You Are Here: Home » Business » “มองอุตสาหกรรมยานยนตร์ไทย” โดย วิกรม กรมดิษฐ์

วิกรม กรมดิษฐ์

วิกรม กรมดิษฐ์ รองประธานสภาธุรกิจไทย-จีน

ในยุคปัจจุบันนี้   รถยนต์ได้กลายมาเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกที่สำคัญจนกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์ไปแล้ว   ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่ร่ำรวยหรือยากจน   ประเทศที่ปกครองด้วบระบบคอมมิวนิสต์หรือประชาธิปไตย ล้วนแล้วแต่มีรถยนต์เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเพื่อการพัฒนาสังคมแทบทั้งสิ้น  จนอาจจะเรียกได้ว่ารถยนต์เปรียบเสมือนปัจจัย 4 ในการดำรงชีวิตของมนุษย์       และถือเป็นอีกส่วนหนึ่งในการทำให้เศรษฐกิจของแต่ละประเทศนั้น ๆ เกิดการเติบโต      หลายประเทศให้ความสำคัญกับธุรกิจนี้เพราะสามารถทำรายได้ให้ประเทศเป็นจำนวนมากมายมหาศาล
ในอดีตตลาดรถยนต์จะถูกผูกขาดโดยยุโรปและอเมริกาเพราะป็นผู้บุกเบิกและคิดค้น เมื่อประมาณ 50 ปีที่แล้ว    เมื่อบริษัท ฟอร์ดมีกำลังผลิตจำนวนถึง  8,000 คัน ในขณะที่โตโยต้าผลิตทั้งปียังไม่ถึง 10,000 คันด้วยซ้ำจึงทำให้บริษัทฟอร์ดเป็นผู้ผลิตรถยนต์มากที่สุดในโลก
แต่ปัจจุบัน โตโยต้ากลับมีตัวเลขการผลิตกว่า 9 ล้านคัน และก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดของโลกพร้อมกับมีการเงินที่เข้มแข็งที่สุดเช่นกัน    เนื่องจากเกิดจุดเปลี่ยนขึ้นมาในโลก     หากอะไรก็ตามที่มีต้นทุนต่ำกว่าและสามารถประหยัดพลังงานกว่าจะได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆต้นทุนของรถยนต์ที่ผลิตในสหรัฐอเมริกาและยุโรปนั้นมีต้นทุนการผลิตต่อคันสูงมาก และยังต้องใช้เชื้อเพลิงเป็นจำนวนมากเมื่อเปรียบเทียบกับรถญี่ปุ่น ทำให้ผู้คนเริ่มหันมาใช้รถสัญชาติญี่ปุ่นมากขึ้นเรื่อย ๆ   จนทำให้วันนี้รถยนต์สัญชาติเอเชียมีการปรับปรุงคุณภาพและเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นเสมอมา  ไม่ว่าจะเป็นทางด้านราคาขายที่ถูกกว่ารถยุโรป การประหยัดเชื้อเพลิงและค่าบำรุงรักษา และไม่ว่าจะอยู่แห่งหนตำบลใด ก็มีศูนย์ซ่อม แถมอะไหล่ก็หาง่ายด้วย

จะว่าไปแล้วรถยนต์ที่มีสัญชาติเอเชียนั้นมียอดสูงขึ้นเรื่อย ๆ และรถรุ่นใหม่ ๆ ที่จะผลิตขึ้นมาในช่วง 10 – 20 ปีข้างหน้า อัตราส่วนรถยนต์ในเอเชียที่ถูกผลิตขึ้นมาน่าจะมีโอกาสครองตลาดโลกได้  ข้อสำคัญที่สุดบริษัทรถยนต์ส่วนใหญ่จะไม่กู้เงินจากธนาคารเพื่อมาลงทุน ต่างจากบริษัทอเมริกันหรือยุโรป ทำให้ความเสี่ยงขององค์กรน้อยลง   ถึงแม้จะเป็นการขายที่มีกำไรน้อยกว่า แต่ด้วยปริมาณยอดขายที่สูงมาก   ทำให้กำไรที่ได้กลับมานั้นมหาศาลตามไปด้วย สิ่งนี้เองที่เป็นเหมือนสูตรสำเร็จของอุตสาหกรรมรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น  ผมอยากให้พวกเราหันมาสนใจตลาดที่มีมูลค่ามหาศาลนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเจริญเติบโตแบบก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมยานยนต์ เนื่องจากประเทศไทยเรานั้นก็มีศักยภาพมากพอที่จะเป็นฐานการผลิตที่สามารถผลิตรถยนต์ส่งออกไปทั่วโลกได้

ประเทศไทยเริ่มส่งออกรถยนต์ครั้งแรกในปีค.ศ.  1989 โดยเป็นฐานการผลิตรถยนต์นั่ง  4 ประตูยี่ห้อ  Mitsubishi   รุ่น Champ ไปประเทศแคนาดา และจากวันนั้นถึงปัจจุบัน ประเทศไทยได้กลายมาเป็นฐานการผลิตรถยนต์ที่ส่งออกรถยนต์ไปกว่า 100 ประเทศทั่วโลก และในอนาคต3- 5 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะสามารถมีกำลังการผลิตรถยนต์กว่าปีละ 2 ล้านคัน
จากสถานการณ์อุตสาหกรรมยานยนต์โลกปี  2009 ที่เผชิญกับยอดขายที่ตกต่ำอย่างหนักจากวิกฤตการณ์การเงินครั้งรุนแรงที่สุดของสหรัฐฯนับตั้งแต่ทศวรรษที่ 1930 ซึ่งลุกลามจนนำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้น ภาวะดังกล่าวได้บั่นทอนอำนาจซื้อรวมถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในการใช้จ่ายโดยเฉพาะสินค้าฟุ่มเฟือยราคาสูง เช่น รถยนต์     คาดการณ์ว่าในปี 2010 ยอดขายรถยนต์โดยรวมทั่วโลกจะอยู่ที่ประมาณ 46.3 ล้านคันหดตัวลงถึงร้อยละ 11.2 ต่อเนื่องจากปีที่แล้วที่ยอดขายหดตัวลงร้อยละ 5.0   โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดรถยนต์ของสหรัฐฯที่ประสบปัญหาหนักจนทำให้บริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่สัญชาติอเมริกัน 2 ราย ซึ่งเผชิญกับมรสุมยอดขายที่หดตัวรุนแรงส่งผลกระทบต่อสถานะทางการเงินของกิจการอย่างหนัก จนต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการตามกฏหมายสหรัฐฯในที่สุด รวมทั้งมีแผนการปิดโรงงานและตัวแทนจำหน่ายหลายแห่งในสหรัฐฯ แต่ปรากฎว่าบริษัทเหล่านี้ยังรักษาฐานการผลิตในไทย  นับเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นถึงบทบาทของประเทศและศักยภาพในการเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมยานยนต์ที่สำคัญแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียอุตสาหกรรมยานยนต์

ในช่วงครึ่งหลังปีค.ศ. 2008  ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมยานยนต์โลกต้องเผชิญกับยอดขายที่หดตัวอย่างรุนแรงไปเกือบทุกภูมิภาคของโลก    อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากวิกฤตราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก และวิกฤตการเงินซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังอุตสาหกรรมหลายประเภททำให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอย   ทำให้ค่ายรถยนต์ต่างๆทั้งจากเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ ต่างก็พยายามนำเสนอกลยุทธ์ต่างๆมาจูงใจลูกค้าเพื่อกระตุ้นยอดขายให้ได้มากที่สุด

แม้แต่รัฐบาลในหลายๆประเทศที่มีอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นของตนเองต่างก็ออกมาตรการเพื่อช่วยเหลืออุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศตน เช่น จีนให้เงินสนับสนุนการเปลี่ยนรถเก่า อินเดียลดดอกเบี้ยสินเชื่อสำหรับการซื้อรถใหม่ และการที่สหรัฐฯให้เงินกู้จำนวนมากภายใต้เงื่อนไขแก่ค่ายรถยนต์ขนาดใหญ่บางรายเพื่อเสริมสภาพคล่อง

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยจะยังได้รับการตอบรับที่ดีในฐานะฐานการผลิตรถยนต์ที่มีศักยภาพให้กับบริษัทรถยนต์จากต่างประเทศ   โดยที่ค่ายรถเกือบทั้งหมดยังคงรักษาฐานการผลิตเดิมในไทยไว้ และบางค่ายมีแผนที่จะขยายฐานการผลิตรถยนต์บางรุ่นเพิ่มเติมขึ้น     แม้กระทั่งบริษัทรถยนต์ที่บริษัทแม่ประสบปัญหาต้องดำเนินการฟื้นฟูกิจการในสหรัฐฯก็ยังยืนยันที่จะลงทุนและตั้งเป้าหมายให้ไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์บางประเภทที่สำคัญในระดับโลก      นับเป็นสัญญาณบ่งชี้ที่สำคัญอย่างหนึ่งว่าไทยมีศักยภาพในการเป็นทั้งฐานการผลิตและการทำตลาดสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ที่สำคัญมากแห่งหนึ่งของภูมิภาค ซึ่งน่าจะเป็นสัญญาณที่ดีต่ออนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยหลังการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ที่น่าจะกลับมาเติบโตได้ดีขึ้นในฐานะศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ในภูมิภาคหลาย ๆ บริษัทมีการปรับแผนการลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพในการผลิตและการทำตลาดให้กับสินค้าตนโดยการเลือกฐานการผลิตและการทำตลาดที่เหมาะสมกับกลยุทธ์ต่างๆ ประเทศไทยในฐานะที่เป็นผู้รับการลงทุนย่อมได้รับผลกระทบอย่างไม่อาจเลี่ยง โดยแม้ว่าค่ายรถอเมริกันยังคงเน้นความสำคัญของฐานการผลิตในไทย     ขณะที่ค่ายญี่ปุ่นก็ยังมีการขยายการลงทุนในไทยและรวมไปถึงการขยายการลงทุนในประเทศอื่นๆโดยเฉพาะ จีน อินเดีย และเวียดนาม    โดยเฉพาะจีนและอินเดียซึ่งอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศได้ขยายตัวสูงมากจากการมีขนาดตลาดใหญ่เป็นอันดับ 1 และ 2 ของเอเชีย   ทำให้การลงทุนด้านอุตสาหกรรมยานยนต์เพิ่มสูงขึ้นมากใน 2 ประเทศนี้  จนการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ในจีนของญี่ปุ่นได้เพิ่มขึ้นสูงกว่าในไทย  และอินเดียเริ่มมีจำนวนการลงทุนจากญี่ปุ่นไล่ขึ้นมาเรื่อยๆ

นอกจาก 2 ประเทศนี้แล้ว ตัวเลขการลงทุนทางตรงด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ของญี่ปุ่นในเวียดนามก็พบว่ามีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วเช่นเดียวกัน ทั้งนี้แม้ว่าปัจจุบันอุตสาหกรรมยานยนต์ในเวียดนามจะยังไม่สามารถพัฒนาขึ้นเทียบเคียงกับไทยได้เนื่องจากความไม่พร้อมในอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องต่างๆ รวมถึงระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน แต่ปัจจัยค่าจ้างแรงงานราคาต่ำกว่า และแนวโน้มตลาดขนาดใหญ่ในอนาคต เป็นปัจจัยดึงดูดการลงทุนทางตรงด้านอุตสาหกรรมยานยนต์จากประเทศต่างๆที่สำคัญ ประกอบกับเวียดนามมีความพยายามในการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคของตนให้ดีขึ้น    ทำให้แม้ปัจจุบันเวียดนามจะต้องพึ่งการนำเข้าชิ้นส่วนสำเร็จและกึ่งสำเร็จรูปเข้ามาประกอบในประเทศในสัดส่วนที่สูง แต่ก็มีโอกาสที่พัฒนาขึ้นมาเป็นประเทศผู้ผลิตรถยนต์ที่สำคัญรายหนึ่งของภูมิภาคได้
ประเทศไทยได้นำเข้ารถยนต์จากประเทศจีนยี่ห้อ “เฌอรี่” ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่าง CP และ บริษัทไทยยานยนตร์กรุ๊ป มาเปิดตลาดในเมืองไทย ภายใต้การดูแลของบริษัทไทยเฌอรี่ยานยนตร์จำกัด คาดว่าจะมีกระแสตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคที่นิยมรถซิตี้คาร์ รวมถึงตลาดในอาเซียน

“มองอุตสาหกรรมยานยนตร์ไทย” สำหรับคอลัมน์“มองโลกแบบวิกรม” สภาธุรกิจไทย –จีน โดยวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานมูลนิธิอมตะ www.vikrom.net, e-mail:vikrom@vikrom.net (ติดตามหนังสือ “ผมจะเป็นคนดี” ไฟฝัน วันเยาว์ ฉบับสมบูรณ์ , ผมจะเป็นคนดี:ก่อร่างสร้างธุรกิจ และ มองซีอีโอโลก เล่ม 1 -6 ล่าสุด ที่ร้านหนังสือทุกแห่ง , และรายการ “People Talk” ทุกวันศุกร์แรกของเดือนทาง TNN 7 เวลา 19.10-20.00 น. และรายการวิทยุทาง FM 96.5 Mh.z ทุกวันพฤหัส- ศุกร์เวลา 9.10-10.00 น. (ฝากปกหนังสือ “ก่อร่างสร้างธุรกิจ ฉบับสมบูรณ์ ใหม่” และ “มองซีอีโอโลก” เล่ม 6 และล่าสุดกับละคร “ไฟอมตะ” ทางช่อง 9 อสมท. ทุกเสาร์ – อาทิตย์เวลา 20.40-21.40 น. www.fireamata.com และหนังสือบทละคร “ไฟอมตะ” ราคา 39 บาทจำหน่ายที่ 7-11

บทความที่น่าสนใจ

ตลาดคนจนใช่จนอย่างที่เห็น

เทคนิคการใช้ “สัญชาตญาณ” กับธุรกิจของคุณ ผิดหรือถูกตัดสินอย่างไร

น่านน้ำแห่งความรัก (Love Ocean)

Bacardi ปิ๊งแคมเปญโฆษณาไม่แคร์สื่อ “Car Alarm DJ”

บทความอื่นๆ

Leave a Reply

© 2011 Copyright MBA News Thailand. All Rights Reserved.
  • Twitter
  • Facebook