You Are Here: Home » Financial, Top Article » กฎการใช้บัตรเครดิต…อย่างฉลาดและรู้เท่าทัน!

มีเกร็ดความรู้ที่เป็น กฎในการใช้บัตรเครดิต มาฝากเป็นเคล็ดลับก็ได้ เป็นความรู้ก็ดี นั่นก็เพื่อให้ผู้ใช้บัตรเครดิตได้รู้เท่าทันการใช้จ่ายของตัวเองด้วย

krungsri creditcard 2

กฎในการใช้บัตรเครดิตมี3 ข้อหลักๆ กฎข้อแรกคือ ให้คิดเหมือนกับว่าบัตรเครดิตคือเงินสดเพราะมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ บัตรพวกนี้ถ้าเรารู้ PIN number สามารถเบิกเงินจากตู้ ATM ได้เลย เพราะฉะนั้นเราต้องหมั่นตรวจสอบว่าบัตรเครดิตเหล่านั้นอยู่ครบตลอดเวลาหรือไม่ ห้ามทำหาย (ถ้าทำหายต้องแจ้งอายัดบัตรทันทีห้ามรีรอ) ห้ามให้ใครยืมดู เพราะเดี๋ยวนี้มิจฉาชีพมักใช้กล้องในมือถือถ่ายรูปบัตรเครดิตทั้งด้านหน้าและหลังของเราแล้วเอาเบอร์บัตรพร้อมเลขรหัส CVC 3 ตัวหลังบัตรของเราไปซื้อของออนไลน์กัน ถ้าคุณถือบัตรใบเดียวจะจำตัวเลขนั้นไว้แล้วขูดทำลายรหัส CVC 3 ตัวหลังบัตรทิ้งไปก็ได้ แต่จำรหัสนั้นให้ได้ก็แล้วกัน

กฎข้อสองคือ ต้องชำระเงินเต็มจำนวนทุกครั้งห้ามค้างจ่ายโดยเด็ดขาด (ยกเว้นจำเป็นจริงๆ ให้ชำระขั้นต่ำตามที่บริษัทบัตรกำหนด) เพราะอาจมีค่าธรรมเนียมที่ไม่ได้จ่ายบัตรเครดิตเต็มจำนวนและค่าดอกเบี้ยในอัตราขั้นต่ำก็ประมาณ 15% ต่อปี ผู้ใหญ่บางคนจะบอกลูกหลานว่าไม่ให้สมัครและใช้บัตรเครดิตเพราะเป็นการสร้างหนี้ ผมมีทางออกให้ครับ คือถ้าเรากลัวว่าจะชำระหนี้บัตรเครดิตเต็มจำนวนไม่ได้ ก็ให้ทำอย่างนี้ครับ!

ทุกครั้งที่คุณรูดบัตรใช้จ่ายอะไรก็ตาม ก็ให้เอาเงินสดจำนวนเท่ากับที่รูดออกจากกระเป๋าตังค์ไปใส่ในกระปุกออมสินหรือฝากในบัญชีธนาคารที่จะเอาไว้ชำระค่าบัตรเครดิต ทีนี้พอถึงวันที่เราได้รับบิลเราก็จะมีเงินจ่ายค่าบัตรพอดี แถมถ้าเราออมไว้ในบัญชีธนาคารเรายังได้ดอกเบี้ยอีกด้วย ส่วนบัตรเครดิตก็ให้คะแนนสะสมแก่เรา เพื่อนำไปแลกของหรือเงินสดกลับเข้าในบัญชี เรียกว่าได้ 2 เด้งเลยจริงไหมครับ

กฎข้อสามคือ ก่อนใช้บัตรเครดิตทุกครั้งให้พิจารณาว่าของที่จะซื้อจำเป็นหรือเปล่า อย่าเห็นแก่ของลดราคา ของแถม หรือโปรโมชั่นของบัตร เพราะเกมการตลาดสมัยนี้ลึกซึ้งมากและมักยั่วให้เราควักบัตรเครดิตออกมารูดอยู่เรื่อย อีกอย่างต้องดูว่าเราสามารถจะจ่ายเงินค่าของนั้นได้หรือไม่ตอนสิ้นเดือนถ้ารูดบัตรในคราวนี้ สุดท้ายนี้ มาลองทายกันเล่นๆ ไหมครับ ดูว่าใครคือลูกค้าบัตรเครดิตเกรด A+ และเกรด F ท่านผู้อ่านอาจจะนึกว่าคนที่ใช้บัตรเครดิตแล้วชำระเต็มทุกครั้ง ไม่มีการเบี้ยวจ่ายเงินให้กับผู้ออกบัตรเครดิต คือลูกค้าบัตรเครดิตเกรด A+ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ พวกที่ว่านี้อยู่ในกลุ่มลูกค้าเกรดประมาณ B+ ถึง A เท่านั้น ผมขอเฉลยให้ฟังว่า ลูกค้าบัตรเครดิตเกรด A+ จริงๆ คือกลุ่มลูกค้าที่ชอบช้อปปิ้งด้วยบัตรเครดิตเป็นประจำ พอเห็นสินค้าลดราคา มีของแถมให้ หรือมีโปรโมชั่นจับฉลากหรือสะสมยอดใช้จ่ายให้ครบเท่านั้นเท่านี้ก็จะรีบควักบัตรออกมารูดปรื๊ดๆ บางเดือนรูดเต็มวงเงินเลย เสร็จแล้วพอสิ้นเดือนก็จ่ายเพียงขั้นต่ำคือ 10% ของยอดที่เค้าเรียกเก็บ แต่ไม่เบี้ยวนะครับแค่จ่ายขั้นต่ำเท่านั้น เดือนหน้าต่อมกระตุ้นการช้อปปิ้งก็ทำงานอีกเหมือนเดิม แล้วก็ชำระเงินขั้นต่ำอีกเหมือนเดิม สำหรับช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งเป็นโอกาสที่เราจะได้ซื้อของและมอบสิ่งดีๆ ให้กับคนที่เรารักหรือเคารพ บัตรเครดิตก็เป็นทางเลือกที่ดี แต่ก็ลองสำรวจตัวเองกันสักนิดนะครับ โดยเฉพาะคุณสุภาพสตรีทั้งหลายว่าตัวเองเป็นลูกค้าเกรด A+ ของผู้ออกบัตรเครดิตกันหรือเปล่า เรื่องเงินเป็นเรื่องง่าย…รู้หา รู้เก็บ รู้ใช้ไม่ลำบากแน่นอนครับ?

krungsri creditcardเคล็ดลับน่ารู้

สถานะข้อมูลเครดิตสำคัญอย่างไร?

หลังจากที่คุณได้รับพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ ธนาคารหรือผู้ให้บริการสินเชื่อต่างๆก็จะจัดส่งข้อมูลเกี่ยวกับสินเชื่อและประวัติการชำระเงิน ส่งเข้าไปบันทึกไว้ในฐานข้อมูลเครดิต ซึ่งมีหน่วยงานทำหน้าที่จัดเก็บรวบรวมข้อมูลเหล่านี้ไว้ เมื่อคุณยื่นขออนุมัติสินเชื่อครั้งถัดไป ธนาคาร หรือผู้ให้บริการสินเชื่อก็จะเรียกดูข้อมูลดังกล่าวหลังจากได้รับความยินยอมแล้ว เพื่อนำไปใช้ในการประกอบการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อเมื่อคุณชำระเงินล่าช้า หรือมีการผิดนัดชำระ ข้อมูลเหล่านี้ก็จะปรากฎในรายงานสถานะข้อมูลเครดิต ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมีวินัยในการชำระเงินและอาจส่งผลให้มีโอกาสที่จะได้รับการปฏิเสธในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อในอนาคตของคุณด้วย ดังนั้นคุณควรไปชำระเงินให้ครบถ้วนและตรงเวลา และอย่าลืมตรวจสอบสถานะข้อมูลเครดิตที่ผู้ให้บริการสินเชื่อส่งให้หากพบว่ามีความผิดพลาดหรือมีข้อสงสัยควรรีบติดต่อประสานงานไปยังผู้ให้บริการสินเชื่อทันทีเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาด อีกประการที่ควรรู้ก็คือ การพิจารณาอนุมัติสินเชื่อต่างๆ นั้น เป็นดุลยพินิจของแต่ละธนาคาร และผู้ให้บริการสินเชื่อต่างๆข้อมูลเครดิตเป็นเพียงส่วนประกอบในการพิจารณา แต่ก็มีความสำคัญไม่น้อยดังกล่าวมานั่นล่ะครับ

Dr.Charn Soranakom

ดร. ชาญ สรณาคมน์ อาจารย์ประจำ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล หลักสูตรการจัดการมหาบัณฑิต สาขาการเงิน เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการลงทุน

***

**

แหล่งที่มา: บทความด้านการเงินโดยดร.ชาญสรณาคมน์  ในคอลัมน์ “Smart Finance” จากวารสารกรุงศรีออโต้แมกกาซีนกรุงศรีออโต้แมกกาซีน   http://www.krungsriauto.com/images/tips/finance/clever-creditcard.pdf

**

สนใจหลักสูตรปริญญาโทด้านการจัดการ สาขาการเงิน (Finance) และสาขาอื่น ๆ ของวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (College of Management, Mahidol University) 69 ถนนวิภาวดี พญาไท กทม 10400 ติดต่อ Call Center: 02-206-2099 หรือ โทร 02-206-2000  www.cmmu.mahidol.ac.th

**

**

——————————————————————————————

บทความที่น่าสนใจ

เปลือยไอเดีย 12 กูรูโลก ให้ไกด์ไลน์ลงทุนปี 2012

สุขอย่างยั่งยืน ต้องมีหัวใจแห่งการออม

10 ปีคนไทยโยกเงินฝากหันลงทุน”ประกัน-กองทุน” รับสิทธิภาษี

ตรวจความเสี่ยงง่ายๆ รับสถาบันคุ้มครองเงินฝาก

บทความอื่นๆ

Leave a Reply

© 2011 Copyright MBA News Thailand. All Rights Reserved.
  • Twitter
  • Facebook