You Are Here: Home » PR, Program Review, Programs Update, What's Up » “ศาสตร์และศิลป์” แห่ง MBA ฉบับม.หอการค้าไทย

UTCC

ศาสตร์และศิลป์ แห่ง MBA

โรงเรียนธุรกิจของประเทศไทย เรียนปริญญาโท เรียนต่อปริญญาโท มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

Dr. Jiradet Usawat

รศ.ดร. จีรเดช อู่สวัสดิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

เป้าหมายของการศึกษาในแขนงวิชาต่างๆ คือ การทำให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงความรู้ในด้านวิชาการของศาสตร์เหล่านั้นอย่างเต็มที่และลึกซึ้ง  แต่ความรู้ทางด้านวิชาการเพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอสำหรับการนำไปใช้ในชีวิตจริง โดยเฉพาะในสังคมมนุษย์ที่มีความสลับซับซ้อนในทุกด้าน จึงเป็นที่มาการเรียนการสอนในหลักสูตร MBA มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่ต้องมีการพัฒนาหลักสูตรให้เหมาะสมและทันสมัย เพื่อให้นักศึกษาสามารถนำไปประยุกต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งต่อตนเองและสังคม

รศ.ดร. จีรเดช อู่สวัสดิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้บอกเล่าให้ฟังถึงสิ่งที่นักศึกษาของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จำเป็นต้องรู้เมื่อเข้าเรียนในสถาบันการศึกษาแห่งนี้ว่า

ในภาพรวมนักศึกษา MBA ของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยต้องรู้ ใน 3 ส่วน คือ1. Technical Skills คือ ทักษะในเรื่องหลักที่เรียนหรือความชำนาญในสาขาวิชาที่เรียน เช่น ถ้าเป็นนักบัญชีก็ต้องรู้เรื่องบัญชี  ถ้าเรียนเรื่องไฟแนนซ์ก็ต้องรู้เรื่องไฟแนนซ์ ถือเป็นทักษะทางวิชาการโดยตรงที่ต้องรู้   2. Human Skills คือทักษะการเป็นคน ถ้าเป็นนักบริหารก็ต้องเข้าใจผู้อื่น สื่อสารเข้าใจ มีความเป็นผู้นำ มีความสามารถเจรจาต่อรองได้  และ 3. Conceptual Skills เป็น ทักษะการมองภาพอย่างเป็นองค์รวม หรือการมองสิ่งต่างๆ ในเชิงกลยุทธ์ และเชื่อมโยงทุกสิ่งต่างๆ เข้าด้วยกันได้

ที่ผ่านมาไม่มีใครคิดเรื่องนี้มาก่อน ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องจำเป็นมาก โดยความเป็นมาของวิธีคิดดังกล่าว มาจากงานวิจัยในวารสาร Havard Business Review เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ที่ระบุไว้ว่าถ้าหากจะพัฒนาในเรื่องของ MBA ควรพัฒนาอะไรบ้าง ซึ่งสิ่งที่จะนำไปสู่ความสำเร็จของ MBA จะต้องพัฒนาด้วย 3 Skills นี้

ทั้ง 3 ส่วนต้องมองภาพรวมให้ได้  โดยเราต้องสอนหมดทุกเรื่อง  พอสอนแล้วรู้ว่ามีตัวใดที่นักศึกษาขาด ก็มีค่ายเพิ่มทักษะในเรื่องนั้นๆ เช่นในเรื่อง Human Skills เราจะมีแคมป์เพิ่มทักษะเหล่านี้ การเรียนการสอนในที่อื่นจะพาไปดูงานตามเมืองนอก มีการเก็บเงินจากนักศึกษาเพิ่มเติม  แต่เมื่อกลับมาก็เหมือนเป็นการไปเที่ยวและการได้ไปเห็นเมืองนอกเท่านั้น  ตรงนี้ใครก็สามารถไปได้ถ้ามีเงิน  เหมือนบริษัททัวร์อาจารย์เองก็ได้ไปเที่ยวฟรี  เราต้องคิดโจทย์ใหม่เสมอๆ เพื่อให้เห็นข้อแตกต่างว่าการเรียนที่นี่ดีกว่าที่อื่นอย่างไร เป็นสิ่งที่เรากำลังพัฒนา จึงให้ยกเลิกพวกนี้หมดทุกอย่างแล้วจัดทำแคมป์แทน โดยจะเริ่มในนักศึกษารุ่นถัดไป เพื่ออบรมใน 4 เรื่อง  คือ 1. เรื่องการเจรจาต่อรอง (Negotiation)  2.ทักษะทางสังคม (Social Skills) 3. ภาวะความเป็นผู้นำ (Leadership) และ4. การทำงานเป็นทีม (Teamwork)

Dr. Jiradet Usawat

รศ.ดร. จีรเดช อู่สวัสดิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

“สำหรับรายละเอียดปลีกย่อยเรื่อง Social Skills นั้นถือว่ามีความสำคัญมาก โดยเฉพาะสิ่งที่เรียกว่ามารยาทในทางธุรกิจ ( Business Etiquette ) ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ เราจะสอนกันตั้งแต่การยื่นและรับนามบัตร ซึ่งวิธีการที่ถูกต้องนั้นคนส่วนใหญ่ยังไม่รู้  เรื่องการแต่งกายของนักธุรกิจจะผูกเนคไทหรือใส่เสื้อนอกอย่างไร นักธุรกิจจะไม่ใส่เสื้อสีอื่น  ถ้าเป็นนักธุรกิจที่แท้จริงต้องใส่เสื้อขาวกับเสื้อนอกเท่านั้น  เราจะสอน มารยาทในการรับประทานอาหาร  ตั้งแต่เริ่มการถูกเชิญไปเป็นแขก เมื่อถูกรับเชิญต้องทำตัวอย่างไร ไม่ใช่ไปตัวเปล่า ต้องมีไวน์ไปฝากเจ้าบ้านด้วยและจะเลือกไวน์อย่างไร   สอนการตีการตีกอล์ฟ แต่ไม่ใช่สอนว่าจะตีกอล์ฟอย่างไร  ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ทั้งหมดผมเป็นเจ้าของคอนเซ็ปต์เอง เราจะทำในหลักสูตร CEO MBA นอกจากนั้นยังจะรวมไปถึงการดูโหงวเฮ้ง เพราะไม่น่าเชื่อว่าเราไปศึกษาดูบริษัทที่ประสบความสำเร็จ เขาลดความเสี่ยงด้วยการดูคน ตอนคัดเลือกคน คือคัดเลือกคนที่มีโอกาสสูงสุดและมีปัญหาน้อยที่สุดเข้ามาในองค์กร เมื่อถึงตรงนี้ปัญหาขององค์กรจะน้อยลงไปมาก องค์กรเติบโตได้เร็ว เพราะคนเป็นหัวใจหลักขององค์กร  เราสะท้อนไว้หมดรวมทั้งสอนในเรื่อง Art Appreciate เพื่อให้นักศึกษาได้เข้าใจในเรื่องศิลปะด้วย  ”

รศ.ดร.จีรเดช เล่าต่ออีกว่า ที่สำคัญจะมีเชิญ World-Class Lecturer มาบรรยายให้นักศึกษาฟังเป็นครั้งคราว เท่าที่จะสามารถจัดมาได้ เช่น หากอยากได้ ดร.ไมเคิล แฮมเมอร์ ผู้เขียนเรื่องการปฏิวัติการรีเอ็นจีเนียริ่ง   ก็จะทาบทามและเชิญตัวมาให้ความรู้กับนักศึกษา เป็นต้น   นอกเหนือจากนั้น สิ่งสำคัญที่แตกต่างกับการเรียนที่อื่น คือ ในเรื่องผลการศึกษาค้นคว้าอิสระของนักศึกษา (Independent Study : IS)  ที่ผ่านมาปัญหาคือเวลานี้คนเรียน MBA มักจะไปก็อปปี้ผลงานกันมา เคยมีนักศึกษามหาวิทยาลัยอื่นแอบเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย  เพื่อที่จะมาดูว่าเราทำอะไรกัน แล้วก็อปปี้ไปทำ เพราะอาจารย์ที่อื่นไม่เช็คหรือตรวจสอบผลงานของนักศึกษา ในส่วนของเราจะไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ เพราะเรามี 5 เสือ หรือ 5 อรหันต์คอยจับตาดู โจทย์ของเราคือ นักศึกษาทำงานบริษัทใด ให้เอาปัญหาของบริษัทนั้นมาเป็นโจทย์และแก้ปัญหาบริษัทที่ตัวเองทำอยู่ เรื่องใหญ่และสำคัญต่อจากนั้นคือสุดท้ายต้องมีผลงานตีพิมพ์เพื่อประกันคุณภาพไว้ด้วย

“เพียงแค่สอบครั้งแรก เฉพาะในเรื่องหัวข้อ IS ก็ตกไปแล้วครึ่งห้อง เราเข้มงวดขนาดนี้ ถามว่าเหตุใดจึงต้องทำแบบนี้ เพราะเมื่อจบไปแล้ว เจ้านายหรือเจ้าของบริษัทถามว่าไปเรียน MBA ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยแล้วได้อะไรมาบ้าง นักศึกษาที่เรียนก็จะตอบได้ว่ามาเรียนที่นี่แล้วได้รู้ปัญหาของบริษัท ว่ามีอะไรบ้าง และมีวิธีแก้อย่างไร เชื่อว่าเจ้านายก็ต้องชอบใจที่เมื่อไปเรียนแล้วได้วิธีแก้ไขปัญหาของบริษัท ย้อนกลับมาว่าเมื่อมองทุกอย่างเป็นภาพรวม Conceptual ได้ ก็จะแก้ปัญหาเป็น ปัญหาในองค์กร มีทั้งปัญหา การตลาด ปัญหาการเงิน ปัญหาบุคคล มากมายไปหมด จึงต้องมองภาพให้เป็นองค์รวมเพื่อหาทางออกของปัญหาให้ได้ จากนั้นขั้นตอนสุดท้ายคือการตีพิมพ์ เพื่อที่จะประกาศตัวว่าไม่ได้ไปลอกจากใครมา และคนอื่นอย่ามาลอก ถ้าเก็บไว้เฉยๆ ก็จะไม่มีใครรู้ เป็นการประกาศตัวด้วยคุณภาพ  ที่สำคัญหัวข้อแต่ละอันคือการแก้ปัญหาของบริษัทต่างๆ เป็นการทำกรณีศึกษาให้บริษัทต่างๆ ไปด้วยในตัว” รศ.ดร.จีรเดช กล่าว

Dr. Jiradet Usawat

รศ.ดร. จีรเดช อู่สวัสดิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

ทั้งหมดจึงเห็นภาพได้ว่าการเรียนหลักสูตร  MBA ของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สะท้อนออกมาทั้งด้านศาสตร์และศิลป์ โดยในส่วนของ Technical skills นั้นถือเป็นศาสตร์ ส่วน Human skills เรียกว่าเป็นศิลป์ที่นักศึกษา MBA มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยต้องรู้ อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญคือความสามารถในการใช้ Conceptual skills เพื่อให้มองภาพทั้งหมดอย่างเป็นองค์รวม เพื่อนำไปสู่การใช้ทั้งวิชาการความรู้และศิลปการใช้ชีวิตได้อย่างสัมฤทธิ์ผลต่อไป

————————————————————————————————————–

บทความอื่นๆ

ดร.ทรรศนะ บุญขวัญ “ครั้งหนึ่งในชีวิตกับการเป็นผู้ให้”

UTCC The Great Social Enterprise

CEO MBA ม.หอการค้าไทยสร้างสรรค์ผลงานระดับโลก

CEO MBA มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดรับสมัครถึง 28 เม.ย. 54 พร้อมรับ ipad 2

รวมหลักสูตร MBA มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (MBA – UTCC)

Global MBA Program ม.หอการค้าไทย Open House 12 มีนาคมนี้

สัมมนา “1Day MBA 2011″

ไขรหัส “Hybrid Learning System” ม.หอการค้าไทย

ตลาดคนจนใช่จนอย่างที่เห็น

Leave a Reply

© 2011 Copyright MBA News Thailand. All Rights Reserved.
  • Twitter
  • Facebook