบกรณีศึกษาจากโรงพยาบาลศิริราช หรือโรงพยาบาลรามาบดีมาศึกษาและนำเสนอโซลูชั่นในการแก้ปัญหา  รวมถึงดูงานในเครือโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยมหิดล เช่น โรงพยาบาลปิยมหาราชการุณย์ เป็นต้น” ผศ.ดร.ปรารถนากล่าว

หลักสูตรการจัดการมหาบัณฑิต สาขาการจัดการสุขภาพแบบองค์รวม (Master of Management in Healthcare and Wellness Management) วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล จึงเป็นหลักสูตรที่ทันสมัย สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ และเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการก้าวหน้าในธุรกิจที่มีอนาคตสดใสนี้

รายละเอียดหลักสูตร

ระยะเวลาในการเรียน    เรียนตอนเย็นวันจันทร์-ศุกร์ และวันเสาร์ ระยะเวลา 18 เดือน (5 ภาคการศึกษา)

ค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตร    429,000 บาท เฉลี่ย 85,800 บาทต่อเทอม

คุณสมบัติผู้สมัคร        สำเร็จปริญญาตรีหรือเทียบเท่าจากสถาบันที่ ก.พ.รับรอง (ไม่จำกัดสาขาวิชา) มีคะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 2.50 หรือเป็นผู้ที่ยังศึกษาอยู่ภาคการศึกษาสุดท้าย โดยกำลังรอผลการศึกษาหลักสูตรปริญญาตรี และมีผลสอบ TOEFL ไม่ต่ำกว่า 550 คะแนน หรือ IELTS 6.0 คะแนน (อายุของผลการสอบไม่เกิน 2 ปี) หรือผ่านเกณฑ์การสอบภาษาอังกฤษของวิทยาลัยการจัดการ สำหรับผู้ที่มีคะแนน GMAT 500 คะแนน (อายุของผลการสอบไม่เกิน 5 ปี) จะได้รับการยกเว้นการสอบข้อเขียนวิชาวัดความสามารถเชิงวิเคราะห์

สถานที่ตั้ง         วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ถ.วิภาวดีรังสิต เขตพญาไท กรุงเทพฯ

ติดต่อ            โทร.0 2206 2099, http://inside.cm.mahidol.ac.th/Healthcare
                         www.cmmu.mahidol.ac.th/onlineapplication

ลงทะเบียนร่วมงาน Open House ได้ที่ www.cmmu.mahidol.ac.th/openhouse (วันอาทิตย์ที่ 21 เม.ย. และ 12 พ.ค. 2556 เวลา 12.30 น)

———————————————————————————-

บทความที่เกี่ยวข้อง

Leave a Reply

© 2011 Copyright MBA News Thailand. All Rights Reserved.
  • Twitter
  • Facebook