You Are Here: Home » Business, Top Article » ห้างจีนบุกไทย สินค้าไทยก็ต้องไปเพื่อนบ้าน

China City Complex

ข่าวการมาของไชน่าซิตี้คอมเพล็กซ์ (China City Complex) สร้างความหวั่นวิตกให้แก่ผู้ประกอบการไทยที่เกรงว่าสินค้าจีนจะมาตีตลาดไทย จนทำให้สินค้าไทยได้รับผลกระทบอย่างหนัก เพราะสินค้าจีนขึ้นชื่ออยู่แล้วว่าราคาถูก มีหลากหลายประเภท ตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรืออวกาศและมีครบทุกเกรด ตั้งแต่ A-Z ระหว่างนี้ผู้ประกอบการไทยก็ต้องมองหาช่องทางในการปรับตัวเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ใหม่ ๆ ให้พ้นจากสงครามราคาสินค้าจีนให้ได้ ถ้าเป็นไปได้ไม่มีใครอยากสู้ศึกนี้ ธุรกิจไหนที่ยังเป็นแบบ OEM หรือทำการค้าขายแบบซื้อมาขายไปรับของมาขายกินกำไรส่วนต่างอาจจะย่ำแย่แพ้ภัยทัพมังกร เพราะแข่งต้นทุนไม่ได้ ต้องหันมาสร้างความแตกต่างและสร้างมูลค่าเพิ่มให้เร็วที่สุด ไม่งั้นอาจจะต้องใช้กลยุทธ์สุดท้ายที่ไม่อยากใช้ถ้าไม่จำเป็น นั่นคือ exit strategy กลยุทธ์หาทางออกจากตลาดไปในที่สุด

จังหวะการเปิดให้บริการของห้างค้าปลีกจีนในปี 2556 หรืออย่างเร็วก็คือปีหน้า 2555 ซึ่งจะเร็วกว่าการเปิดเสรีอาเซียนประมาณ 2-3 ปี เพราะ AEC จะมาถึงในอีก 4 ปีข้างหน้า นั่นคือปี 2558 ดังนั้น สิ่งที่ผู้ประกอบการไทยจะต้องเจอ ก็คือสงคราม 10 ทัพ ที่มาจาก 10 ทิศ 10 ประเทศ ภายในระยะเวลาไม่ถึง 5 ปีนับจากนี้ คำถามคือ ประเทศไทยพร้อมรบหรือยังครับ ? ถ้าจะดูจากการประชุมในสภาแถลงนโยบายของรัฐบาลที่กำลังอภิปรายกันอยู่ในขณะนี้ ก็ต้องยอมรับเลยว่ายังไม่พร้อม ถ้าดูจากกลุ่มทุนชั้นนำก็เหมือนจะมีความพร้อมมากในระดับหนึ่ง พอมาดูกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยก็ค่อนข้างน่าเป็นห่วงเพราะเจอแค่นโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ตัวเดียวก็ล้มตายกันถ้วนหน้า ไม่ต้องหวังพึ่งพา 30 บาทรักษาทุกโรค เพราะมันชุบชีวิตไม่ได้ เมื่อถึงเวลานั้นมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาถามคนไทยว่า “นี่พวกยูทำอะไรกัน กำลังเล่น planking กันเหรอ เห็นมานอนเกลื่อนกลาด” คนไทยตอบว่า “เปล่า นี่พวกไอตายจริง ไม่ได้ plankink กันหรอก”

แต่ถ้าหากใครสามารถที่จะสู้ศึกครั้งนี้ได้อย่างห้าวหาญ ปักธงรบ ชูธงไตรรงค์นำหน้าท้าชนได้ทุกสมรภูมิ ก็ต้องขอคารวะเลยว่า นี่แหละคือ ผู้ชนะ 10 ทิศ ตัวจริง เสียงจริง ไม่ใช่สลิง ไม่ใช้สตั๊นท์ และคนที่จะรับมือในศึกนี้ได้ก็ต้องมีแข็งแกร่งอย่างที่สุด ใช้กลยุทธ์ทุกกระบวนท่า ทุกตำราพิชัยสงคราม จึงจะเล่นศึกกับพม่า รามัญ แขก จีน มอญ ญวน ฯลฯ ได้

สิ่งที่อยากจะนำเสนอในบทความตอนนี้คือ การเรียนรู้ล่วงหน้าจากอี้อู โมเดล นั่นคือ การก่อสร้างศูนย์ค้าปลีกครบวงจรนั่นเอง สิ่งที่เราจะเรียนรู้ก็คือ ผู้บริโภคจะหันไปซื้อของถูกเพราะค่าครองชีพแพงขึ้นทุกวัน อันนี้รู้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่จะชัดเจนมากขึ้นก็คือ ใช้ช่วง 2-3 ปี ก่อนเปิด AEC สินค้าจีนขายดี สินค้าไทยขายยากขึ้นเรื่อย ๆ  เมื่อแบกภาระการขาดทุนต่อไปไม่ไหว ก็ต้องยอมแพ้ กองทัพผู้ประกอบการไทยจะมีกำลังพลร่อยหรอ ครั้นพอถึงเพลาที่เข้าสู่ AEC อย่างเป็นทางการ กำลังทัพธุรกิจของไทยไม่มีอะไรจะสู้แล้ว ก็ต้องยกธงขาวยอมแพ้ เพราะไม่มีความสามารถในการแข่งขันแต่ได้บทเรียนก็คือ การถูกห้างค้าปลีกยักษ์ใหญ่เข้ามาตัดกำลังทำให้เราเสียเปรียบเป็นอย่างมาก ดังนั้นถ้าหากเรารู้ว่าในอนาคตข้างหน้ามันจะเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้เราน่าจะทำอะไรบ้าง คำตอบก็คือ เอาสิ่งที่เราเรียนรู้จากจีนมาพลิกวิกฤติเป็นโอกาส ก่อนจะพลาดพลั้ง เข้าตามตำรายุทธศาสตร์การรบ รู้เขา รู้เขา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง ลองมาดูว่ามีอะไรที่จะควรรู้ได้บ้าง

รู้เรา – ไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในด้านทำเลที่ตั้ง เป็นโลจิสติกส์ฮับ มีความมั่นคงทางอาหาร (แม้จะแพงก็ตาม) ผู้บริโภคชอบซื้อสินค้าในช่องทางค้าปลีกแบบโมเดิร์นเทรด ส่วนร้านค้าแบบโชว์ห่วยกำลังโดนทำละลายในอัตราเร่งค่าครองชีพกำลังขึ้นสูง มีค่านิยมเห่อของนอก ไม่นิยมของไทย และกำลังจะแพ้ภัยสินค้าจีนในอนาคตอันใกล้ แต่ตัวเลขการส่งออกของไทยเติบโตขึ้นทุกปี แม้จะมีผลกระทบจากพิษเศรษฐกิจบ้างแต่ก็ยังคงเปอร์เซ็นต์บวกไว้ได้

รู้เขา – พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม หรือ CLMV มีการรับรู้ที่เหมือนกันคือ สินค้าไทยมีคุณภาพ เวลาที่กรมส่งเสริมการส่งออกจัดงานแสดงสินค้าไทยในต่างแดน ก็จะเห็นได้ว่ามีการตอบรับให้ความสนใจอย่างล้นหลาม จีนต้องการมาตั้งศูนย์ส่งออกสินค้าจีนในอาเซียน เส้นทางการกระจายสินค้าจากจีนสู่อาเซียนก็คือประเทศไทย เป็นประตูการค้าระหว่างภูมิภาค ถ้าจีนสามารถหาที่ยืน จับจองพื้นที่ทำเลดีในไทยได้แล้ว ก็สามารถระบายสินค้าจากฐานการผลิตที่มีกำลังการผลิตสูงสุดของโลกได้ นำมารีแบรนดิ้ง ล้างภาพลักษณ์สินค้าจีนที่คุณภาพต่ำ กลายเป็นสินค้าไทยที่ได้รับการยอมรับจากต่างชาติ ขนาดมัสมั่นไก่ อาหารไทยยังได้ที่ 1 ในโลกเลย แนวโน้มทุนจีนจะลงทุนในไทยมากขึ้น

จากข้อมูลเหล่านี้ที่มาประกอบกันทั้งหมด ทำให้สังเคราะห์ออกมาเป็นกลยุทธ์ทางรอดของสินค้าไทย ได้ว่า ต้องใช้โมเดลการตั้งศูนย์ส่งออกสินค้าไทยราคาถูกในประเทศเพื่อนบ้าน เหมือนกับที่จีนมาก่อสร้างศูนย์การค้าปลีกขนาดใหญ่ในเมืองไทย โดยสัดส่วนสินค้าไทย 80 % สินค้าเพื่อนบ้าน 20% แต่สิ่งที่ต้องทำคือ แปลชื่อสินค้าไทยให้เป็นภาษาของประเทศเพื่อนบ้านด้วย ภายใต้แนวคิด consumer friendly เพราะแต่ละประเทศก็มีความเป็นชาตินิยมของตัวเองอยู่ รูปแบบการค้าขายสินค้าในศูนย์ส่งออกของไทยในประเทศเพื่อนบ้านจะมีอยู่ 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ก็คือ
1.made in Thailand สินค้าแบรนด์ไทยแท้ 100% ผลิตและจัดจำหน่ายโดยคนไทย
2.made by Thailand สินค้าจีนที่รีแบรนด์เป็นของไทย หรือ สินค้าที่ผลิตจากเพื่อนบ้านแล้วนำมาประกอบเสร็จ โดยแบรนด์ของคนไทย ใช้ประโยชน์จากสินค้าและการผลิตของจีน กับอานิสงส์ AEC ให้เป็นประโยชน์สูงสุด

อีกสิ่งหนึ่งที่จะต้องทำก็คือ ทำการตลาดให้แก่ ศูนย์การส่งออกของไทยในประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนการทำการตลาดให้กับสินค้าในระยะเริ่มต้นไม่ต้องทำเป็นตัว ๆ แต่ให้ทำ branding สินค้าไทย ให้ชาวอาเซียนรับรู้ว่าสินค้าไทยคือ สินค้ามีคุณภาพสำหรับภูมิภาคนี้ นี่คือ การรวมตัวกันรบ ไม่ใช่แข่งกันไปตีข้าศึก ถ้าสินค้าไทยขายได้ไม่ว่าจะยี่ห้ออะไร คนไทยก็ได้กำไรอยู่ดี ดังนั้น ภาครัฐและเอกชนสามารถร่วมมือกันได้ โดยการสร้างระบบการคัดสรรสินค้าที่เป็นตัวชูโรงในแต่ละกลุ่มประเภทเข้าสู่ศูนย์สินค้าส่งออกนี้ เพื่อเป็นการนำร่องให้เกิดผลสำเร็จที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม

สรุป สิ่งที่ต้องทำตอนนี้ ก็คือ พัฒนาโมเดล Thailand City Complex หรือ Thailand Marketplace ในประเทศเพื่อนบ้านให้เป็นรูปเป็นร่างอย่างชัดเจน ด้วยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อพร้อมรับมือกับสงครามสิบทิศ เพราะไทยได้บทเรียนจากห้างค้าปลีกยักษ์ใหญ่ทั้งจีน ฝรั่ง มามากพอแล้ว ถึงคราวแล้วที่ประเทศไทยจะเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสบ้าง ถ้าห้างต่างชาติบุกไทยห้างไทยก็ต้องไปบุกประเทศเพื่อนบ้านบ้าง สร้างความสามารถทางการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย เพราะถ้าทำไม่ทัน อาจจะมีเพื่อนบ้านที่คิดไอเดียนี้ แล้วชิงทำก่อนก็อาจจะทำให้ไทยสูญเสียโอกาสในการเป็น first mover ก็เป็นได้

ที่มา : http://humanrevod.wordpress.com/

———————————————————————————————————–

บทความที่น่าสนใจ

Unique Marketing น็อกลูกค้าด้วยการตลาดแบบ SME

มอง GMS 2020 โดยวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานมูลนิธิอมตะ

ตลาดคนจนใช่จนอย่างที่เห็น

“มองอุตสาหกรรมยานยนตร์ไทย” โดย วิกรม กรมดิษฐ์

เทคนิคการใช้ “สัญชาตญาณ” กับธุรกิจของคุณ ผิดหรือถูกตัดสินอย่างไร

บทความอื่นๆ

Leave a Reply

© 2011 Copyright MBA News Thailand. All Rights Reserved.
  • Twitter
  • Facebook