You Are Here: Home » Social & Politic, Top Article » โหวตโนแล้วได้อะไร ??

สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์แห่งการเทขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติไม่มีความเชื่อมั่นในการลงทุน อันเนื่องมาจากความไม่แน่นอนทางการเมือง ว่าหลังเลือกตั้งจะออกหัวออกก้อย เมื่อสิ้นเสียงระฆังยกสุดท้ายก็ยังไม่รู้ว่ามุมแดงหรือมุมน้ำเงินจะชนะ และถ้าหากรู้ผลแล้วมีฮูลิแกนแฟนคลับในยุคบอลไทยไปมวยโลกจำพวก “บอลแพ้คนไม่แพ้” ออกมาก่อการจลาจลอีกจะว่าอย่างไร จะจัดตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ ดังนั้น เงินทุนต่างชาติก็เลยถูกถอนจากหุ้นไทยเพื่อตีเซฟไว้ก่อน พอฟ้าสาง เมฆจางหาย ค่อยย้าย fund flow กลับเข้ามาใหม่ในช่วงที่การเมืองเข้ารูปเข้ารอย

vote no1

ความไม่มีเสถียรภาพทางการเมืองของไทยมีมาตั้งนานแล้ว แต่ในช่วงระยะ 5 ปีหลัง มันมีปรากฏการณ์ใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างไม่เคยพบเคยเจอมาก่อนชนิดที่คาดเดาไม่ได้อยู่หลายสถานการณ์ อะไรที่ไม่เคยเกิดขึ้นก็เกิดในดินแดนอะเมซซิ่งไทยแลนด์จาก land of smile กลายเป็น land of crime ที่ซึ่งอาชญากรรมสามารถกระทำได้อย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการจากคนชั้น รากหญ้าจนกระทั่งคนชั้นปกครอง สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นตัวฉุดรั้งความเจริญของประเทศทำให้ประเทศไทยมี อันดับที่ถดถอยลงมาทุกครั้งที่มีการจัดอันดับไม่ว่าเรื่องอะไร จนประเทศเพื่อนบ้านมีอันดับแซงหน้าไปหลายประเทศ เพราะมีไทยเป็นกรณีศึกษาให้เรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว ความน่าเบื่อหน่ายเอือมระอาของพวกนักการเมืองจึงเป็นที่มาของการสร้างกระแส โหวตโน

แต่คำถามต่อมาก็คือ ประเทศไทยได้อะไรจากการโหวตโน ถ้าสมมติว่าคะแนนเสียงโหวตโนชนะถล่มทลาย ได้เปอร์เซ็นต์เกินกว่าครึ่งของคะแนนเสียงทั้งหมด แล้วยังไง นักการเมืองและพรรคการเมืองทั้งหลายจะยอมพิจารณาตัวเองลาพักการเมืองด้วย ความสำนึกผิดอย่างนั้นหรือ คุณคิดว่ามันจะเป็นไปได้ไหม ถ้าการโหวตโนเป็นการแสดงออกถึงประชาธิปไตยเพื่อแสดงให้เห็นถึงการไม่ยอมรับ นักการเมืองที่เป็นผู้เล่นหน้าเก่าที่ควรปลดเกษียณ เอาน้ำดีมาไล่น้ำเน่าเสียบ้างก็คงจะดี มันก็พอจะมีเหตุผลที่ยอมรับได้ในระดับหนึ่ง แต่ทางที่ดีควรจะมีกระบวนการทางกฎหมายมาแก้ไขเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงตามกฎกติกาจะดีกว่า เพราะการโหวตโนเปรียบเสมือนการต่อต้านระบอบประชาธิปไตยแบบ พรรคการเมืองอยู่กลาย ๆ อาจทำให้ประเทศไทยสูญเสียโอกาสในการมีผู้แทนราษฎรที่เป็นตัวเลือกที่ดีเข้า ไปในรัฐสภา เพราะคะแนนเสียงไม่เพียงพอ สู้เอาคะแนนโหวตโนไปโหวตให้ตัวเลือกที่สมควรได้รับเลือกจะดีกว่า

ข้อเท็จจริงก็คือ ประเทศไทยมีความจำเป็นที่จะต้องมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ให้ได้หลังการเลือกตั้ง เพื่อแสดงให้ชาวโลกเห็นว่าประเทศไทยกำลังกลับเข้าสู่ระบบ รีบูทเครื่องใหม่เพื่อรันไปข้างหน้า ไม่ว่ารัฐบาลชุดใหม่จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร จะถูกใจจนต้องคลิก like หรือ จะขัดใจจนต้องร้องยี้ เราก็ยังจำเป็นต้องมีดีกว่าไม่มี เพราะกรณีความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ก็มีข้อเรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง ดังนั้นเมื่อมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นสมใจแล้วก็ต้องสู้กันในกติกา และยอมรับผลแพ้ชนะตามกติกา ถ้ากลัวว่าผลแพ้ชนะที่ออกมาจะไม่ถูกใจ ก็ต้องตั้งกติกาให้เป็นที่ยอมรับได้ แต่ถ้าเสียงนกหวีดดังขึ้นแล้วก็ต้องเล่นไปตามเกม
vote no2

กรณีที่มีข่าวให้ ปลดป้ายหาเสียงโหวตโน อย่าปล่อยสัตว์เข้าสภา เป็นสิ่งที่สมควรจะให้ดำเนินการเป็นอย่างยิ่ง ไม่ใช่ว่ามันผิดกฎข้อห้ามของกกต.หรอก แต่ว่ามันเป็นการแสดงออกถึงความคิดต่อต้านอย่างก้าวร้าวเป็นการประชดประชัน ที่รุนแรงทำให้ดูเสื่อมถือว่าทำลายชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของระบอบ ประชาธิปไตยของไทย ถ้าอยากจะต่อสู้อย่างแข็งกร้าวก็ควรจะหนักในเกมแบบชูวิทย์ดูจะดีกว่า เป็นการลงสนามรบแบบนักสู้ แพ้ชนะก็ช่างแต่ก็สู้ตามกติกา แต่อย่าสร้างกระแสให้การเมืองดูแย่ยิ่งกว่าเดิม

อาจจะมีข้อโต้แย้ง ว่าการเมืองไทยไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว ยังไงมันก็เสื่อมในสายตาชาวโลก ไม่ต้องห่วงหรอกว่ามันจะเสียชื่อ  เพราะมันไม่มีชื่อให้เสียอยู่แล้ว นับตั้งแต่ มหากาพย์การเมืองไทยเริ่มมาตั้งแต่ก่อม็อบ รัฐประหาร ปิดสนามบิน ยึดอนุสาวรีย์ชัยฯยึดทำเนียบ วินาศกรรมกลางเมือง ฯลฯ ก็จริงอยู่ว่าการเมืองไทยไม่ต้องกลัวว่าจะย่ำแย่ไปกว่านี้ เพียงแต่น่าจะรักษาบรรยากาศทางการเมืองไว้ไม่ให้ดูน่าเกลียดน่าชังไปมากกว่า นี้ เพราะวิถีทางการเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับกันในสากล ประเทศไทยกำลังจะได้นายกหล่อ นายกสวยกันอยู่แล้ว อย่าต้องมาตะขิดตะขวงใจด้วยภาพอัปลักษณ์ของสัตว์เดรัจฉานเหล่านี้เลย แค่นี้บรรยากาศในการแข่งขันทางการเมืองก็ดุเดือดพออยู่แล้ว มีทั้งไข้โป้ง มีทั้งทำลายป้ายหาเสียง มีทั้งโห่ไล่สารพัด สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่ตอกย้ำถึงความไม่น่าเชื่อถือให้กับนักลงทุนต่างชาติ

แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าคนนอกบ้านต่างเมืองเขาจะคิดอย่างไรไม่ว่ากัน แต่ที่สำคัญคือ คนไทยในบ้านอย่างเรา ๆ ต้องช่วยกันฟื้นฟูประเทศ จัดบ้านให้น่าอยู่ เก็บกวาดให้เข้าที่เข้าทาง ถ้าหากพรรคไหนชนะเลือกตั้ง ทุกคนต้องแสดงสปิริต กองเชียร์ฝ่ายตรงข้ามก็ต้องยอมรับไม่รวมตัวก่อม็อบออกมาต่อต้าน ฝ่ายที่แพ้ก็ต้องเป็นฝ่ายค้านอย่างเต็มใจไม่ตั้งรัฐบาลแข่ง ให้ชาวโลกเห็นว่าคนไทยก็ใช้ระบอบประชาธิปไตยเป็น อย่าลืมว่าผลแพ้ชนะมีประชาชนคนไทยเป็นเดิมพัน เรื่องความปรองดองสมานฉันท์ต้องทำใจว่าตราบใดที่การเมืองไทยยังมีขั้วเหนือ ขั้วใต้ น้ำกับไฟย่อมเข้ากันไม่ได้ ก็ต้องพยายามประสานความต่างโดยคำนึงถึงประชาชนที่อยู่ตรงกลางเป็นหลัก ความขัดแย้งคงต้องใช้ระยะเวลา เพราะมันยิ่งกว่าปัญหาเด็กนักเรียนสถาบันคู่อริตีกันเสียอีก

สำหรับคนที่พอจะรู้ทางลม เดาทิศทางการเมืองได้ ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าหากประเทศไทยไม่มีอุบัติเหตุทางการเมืองอีก สิ่งที่เราจะได้เจอแน่ ๆ คือ การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่เป็นพรรคใหญ่ที่มีนโยบายคล้ายกันแต่ต่างกันที่ตัว เลขกับระยะเวลา มีลักษณะเป็นนโยบายประชานิยมแบบ mass customization ตามแต่ละ segment ของกลุ่มประชาชน ช่วงครึ่งปีหลังฟ้าจะใสกว่านี้ เพราะเมื่อผลลัพธ์ออกมาทุกอย่างจะชัดขึ้น ทุกคนจะรู้ว่าควรจะทำอะไรต่อไป

vote no

ดังนั้น ช่วงก่อนการเลือกตั้งนี้แหละเป็นช่วงจังหวะที่เหมาะแก่การเข้าไปช้อนซื้อ หุ้นที่นักลงทุนต่างชาติทยอยขายออกมา เพราะหลังจากรัฐบาลใหม่ไฟแรงได้ดำเนินการตามที่ตัวเองหาเสียงไว้ ก็ถือเป็นช่วงบริการหลังการขาย นโยบายและมาตรการต่าง ๆ จะถูกส่งออกมาโชว์ฟอร์มอย่างเต็มที่เพราะเป็นช่วงฮันนีมูนพีเรียดต้องเร่ง สร้างผลงานให้ลูกค้าติดใจในโปรโมชั่น (เนื่องจากรัฐบาลในยุคต่อไปนี้เป็นต้นไปจะมีอายุสั้น) ตลาดหุ้นก็จะกลับมา rebound ได้อีกครั้งหลังจากที่ผลการดำเนินงานของรัฐบาลใหม่เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง พอถึงจังหวะนั้นเงินลงทุนจากต่างชาติก็จะกลับเข้ามาใหม่ ใครที่ช้อนซื้อไว้ตั้งแต่ตอนนี้ก็จะมีโอกาสในการเลือกว่าจะขายทำกำไรหรือจะ ถือต่อก็ได้

คุณภาพการตัดสินใจอยู่ที่คุณภาพของตัวเลือก ถ้าตัวเลือกไม่ดี เราไม่จำเป็นต้องเลือก ก็ใช้สิทธิ์โหวตโนได้ไม่ว่ากัน แต่ขอให้มีความหวังว่ากรุงศรีอยุธยาย่อมไม่สิ้นคนดี ยังไงก็พยายามสรรหาคนดีให้เจอจนได้ก่อนก็แล้วกัน “โหวตเบอร์ ดีกว่า โหวตโนโหวตโน ดีกว่า โนโหวต” อย่าลืมไปใช้สิทธิ์กันทุกท่านนะครับ

ที่มา : goodeyeview in Freehand (http://humanrevod.wordpress.com/2011/06/09/vote-no/)

———————————————————————————————————————–
บทความที่น่า่สนใจ

จุดเปลี่ยนประเทศไทยจากยุคนายกหล่อสู่ยุคนายกสวย

รัฐบาลปากีสถาน ไม่รู้ว่า บิน ลาเดน อยู่ที่นี่จริงหรือ?

เดวิด ลิปแมน แจงบท “EU” จากใต้ถึงชายแดนไทย-กัมพูชา

ประเด็นขัดแย้งไทย-กัมพูชา

บทความอื่นๆ

Leave a Reply

© 2011 Copyright MBA News Thailand. All Rights Reserved.
  • Twitter
  • Facebook