You Are Here: Home » PR, Program Review, Programs Update, What's Up » เทคโนโลยีกับการเรียนรู้ยุคใหม่

ความรู้ในห้องเรียนมันเป็นแค่ประมาณ 1% ของความรู้ทั้งโลก หรือบางทีอาจจะน้อยกว่านั้นด้วย เราจะต้องสอนให้เขาหาความรู้ ไม่ใช่เอาความรู้ใส่เขา เพราะการเรียนยุคใหม่ไม่ใช่ teaching การเรียนรู้ยุคใหม่คือ learning สำคัญ attitude + skill+ knowledge เพราะฉะนั้นหน้าที่ที่ part หนึ่งของการเรียนรู้ยุคใหม่ ก็คือเรื่อง attitude เรื่องการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ดร.ทรรศนะ บุญขวัญ  คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวก่อนจะนำเราไปสู่การทำ skill สุดท้ายคือ knowledge จากการบอกเล่าประสบการณ์ตรงของ ดร.เอกชัย อภิศักดิ์กุล คณบดีคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

Dr. Ekachai Apisakkul

ดร. เอกชัย อภิศักดิ์กุล

“ โชคดีที่ผมได้มีโอกาสทำงานที่มันเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเรื่องของการ develop ตัว Digital content การได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับคนที่เป็น User ในช่วงที่ทำงานให้กับมหาวิทยาลัยทำงานเป็น consult ที่บริษัทต่างๆ ว่าตอนนี้ cost ของการเชื่อมโยงกันของการพัฒนา ตัว content ที่มีลักษณะเป็นดิจิตอล รูปแบบอะไรต่างๆมันง่ายขึ้น cost มันต่ำลง skill สูงขึ้น เทรนด์มันมา ก็ costไปเรื่องรากฐานสำหรับทุกคน สำหรับคน สำหรับธุรกิจ สำหรับสังคม ทุกคนก็สามารถที่จะเทไปสู่จุดจุดหนึ่งที่เราจะได้ประโยชน์มากขึ้นเมื่อคอสมันต่ำลง ”

เราเคยคุยกันที่บัณฑิตวิทยาลัยว่า ในหนึ่งปีเรามีนักศึกษาประมาณ 2000 คนต่อวิชา ภายหลังเรามีนโยบายว่าต้องจัด material ให้กับผู้เรียนอย่างเต็มที่ หนังสือจำเป็นต้องใช้ซ้ำกัน cast ต่างๆ ต้อง copy ให้เพียงพอ เอกชนเรียน 4-5 เดือน cost ประมาณ 2000 ต่อวิชา ปีหนึ่งเรียนประมาณ 9 -10 วิชา  เราต้องดูแลที่จัดเก็บ ความลับทางสิทธิของอาจารย์ เพราะฉะนั้นมันเป็น cost เรื่องการผลิต cost เรื่องการรักษาต่างๆ พอมีนโยบายให้เขียน  hard copy ให้เป็นดิจิตอล ก็เห็นได้เลยว่าเราทำงานเร็วขึ้น ประสิทธิภาพก็มากขึ้น ข้อกำจัดก็ต่ำลงทันทีเลย เดิมทีแต่ละวิชาเราใช้เงินประมาณสัก 2000 เดี๋ยวนี้เราน่าจะลดลงเหลือประมาณสัก เศษ 1 ส่วน 4 ได้ ดังนั้นสถานการณ์ตรงนี้ทำให้ Digital content มันแพร่กระจาย เกิดขึ้นเร็ว นี่ก็เป็นสถานการณ์แรกที่เราเจอ

สถานการณ์ที่สองเกี่ยวกับ เทคโนโลยีที่มัน migrate เข้าหากัน อย่างสมัยก่อนเวลาเราสอนหนังสือก็จะกางตำรา มี PowerPoint เดี๋ยวนี้มันไม่ใช่ เด็กมาถึงวาง iPad คนล่ะเครื่อง อาจารย์สอนก็สอนไปเขาก็จดของเขาใน iPad บ้าง เวลาเราติดในเรื่องข้อมูลเขา search ได้เลยทันที

Dr.Thasana Boonkwan

ดร.ทรรศนะ บุญขวัญ

“ ในโลกของความเป็นจริงไม่มีใครหรือองค์กรไหนเพิ่มงบประมาณ ไม่มีต้นทุน ไม่มีเรื่องเวลา แต่ท่านต้องทำดีกว่าเดิม ซึ่ง KPI มันกำหนดออกมาแล้วว่าต้องดีกว่าเดิม เพราะฉะนั้นคำถามต่อไปคือ how ทำอย่างไร part แรกที่เราทราบกันดีคือลด cost ”

ผมดูแลวิชาออนไลน์อยู่วิชาหนึ่ง ผมส่งคำถามเข้าไปในฟอรั่ม ซึ่งมันไป relate กับ E-Book ที่เราเรียน MBA มีนักศึกษาสงสัยคำถามข้อหนึ่ง พิมพ์เข้ามาถามผม ผมยังไม่ทันตอบเลยนะ เชื่อไหมครับว่าเพื่อนๆ นักศึกษาด้วยกันตอบและ discuss กันไปเรียบร้อยแล้ว ผมกำลังจะพูดถึงสังคมอุดมปัญญา สังคมที่มีความความรู้ต่อยอด สังคมที่บอกว่าให้ครูคือผู้รู้แล้วนักเรียนคือผู้ไม่รู้อีกต่อไป มันคือการเรียนรู้ร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเรียนรู้ที่เป็นบริหารธุรกิจ กลายเป็นสังคมที่ได้พูดได้คุยกัน ผมว่าการศึกษาแบบ traditional หรือการศึกษายุคเก่าต้องจบวันนี้ ต้องจบในอีก 3 ปี

ซึ่งวันนี้วิกิพีเดียเพิ่งเกิดได้ไม่กี่ปี แต่มีคำมากกว่า encyclopedia ใน Britannica ที่สร้างโดยกูรูด้านภาษา กูรูหรือกูรู้นั่นแหละคำเดียวกัน ด้านภาษาอีกประมาณ 400 คนทั่วโลกมาทำพจนานุกรมชื่อ Britannica แต่กว่าจะอัพเดจทีหนึ่ง กว่าจะต้องวางขายหมดเวอร์ชั่นก่อน แล้วก็มีคำใหม่ๆ มาเพิ่ม เพราะอันเก่ามันขายไม่ออก แล้วก็เขียนอยู่มีคำอยู่กี่คำก็ตาม วันนี้วิกิพีเดียเกิดขึ้นไม่กี่ปีก็ตาม แต่มีคำมากกว่า Britannica ซึ่งมี encyclopedia ที่ดีที่สุด เกิดจากกูรูด้านภาษาที่กูรูคืออะไร คือคนที่เก่งที่สุดมากกว่าพันเท่า digital era มันมาแล้ว ดร.ทรรศนะกล่าว

ขณะเดียวกัน ดร.เอกชัย กล่าวเสริมว่า มันเป็นเรื่องที่น่าเปรียบเทียบได้ว่า clouding การที่คนที่เป็นพวกริเริ่มไม่ได้เป็นคนทำเองทั้งหมด แต่คนที่เป็น social ตรงนั้นช่วยกันทำขึ้น facebook ก็เป็นแบบเดียวกัน clouding, Google ก็เหมือนกันเราจะเห็นได้ว่าเราหลีกไม่ได้กับตัว digital era เพราะว่าธุรกิจใหม่ที่เกิดขึ้นจะประสบความสำเร็จ ต้องอาศัย social ในการสร้าง ใครคนใดคนหนึ่งจะทำเองทั้งหมดในช่วงอายุขัยของตัวเอง มันคงจะหมดยุคตรงนั้นไปแล้ว

ดิจิตอลมันเกี่ยวข้องกับพวกเรา ไม่ว่าจะเป็นภาคการศึกษา หรือภาคธุรกิจ เดี๋ยวนี้เราสามารถที่จะเข้าถึง Target ได้ภายในชั่วข้ามคืน ด้วยการเชื่อมผ่านตัว social network ของคนที่เราเข้าถึงก่อนเป็นแมชแรก

UTCC- Dr.Thasana and Dr. Ekachai

อย่างที่เราบอกไปตั้งแต่แรก คือเราต้องเปลี่ยนเพราะโลกในอนาคตมันมีแค่ 2 ทางเลือก คือทางที่เรียกว่าทางของ winner กับทางของ loser คุณจะเป็น winner หรือ loser ถ้าเป็น winner ส่วนใหญ่ในอนาคต winner ต้อง take on ก็จะ change now โลกเปลี่ยนคราวนี้ทุกคนคงได้เห็นธุรกิจเปลี่ยน

แล้ววันนี้เราไม่ได้จับตลาดใหญ่ที่สุด ตลาดสอนให้เราพยายามหาแต่วันนี้ตลาดที่มันเล็ก ที่มันมี same common แค่คนในกลุ่มนี้ที่สนใจเรื่องการพัฒนาบางอย่างที่น่าสนใจ แล้วก็  link ต่อๆ กันไป ซึ่งตรงนั้นเองมันจะทำให้ marketing กลยุทธ์ที่เราเรียนในอดีตไม่พออีกแล้ว การศึกษาในโลกนี้มันจะถึงคำว่า free- education สุดท้ายต้องฟรี imputing อันนี้คือการปลดล็อกระบบการศึกษาแบบเดิม ปลดล็อกความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่ทุกคนสามารถเข้าถึง knowledge เพราะประเทศไหนเข้าไม่ถึงองค์ความรู้ไม่มีวันเจริญ ดร.ทรรศนะ กล่าวทิ้งท้าย

ทีนี้ก็ได้รู้แล้วว่า skill ตัวสุดท้ายที่เรียกว่า “ Knowledge ” มันมีความสำคัญ และน่าสนใจอย่างไร โดยเฉพาะการบริหารธุรกิจ Attitude คือทัศนคติของการเรียนรู้ การเข้าใจ การหาความรู้ และการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ความรู้ในห้องเรียนมันเป็นแค่ประมาณ 1 % ของความรู้ทั้งโลก หรือบางทีอาจจะน้อยกว่านั้นด้วย เราจะต้องสอนให้เขาหาความรู้ ไม่ใช่เอาความรู้ใส่เขา เพราะการเรียนยุคใหม่ไม่ใช่ teaching, teaching คืออะไร คืออาจารย์พูดออกไป แล้วนักเรียนพูดกลับมาเหมือนอาจารย์สอน หรือที่เศร้ากว่านั้นก็คือ คุณจะได้ A ก็ต่อเมื่อคุณคิดเหมือนอาจารย์ แต่การเรียนรู้ยุคใหม่คือ learning สำคัญattitude + skill+ knowledge

Leave a Reply

© 2011 Copyright MBA News Thailand. All Rights Reserved.
  • Twitter
  • Facebook