You Are Here: Home » Social & Politic, Top Article » โพลล์เลือกตั้ง 54 สวนดุสิต เพื่อไทย ทิ้งห่าง ปชป.

โพลล์เลือกตั้ง 54 สวนดุสิต เพื่อไทยทิ้งห่างประชาธิปัตย์

โดย goodeyeview in Freehand
ptp-democrat
สำหรับโพลล์ (poll) การเลือกตั้ง 54 ที่จัดทำโดยสวนดุสิตโพลล์ ซึ่งเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ผลปรากฎออกมาตามลิงค์ที่ปรากฎนี้

http://dusitpoll.dusit.ac.th/polldata/2554/25541308486885.pdf

การสำรวจความคิดเห็นในครั้งนี้เพิ่มจำนวนผู้ตอบแบบสอบถามเป็นแสนกว่าคน และระบุจำนวนที่นั่ง สส. ที่คาดว่าจะได้เข้ารอบสอบผ่านการเลือกตั้งคราวนี้ ทำให้เห็นแนวโน้มได้ชัดเจนขึ้น จากการสำรวจ 3 ครั้งที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่า คะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทยเริ่มทิ้งห่างประชาธิปัตย์เพิ่มขึ้นหลายช่วงตัว ผลโพลล์ที่ออกมาพรรคเพื่อไทยได้คะแนนเสียงเกินครึ่งของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด ส่วนประชาธิปัตย์ได้คะแนนสำรวจลดลง มีเพียงภาคใต้ ภูมิภาคเดียวเท่านั้นที่ประชาธิปัตย์มีคะแนนนำเหนือเพื่อไทย ซึ่งก็เป็นตามความคาดหมาย ส่วนภูมิภาคที่เหลือ กทม. เหนือ กลาง อีสาน เพื่อไทยชนะรวด

ถ้าดูจากโพลล์ในครั้งนี้ก็จะเห็นได้ชัดว่า พรรคเพื่อไทย มีโอกาสชนะการเลือกตั้งได้สิทธิ์การจัดตั้งรัฐบาลเพิ่มขึ้นประมาณ 70 %ส่วนพรรคประชาธิปัตย์น่าจะได้เป็นขั้วฝ่ายค้าน โดยมีแนวร่วมฝ่ายค้านคือ รักประเทศไทยของชูวิทย์ และมาตุภูมิของพลเอกสนธิที่อาจจะได้ที่นั่งจากภาคใต้ แต่อย่างไรก็ตาม สงครามยังไม่สิ้นสุดอย่าเพิ่งนับศพทหาร การสำรวจตามโพลล์นั้นเป็นแค่การสุ่มดูทิศทางลมเท่านั้น ไม่ได้เป็นการชี้นำแต่อย่างใด ทุกพรรคยังมีโอกาสแก้เกมได้ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งการแข่งขันจริง กรรมการจะเริ่มเกมเป่านกหวีดตั้งแต่การเลือกตั้งล่วงหน้าและจะสิ้นสุดการแข่งขันในวันที่ 3 ก.ค.54 ซึ่งวันนั้นแหละจะเป็นผลการแข่งขันที่แท้จริง จะได้รู้ว่าโพลล์ทำนายแม่นหรือไม่แม่น

ที่น่าติดตามคือ กลยุทธ์การหาเสียงโค้งสุดท้ายของประชาธิปัตย์จะทำอย่างไร จากที่เห็นตามข่าวที่ออกมาก็คือ การปราศรัยใหญ่ที่ราชประสงค์ในสัปดาห์นี้ ที่ดูเหมือนจะเป็นไพ่ใบสุดท้ายที่จะเดิมพันว่าจะสู้ได้หรือไม่ เนื้อหาหลัก ๆ น่าจะเป็นการชี้แจงในกรณีที่โดนกล่าวหาว่า “ดีแต่พูด” “ฆ่าประชาชน” และตอกย้ำด้วยวาทะกรรม  ”เผาบ้านเผาเมือง” ซึ่งเป็นส่วนที่ประชาชนรับรู้และเข้าใจตามข้อมูลข่าวสารข้อเท็จจริงมาบ้างแล้วในระดับหนึ่ง แต่จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง  แต่ส่วนที่ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งอยากจะฟังมากกว่า คือ สิ่งที่จะมาช่วยแก้ไขปัญหาและพัฒนาบ้านเมืองให้ดีขึ้นในอนาคต อ้างอิงตามผลที่ปรากฎในโพลล์ที่เกี่ยวข้องนี้

http://dusitpoll.dusit.ac.th/polldata/2554/25541308194471.pdf

การที่พรรคประชาธิปัตย์จะปราศรัยโดยนำประเด็นของชาวเสื้อแดงมาชูเป็นเนื้อหาหลัก อาจจะถูกมองว่าเป็นการหาเวทีชี้แจงให้กับตนเองและตอบโต้ฝ่ายตรงข้าม  เนื่องจากประชาธิปัตย์เองก็ถูกเสื้อแดงขับไล่และต่อต้านตอนลงพื้นที่หาเสียง แต่ที่สำคัญคือ คนที่มีส่วนได้เสียในพื้นที่ราชประสงค์เขาเข้าใจดีว่ากรณีความเดือดร้อนเสียหายในพื้นที่ควรจะโทษใคร ดังนั้น เวทีปราศรัยอาจจะไม่จำเป็นต้องตอกย้ำอีกก็ได้เพราะรู้กันอยู่แล้ว จะพูดแก้ต่างอย่างไรก็เปลี่ยนความคิดของคนเสื้อแดงไม่ได้อยู่ดี พูดอย่างไรก็ไม่รับฟังไม่ยอมเข้าใจอะไรอยู่แล้ว ฉะนั้น ประชาธิปัตย์ควรจะสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มลูกค้าเก่าที่กำลังจะเปลี่ยนใจ และลูกค้าใหม่ที่ยังไม่ตัดสินใจให้เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกอภิสิทธิ์ โดยเลิกรื้อฟื้นเรื่องอดีตที่ผ่านมา แล้วชูนโยบายที่จะแก้ปัญหาพัฒนาประเทศในระยะสั้นกลางยาวจะดีกว่า ถ้าเป็นไปได้ ให้วิเคราะห์จับคู่เปรียบเทียบนโยบายเทียบกันช็อตต่อช็อตไปเลย ว่านโยบายไหนที่คล้ายกันกับพรรคคู่แข่ง ใครสามารถทำได้จริงมากกว่ากัน นโยบายของใครทำไม่ได้เพราะอะไร งบประมาณแต่ละนโยบายประมาณเท่าไหร่ มีเงื่อนไขและทรัพยากรอะไรบ้างในการดำเนินนโยบายหลังการขายให้ประสบความสำเร็จ วัดกันหมัดต่อหมัดไปเลย ให้ประชาชนได้รู้และเข้าใจว่ามีนโยบายไหนบ้างในท้องตลาดที่ขายฝันกันอยู่ ทำไม่ได้จริงในทางปฏิบัติ เพื่อช่วยให้ประชาชนมีหลักคิดในการตัดสินใจ และมีข้อมูลในการใช้วิจารณญาณประเมินนโยบายได้อย่างเพียงพอ

สรุปแล้ว คาดว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่น่าจะเรียกคะแนนนิยมกลับคืนมาได้มากนักหลังการปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้าย หากยังจะชูประเด็นตอบโต้คนเสื้อแดงเป็นหลัก ปัญหาที่พรรคเพื่อไทยกับประชาธิปัตย์มีเหมือนกันก็คือ ผู้นำคุมคนของตัวเองไม่ได้ คนเสื้อแดงก็เป็นทั้งสาวกที่จงรักภักดีและวัชพืชที่กำจัดได้ยากของยิ่งลักษณ์ ส่วนนายกอภิสิทธิ์เองก็ไม่สามารถควบคุมการใช้กำลังความรุนแรง และการทุจริตคอรัปชั่นในรัฐบาลและพรรคร่วมได้ ส่วนที่เป็นปัญหาและข้อผิดพลาดใหญ่ ๆ ในรัฐบาลชุดนี้ คือ มีวิกฤติการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมากมาย เช่น ความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง ภัยพิบัติ วิกฤติเศรษฐกิจ ค่าครองชีพสูง ความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน ความไม่สงบตามแนวชายแดนและพื้นที่เสี่ยงภัย ความไม่ซื่อสัตย์ ความไม่โปร่งใส ไม่ชัดเจนในหลายกรณี ฯลฯ ซึ่งเหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้เป็นทั้งปัญหาที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้ ซึ่งต้องยอมรับว่ามีหลายเรื่องทีรัฐบาลยังจัดการรับมือได้ไม่ดีพอ สำหรับคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกหญิงคนแรกของประเทศไทย ถ้าหากได้รับโอกาสจัดตั้งเป็นรัฐบาลใหม่แล้วสามารถสร้างความปรองดองสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นได้โดยการสลายขั้วเสื้อแดง และเกลี้ยกล่อมให้ทักษิณพี่ชายตนเองเสียสละเพื่อบ้านเมืองกลับมารับโทษพอเป็นพิธี และเคลียร์คดีที่คั่งค้างอยู่ให้จบสิ้น ก็จะทำให้คุณยิ่งลักษณ์สามารถสร้างบารมีเป็นนายกหญิงที่สง่างามของสยามประเทศแบบไม่เคยมีมาก่อน

ที่มา : humanrevod.wordpress.com

—————————————————————————————————————————————-

บทความที่น่า่สนใจ

จาก Planking สู่พับเพียบ สู่ Levitating สานฝันคนลอยได้

โหวตโนแล้วได้อะไร ??

จุดเปลี่ยนประเทศไทยจากยุคนายกหล่อสู่ยุคนายกสวย

รัฐบาลปากีสถาน ไม่รู้ว่า บิน ลาเดน อยู่ที่นี่จริงหรือ?

บทความอื่นๆ

Leave a Reply

© 2011 Copyright MBA News Thailand. All Rights Reserved.
  • Twitter
  • Facebook