You Are Here: Home » PR, Program Review, Programs Update, What's Up » GMI แตกต่างอย่างสร้างสรรค์

กว่า 40 ปีที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีได้มุ่งเน้นการเรียนการสอนรวมทั้งการวิจัยที่เน้นหนักไปในด้านวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี จุดเด่นที่แข็งแกร่งเหล่านี้ล้วนเป็นที่ยอมรับจากสถาบันการศึกษาชั้นนำโดยทั่วไป รวมทั้งผู้เรียนที่คุ้นเคยกับชื่อเสียงของสถาบันเป็นอย่างดี วันนี้หากจะกล่าวว่า ได้มี Management School เกิดขึ้นมาในสถาบันอย่างเป็นรูปเป็นร่างแล้ว และทำท่าว่าจะไปได้สวยเสียด้วย จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

Pasit Lorterapong (2)

ผศ.ดร.พาสิทธิ์ หล่อธีรพงศ์ คณบดีบัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม

 

GMI แตกต่างอย่างสร้างสรรค์

“บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม” (Graduate School of Management and Innovation) หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า GMI แห่ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จึงนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นแรกๆ ของการหันมาสร้างความแตกต่างและแปลกใหม่ในการผสมผสานหลักสูตรด้านบริหารธุรกิจทั้งหลายเข้ากับองค์ความรู้ในฟากวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รวมทั้งนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเน้นการเสริมสร้างทักษะให้แก่ผู้เรียนอย่างรอบด้าน และถือเป็นการต่อยอดจากจุดแข็งที่สถาบันมีอยู่เป็นทุนเดิม

“เราผลิตวิศวกร ผลิตนักวิทยาศาสตร์ สุดท้ายเขาก็ต้องเติบโตออกมาเป็นผู้บริหาร หลายคนโทรศัพท์กลับมาถามมหาวิทยาลัยว่ามีเปิดสอนเกี่ยวกับสาขาบริหารจัดการบ้างไหม เพราะจะไปเรียนมหาวิทยาลัยอื่นก็ยังเน้นด้านมาร์เก็ตติ้ง การจัดการ หรือบัญชี ซึ่งศิษย์เก่าส่วนใหญ่ของเราจบออกไปเป็นพนักงาน กระทั่งเติบโตเป็นเฟิร์สต์ไลน์เมเนเจอร์ แล้วก็มิดเดิลแมเนจเมนต์ สู่การเป็นท็อปแมเนจเมนต์นั้นบางทีเขาขาดเรื่องพวกนี้” ผศ.ดร.พาสิทธิ์ หล่อธีรพงศ์ คณบดีบัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวถึงจุดกำเนิดโครงการ GMI

ปฏิเสธไม่ได้ว่าท่ามกลางโลก สังคม และเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและรุนแรง องค์กรในปัจจุบันต้องพึ่งพาอาศัยเทคโนโลยีและองค์ความรู้ต่างๆ อย่างเข้มข้น รวมทั้งยังต้องพึ่งพาอาศัยบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ ที่สำคัญคือในยามที่องค์กรประสบกับปัญหา บุคลากรเหล่านั้นต้องสามารถแก้ปัญหาขององค์กรได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จึงมุ่งเน้นผลิตบุคลากรที่มีทักษะการบริหารเฉพาะทางที่เก่งและดี มีทักษะในการทำงานร่วมกับผู้อื่น (Cooperation) มีการสร้างสรรค์นวัตกรรมให้แก่ธุรกิจของตน (Innovation) มีความเป็นผู้นำ (Leadership) รวมทั้งมีความเป็นผู้ประกอบการแนวคิดใหม่ (Entrepreneurship) นอกจากนั้นแล้ว GMI  ยังเน้นผลิตให้บัณฑิตที่จบออกไปสามารถเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความท้าทายใหม่ๆ ให้แก่องค์กร (Change Agent) รวมทั้งเป็นผู้นำแห่งการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ให้แก่องค์กร หรือ Innovation Agent อีกด้วย

“บางทีเราปิ๊งไอเดียที่พูดกันในวงข้าวแล้วจบไป แต่คนที่เราสร้างขึ้นนี้เขาจะต้องรู้คุณค่าของสิ่งเหล่านี้และกระตุ้นให้มันเกิดขึ้นได้จริงในองค์กรได้” ผศ.ดร.พาสิทธิ์ กล่าวเสริม

Pasit Lorterapong (1)

พัฒนานักศึกษาให้เป็นผู้ประกอบการ-เชี่ยวชาญ Management

“ส่วนใหญ่คนที่มาเรียนมีงานทำอยู่หมดแล้วในบริษัทดีๆ เขามาเรียนหลักสูตรผู้ประกอบการทำไม นั่นเพราะเขาอยากไปเป็นผู้ประกอบการเอง ไม่อยากเป็นลูกน้องใคร และผู้ประกอบการที่จะประสบความสำเร็จคือต้องรู้รอบด้าน คิดทุกอย่างเหมือนเป็นธุรกิจของตัวเอง รวมทั้งเพิ่มนวัตกรรมลงไปในธุรกิจของตนเพื่อความแตกต่าง” ผศ.ดร.พาสิทธิ์ ตั้งข้อสังเกตอย่างน่าสนใจ

GMI เชื่อว่ามีความจำเป็นจะต้องเน้นผู้เรียนใน 3 เรื่องด้วยกัน ทั้งองค์ความรู้ (Knowledge) ทักษะความชำนาญในการประกอบวิชาชีพ (Skill) และทัศนคติที่ดี (Attitude) หัวใจสำคัญคือการให้ความใกล้ชิดและเอาใจใส่ในนักศึกษาทุกคน รวมทั้งเน้นให้นักศึกษาได้คิดและแก้ปัญหาในทุกกิจกรรมที่มีการทำร่วมกันในชั้นเรียน

“เราชาเลนจ์ทุกกิจกรรมที่นักศึกษาทำ อย่างกิจกรรม CSR ที่มีการให้นักศึกษาคิดต่อยอด หรือคิดต่างออกไปจากรูปแบบเดิมๆ อาจารย์ทุกๆ คนชาเลนจ์อย่างนี้ตลอด ถ้าไม่กระตุ้น เขาจะคิดเหมือนเดิม ทำอะไรเหมือนเดิมเลย โดยปัจจัยสำคัญอยู่ที่ความใกล้ชิดระหว่างผู้เรียนกับผู้สอน ขนาดห้องเรียนก็ต้องไม่ใหญ่ไปด้วย”

เข้าใจและใกล้ชิดผู้เรียน

อีกสิ่งหนึ่งที่แตกต่างก็คือ เหล่าอาจารย์ผู้สอนด้านการบริหารจัดการของ GMI ส่วนใหญ่แล้วมีพื้นฐานความรู้ด้านวิศวกรรม เทคโนโลยี รวมทั้งวิทยาศาสตร์แทบทั้งสิ้น ดังนั้นอาจารย์ผู้สอนจึงรู้จักและเข้าใจนักศึกษาในหลักสูตรเป็นอย่างดีว่ามีจุดไหนที่ควรต้องฝึกฝนและพัฒนา อีกทั้งอาจารย์สามารถดูแลและให้คำปรึกษาแก่นักศึกษาได้อย่างทั่วถึง  สิ่งนี้กลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่มีแห่งไหนเหมือนที่นี่

“เราตั้งใจเป็นสถาบันที่ต่อยอดและเพิ่มพูนความรู้และทักษะด้านบริหารจัดการให้แก่คนที่มีพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รวมทั้งวิศวกรรมอยู่แล้ว ส่วนใหญ่คนที่เป็นวิศกรนั้นต้องมีการคุมโปรเจกต์ บางคนนั่งอยู่เฉยๆ เจ้านายบอกว่าช่วยมาเป็นโปรเจกต์เมเนเจอร์โครงการนี้ให้หน่อย ถ้าเป็นโปรเจกต์เล็กๆ นี่ไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นโปรเจกต์ใหญ่ เงินลงทุนมหาศาล ต้องเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วนมากมายแล้วไม่เคยเรียนมาก่อน พอเริ่มทำครั้งแรกมันไม่ใช่ง่ายๆ โอกาสล้มเหลวสูง การศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมในด้านนี้จึงเป็นการเติมเต็มความรู้ในด้านที่ผู้เรียนต้องการอย่างแท้จริง”

วันนี้ทุกคนรู้ดีว่าโลกเรา โดยเฉพาะประเทศไทยเองกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงอย่างมาก เราอาจเจอ Global Mega Trends ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมรวมทั้งการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจจากยุโรปและอเมริกามาเป็นเอเชียนำโดยจีนและอินเดียกำลังเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งหากถึงตอนนั้นก็จะส่งผลต่อการดำเนินเศรษฐกิจและการค้ารวมทั้งส่งผลกระทบถึงการประกอบอาชีพของแรงงานในบ้านเราอย่างแน่นอนอีกเช่นกัน ดังนั้นสิ่งที่จะเป็นทางรอดให้ทั้งแรงงานมีฝีมือรวมทั้งผู้ประกอบการในอนาคตก็คือนวัตกรรม ที่จะทำให้เกิดความแตกต่างรวมทั้งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่กิจการของตนเองรวมทั้งเป็นเครื่องมือเพื่อเตรียมแก้ปัญหาให้แก่องค์กรในยามที่เกิดความเปลี่ยนแปลงหรือแม้แต่ช่วยแก้วิกฤตเมื่อถึงคราวที่สิ่งเหล่านั้นมาเยือนได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ GMI ตั้งใจและมุ่งมั่นที่จะผลิตคนมีคุณภาพออกสู่สังคมเพื่อพร้อมรับโอกาสใหม่ๆ ที่กำลังจะมาถึง

บทความที่เกี่ยวข้อง
คุณค่า 4 มิติของบัณฑิต GMI
ขับเคลื่อนสำเร็จด้วย Project Management

Leave a Reply

© 2011 Copyright MBA News Thailand. All Rights Reserved.
  • Twitter
  • Facebook