You Are Here: Home » Social & Politic, Top Article » จุดเปลี่ยนประเทศไทยจากยุคนายกหล่อสู่ยุคนายกสวย

Yingluk Chinawat vs Abhisit Vejjajiva

ช่วงนี้เป็นช่วงหาเสียงเลือกตั้ง พรรคต่าง ๆ กำลังจัดทัพเข้าสู่สมรภูมิทางการเมืองครั้งใหญ่ ที่ถือเป็นจุดหัวเลี้ยวหัวต่อในทางการบริหารประเทศ ล่าสุดพรรคเพื่อไทยเปิดตัวผู้สมัครหญิงที่จะชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ที่จะทำให้เมืองไทยมีนายกรัฐมนตรีหญิงเป็นคนแรกของประเทศ ซึ่งมีแนวโน้มสูงมากที่พรรคเพื่อไทยจะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง

โดยกลยุทธ์หลักที่พรรคเพื่อไทยใช้ในการหาเสียงในสนามเลือกตั้งปี 2554 นี้ ก็คือ กลยุทธ์ “เกทับ strategy” เพราะประชาธิปัตย์ใช้นโยบายประชานิยมของไทยรักไทยในอดีต มาเป็นแรงบันดาลใจในการบริการหลังการขาย หลังจากได้เป็นรัฐบาล ดังนั้น เพื่อไทยจึงใช้วิธีแก้เผ็ดหนามยอกเอาหนามบ่ง เอานโยบายของประชาธิปัตย์มา makeover ให้ตัวเลขที่มากกว่า เงื่อนไขที่ดีกว่า ภายใต้นโยบายที่คล้ายกัน ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่ตัวเลขที่ เกทับมานี้อาจจะทำให้เพื่อไทยชนะการประมูลประเทศไทยก็เป็นได้ ลองดูตารางเปรียบเทียบการแลกหมัดของมุมแดงกับมุมน้ำเงิน ที่ผมเอามาให้ดูกันว่าช่วงชกใครยาวกว่า หรืออ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้องได้ตามลิงค์นี้

http://www.manager.co.th/mgrWeekly/ViewNews.aspx?NewsID=9540000058136

democrat-ptp

ถ้าไม่พิจารณาความเป็นไปได้ในการนำนโยบายไปใช้ได้จริง จะพบว่า ในสังเวียนการเลือกตั้งครั้งนี้ มุมแดงจะชนะคะแนนอย่างไม่เป็นเอกฉันท์ ด้วยตัวเลขในนโยบายขายฝันที่สวยกว่า และประเทศไทยจะได้นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลชุดใหม่ ตามธรรมชาติของวงจรชีวิตรัฐบาลไทยซึ่งมีอายุสั้นโดยปกติ คือไม่เกิน 2 ปีโดยเฉลี่ย นั่นหมายความว่า หลังจากที่รัฐบาลภายใต้การนำของนายกนอมินีสาว ได้นำนโยบายที่ขายได้มาบริการหลังการขาย ตามสโลแกน “ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ” จะทำให้ผลที่ตามมาก็คือ สินค้าเกษตรราคาสูงขึ้น ค่าแรงขั้นต่ำสูงขึ้น ตามทฤษฎีสองสูง ส่งผลให้ต้นทุนของผู้ประกอบการสูงขึ้น และจำเป็นต้องขึ้นราคาสินค้าและบริการ ทำให้ค่าครองชีพก็จะสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นับจากนี้ไป การแข่งขันในอุตสาหกรรมทางการเมืองจะยิ่งดุเดือดเข้มข้นขึ้นทุกวัน เพราะแต่ละพรรคมีต้นทุนที่สูง และเดิมพันที่สูงมาก โดยเฉพาะเพื่อไทยต้องทุ่มหมดหน้าตัก หากเพื่อไทยแพ้คราวนี้ ความหวังในการกลับมาอย่างนิรโทษกรรมของทักษิณก็คงริบหรี่ ทักษิณจะแพ้ไม่ได้ ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเพื่อไทยต้องชนะเท่านั้น กลยุทธ์ทุกอย่างทั้งวิชาเทพวิชามารก็ต้องเอาทั้งนั้น ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ก็เอาด้วยคาถา ไม่ได้ด้วยเงินตราก็ต้องพึ่งไสยศาสตร์

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ถ้าสังเกตให้ดีจะเป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญแบบที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึก โลกต้องจับตา ถ้าเป็นในระดับโลกก็คือ บารัก โอบามา ได้เป็นประธานาธิบดีผิวดำ ที่อายุน้อยที่สุด ของไทยก็คือ ได้นายกรัฐมนตรีรูปหล่อที่อายุน้อยที่สุดเช่นกัน พอมาปีนี้ เป็นปีทองของสาวสวย ดูจากเหตุการณ์สำคัญในประเทศอังกฤษที่มีพิธีเศกสมรสระหว่างเจ้าชายวิลเลียมกับ น.ส.เคท มิดเดิลตัน สร้างตำนานประวัติศาสตร์ที่ผู้หญิงสามัญชนขึ้นมาเป็นว่าที่พระราชินีในอนาคต ไม่แน่สัญญาณนี้อาจจะบ่งบอกเป็นนัย ๆ ว่า ผู้นำหญิงจะมาแรงในปีนี้ ซึ่งก็สอดคล้องกับที่มีโหรเมืองไทยเคยทำนายไว้ว่าประเทศไทยจะต้องได้นายกฯ ที่เป็นผู้หญิง

อย่างไรก็ตาม ผลการเลือกตั้งสามารถที่จะออกได้หมดทุกหน้า ประชาธิปัตย์จะชนะได้เพราะแบรนด์ของนายกอภิสิทธิ์ เพื่อไทยจะชนะได้ด้วยแบรนด์ของพรรคเพื่อไทยภายใต้การวางหมากของอดีตนายกทักษิณ เพราะจากโพลล์ที่สำรวจเปรียบเทียบระหว่างตัวบุคคลที่เป็นแคนดิเดตนายกฯ พบว่า อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีคะแนนเสียงดีกว่า ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดังนั้น ถึงแม้ว่าบางคนจะยี้ปชป. แต่ก็โอเคกับนายกอภิสิทธิ์ ส่วนพรรคเพื่อไทยนั้นมี brand loyalty ที่แข็งแกร่ง สามารถเอาใครก็ได้มาสวมหัวโขน ขอแค่ให้มีทักษิณมาชักใยเชิดหุ่นอยู่ข้างหลังก็พอ ก็ต้องติดตามกันต่อไป เพราะยิ่งใกล้วันเลือกตั้งแล้ว คนไทยก็ยิ่งลุ้นว่าหวยจะออกเบอร์อะไร

ที่มา : http://humanrevod.wordpress.com

——————————————————————————————————————

บทความที่น่า่สนใจ

รัฐบาลปากีสถาน ไม่รู้ว่า บิน ลาเดน อยู่ที่นี่จริงหรือ?

เดวิด ลิปแมน แจงบท “EU” จากใต้ถึงชายแดนไทย-กัมพูชา

ประเด็นขัดแย้งไทย-กัมพูชา

บทความอื่นๆ

Leave a Reply

© 2011 Copyright MBA News Thailand. All Rights Reserved.
  • Twitter
  • Facebook