You Are Here: Home » Inter Article, MBA Inter » The Best U.S. Business Schools 2010

University of Virginia Darden School of Business

University of Virginia Darden School of Business

Jack Oakes รู้สึกไม่พอใจกับสิ่งที่เค้าพบเจอในตอนนี้  ในฐานะผู้อำนวยการของศูนย์พัฒนาอาชีพที่ University of Virginia’s Darden School of Business จากการที่ Oakes ได้เฝ้าสังเกตการณ์ภาวะถดถอยครั้งใหญ่ที่เป็นอุปสรรคสำหรับโอกาสในการหางานทำของนักเรียน  ซึ่งผลจากการรับนักเรียนหลักสูตรระดับปริญญาโทของประจำปี 2010  เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ รายงานว่ามีนักศึกษาเพียงร้อยละ 64 เท่านั้น ที่มีงานทำ ซึ่งสถานการณ์ยิ่งแย่ไปกว่าในยุคภาวะเศรษฐกิจถดถอยในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2009  อยู่ระดับที่ร้อยละ 69 (และต่ำกว่าในปีก่อนวิกฤตเศรษฐกิจ 2008 ซึ่งอยู่ระดับที่ร้อยละ 81)

Darden ซึ่งถือว่าเป็นสถาบันที่มีหลักสูตรปริญญาโทสาขาบริหารธุรกิจชั้นนำในระดับโลก ซึ่งผู้ที่จบการศึกษาคาดหวังว่าจะได้รับการเสนอค่าตอบแทนทวีคูณมากขึ้นถึงหกหลัก ซึ่งตัวเลขขนาดนี้ เป็นสิ่งที่ยากมาก  จึงคิดว่าเราต้องเริ่มต้นทำอะไรซักอย่าง  ซึ่งเมื่อวันที่ 16 มีนาคม ที่ผ่านมา, Oakes ได้ขอร้องให้ศาสตราจารย์ 3 ท่านที่เป็นที่รู้จักและทำงานมาเป็นเวลานานที่สุดของสถาบัน ให้ส่งอีเมล์ไปยังศิษย์เก่าเพื่ออธิบายถึงภาวะวิกฤตและขอความช่วยเหลือ โดยใช้หัวเรื่องว่า “ดาร์เดนเรียกรวมพล”  ซึ่งเรื่องอาจไม่ได้เกิดภาวะสงคราม  แต่เป็นสิ่งที่ศาสตราจารย์ทั้ง 3 มองเห็นในภาวะเช่นนี้  ซึ่งไม่ต่างกับความรู้สึกของ Oakes เท่าไรนักในตอนนี้  ภายในไม่ถึงชั่วโมง  เค้าก็ได้รับการตอบกลับจากศิษย์เก่านับสิบคนแนะนำงานเข้ามา  โดยผู้ที่จบการศึกษาในเดือนพฤษภาคมร้อยละ 77  ได้รับการเสนอการจ้างงาน และสามเดือนต่อมา ตัวเลขได้เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 87

Oakes ได้กล่าวว่า “มันเป็นสิ่งที่เราไม่เคยทำมาก่อนในอดีต เราไม่เคยที่จะต้องทำ แต่ตอนนี้ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว”  เนื่องจากภาวะวิกฤตการเงินได้ทำลายอนาคตและการลดขนาดบริษัทของผู้ว่าจ้างผู้จบปริญญาโทสาขาบริหารธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดบางราย  เช่น  Bear Stearns และ Lehman Brothers จึงส่งผลให้ของบรรดาโรงเรียนบริหารธุรกิจนั้นมีความลำบากเพิ่มมากยิ่งขึ้นในการหางานทำให้นักเรียนที่จบใหม่

นิตยสาร Bloomberg Business Week ‘s 2010 ได้จัดอันดับของหลักสูตรปริญญาโทสาขาบริหารธุรกิจแบบเต็มเวลา จากการพิจารณาทำการเปรียบเทียบ ผู้ที่สำเร็จการศึกษาจาก 30 สถาบันชั้นนำของอเมริกา ที่ไม่ได้รับการเสนอว่าจ้างในช่วงเวลาสามเดือนหลังจากจบการศึกษา จากเดิมที่มีเพียง 4 เปอร์เซ็นต์ในปี 2007 ได้เพิ่มสูงขึ้นถึง 12 เปอร์เซ็นต์  และตัวเลขอาจสูงมากถึงสองเท่าสำหรับสถาบันการศึกษาบางแห่ง แม้แต่สถาบันชั้นนำที่อยู่อันดับ 1 อย่าง University of Chicago Booth School of Business ก็ได้รับผลกระทบ ผู้ที่จบการศึกษาที่มีไม่มีงานทำภายในสามเดือน มีมากถึงร้อยละ 9 เปรียบเทียบกับในปี 2007 ซึ่งมีแค่เพียง ร้อยละ 2.4 ในขณะที่สถาบันในอันดับที่ 3 อย่าง University of Pennsylvania Wharton School มีอัตราการว่างงานในสามเดือน เพิ่มขึ้นมากถึงสามเท่า จาก 3.9 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นไปถึง 13 เปอร์เซ็นต์ จากช่วงเวลาเดียวกัน

อีกไม่นานตัวนักศึกษาเองจะไม่สามารถหวังพึ่งกระบวนการรับสมัครภายในมหาวิทยาลัยแบบเดิมได้อีก มากกว่าร้อยละ 40 ของการให้บริการในการจัดหางานของวิทยาลัย  พบว่าในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา มีบริษัทที่เข้ามาเปิดรับสมัครงานโดยตรงภายในมหาวิทยาลัยมีจำนวนลดลง  โดยอ้างอิงจากข้อมูลของสภา the MBA career services council (CSC) และถึงแม้จะมีบริษัทที่เข้ามารับสมัครภายในมหาวิทยาลัย แทนที่จะรับสมัครหลายๆ สิบตำแหน่ง ก็รับสมัครเพียงแค่สองหรือสามตำแหน่งเท่านั้น   ตามที่นิตยสาร Bloomberg Businessweek ได้ทำการสำรวจ เงินเดือนเริ่มต้นของผู้ที่จบการศึกษาในปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ ได้ปรับตัวลดลงเกือบร้อยละ 6 จากเดิมที่เฉลี่ยอยู่ประมาณ $ 104,500 ในปี 2008 ได้ปรับตัวลดลงเหลือเพียง $ 98,400 ในปีนี้ และนักศึกษาหลายคนวางแผนที่จะเปลี่ยนแปลงลดระดับลงไปหางานในตำแหน่งที่ต่ำกว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสำรวจแสดงความกังวลเกี่ยวกับตลาดแรงงาน   โดย Tyler Fenelon นักศึกษาสำเร็จการศึกษาจาก UCLA’s Anderson School of Management (อันดับ 17)  กล่าวว่า  “ผมได้ขยายขอบเขตการหางานไปถึงงานที่มีเป็นไปได้ รวมไปถึงอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ผมไม่เคยคิดพิจารณามาก่อน”  เขาได้งานเกี่ยวกับตลาดหุ้นตามที่เขาหวังไว้ เขากล่าวต่ออีกว่า “ผมถือว่าตัวผมเองโชคดีมาก”

ขณะนี้ วิทยาลัยเองยังได้พยายามค้นหาวิธีการใหม่ๆเพื่อช่วยให้นักเรียนสามารถที่จะติดต่อกับบริษัทต่างๆที่มีแนวโน้มจะไม่มาทำการเปิดรับสมัครงานโดยตรงภายในมหาวิทยาลัย   ในรอบสองปีที่ผ่านมา สถาบันชั้นนำอย่าง Booth เองก็ได้ทำการเพิ่มทีมงานเพื่อเข้าถึงผู้ว่าจ้าง จาก 2 ทีม เป็น 6 ทีม หรือคิดเป็น 3 เท่า โดยทีมงานได้เข้าพบกับบริษัทจากเดิมที่มีเพียง 100 บริษัท ในปี 2007 ได้เพิ่มขึ้น มากกว่า 350 บริษัท ในฤดูร้อนที่ผ่านมา ซึ่ง Julie Morton, รองคณบดีฝ่ายบริการด้านอาชีพ ได้กล่าวว่า “เราได้รับความร่วมมือจากองค์กรต่างๆ เพิ่มมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาอย่างแน่นอน เราเชื่อว่าความสัมพันธ์ของเราเริ่มขึ้นตั้งแต่ตอนที่บริษัทต่างๆ ยัง เข้ามารับสมัครภายในมหาวิทยาลัย ตอนนี้ความสัมพันธ์ที่แนบแน่น เป็นสิ่งหนึ่งที่บริษัทต่างๆ จะคิดถึง Booth ในแง่มุมของแหล่งทรัพยากรทางปัญญา – ปิดประกาศรับสมัครงาน มารับสมัครภายในมหาวิทยาลัย หรือ มีพูดคุยโดยตรงกับตัวนักศึกษา”

โรงเรียนยังส่งเสริมให้นักศึกษาเข้ามาร่วมทีมจัดหางานอีกด้วย ในเดือนเมษายน นักศึกษาจำนวน 128 คนจากทั้งหมดเจ็ดสถาบัน อาทิเช่น Michigan’s Ross School of Business (อันดับ 7), Cornell’s Johnson Graduate School of Management (อันดับ 13) และ Notre Dame’s Mendoza College of Business (อันดับ 24) ได้เดินทางไปยังซานฟรานซิสโกเพื่อเข้าร่วมงาน  “A Day in the Bay MBA Interview Forum.” ซึ่งงานดังกล่าวได้อนุญาตให้ผู้จ้างงานในเขต Bay Area  อาทิเช่น eBay, Electronic Arts, and the San Francisco Fed, เข้าร่วม เพื่อที่จะได้พบปะกับนักศึกษาระดับปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจที่มีความสามารถอยู่ในอันดับต้นๆ ได้โดยตรง โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปยังแต่ละวิทยาเขต เทคโนโลยีก็ยังเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้นักเรียนสามารถติดต่อกับผู้รับสมัครได้ง่ายขึ้น  ที่ Northwestern University’s Kellogg School of Management (อันดับที่ 4)  Skype ได้กลายเป็นเครื่องมือที่ได้รับความคุ้นเคยไปแล้วสำหรับผู้ที่กำลังหางาน และเมื่อ Stanford’s Graduate School of Business (อันดับที่ 5) ได้เริ่มทำการเปลี่ยนแปลงศูนย์การจัดการแห่งใหม่ที่ชื่อว่า Knight Management Center ในฤดูใบไม้ผลิปีหน้า Cisco Tele Presence 2 เครื่อง เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกในการประชุมทางวิดีโอ สามารถจะช่วยทำให้ทำการสัมภาษณ์จากระยะไกลได้ Cynthia Bush ผู้อำนวยการรับสมัครงานที่ Houlihan Lokey  ของธนาคารการลงทุน Los Angeles กล่าวว่า “การประชุมทางวิดีโอ มีส่วนช่วยให้เค้าได้มีโอกาสรับนักศึกษา”  Gideon Gradman, รองประธานฝ่ายพัฒนาองค์กรสาขา Boston  บริษัทZe-gen กล่าวว่า “ในแต่ละปีเทคโนโลยียังมีความสำคัญอย่างยิ่งกับบริษัทในการจัดการ จัดจ้างเฉพาะระดับปริญญาโท มันไม่ใช่การแทนที่ที่สมบูรณ์แบบสำหรับการสัมภาษณ์ตัวคน แต่มันเป็นเทคโนโลยีที่ให้ความเป็นไปได้ สำหรับบริษัทเช่นเราที่มีขนาดเล็ก และไม่ต้องการถูกจำกัดทางในด้านเขตพื้นที่”

ก่อนที่ตลาดแรงงานจะย่ำแย่ บริษัทระดับภูมิภาคไม่เคยจะอยู่ในสายตาของนักเรียนปริญญาโทที่ศึกษาในสถาบันที่มีชื่อเสียง แต่ปัจจุบันผู้บริการให้คำปรึกษาทางด้านอาชีพแนะนำว่านักศึกษาไม่ควรจำกัดการหางานเพียงแค่ รูปแบบ อุตสาหกรรม หรือ สถานที่ตั้ง เพียงอย่างเดียว พวกเขาเหล่านั้นมีความปรารถนาที่จะ “มุ่งไป” โดยที่นักศึกษาสาขาการเงินควรที่จะคิดอย่างรอบคอบเป็นสองเท่าใน ช่วงปลายเดือนกันยายน ธนาคารแห่งอเมริกาได้เริ่มทยอยปลดพนักงานในหน่วยงานวานิชธนกิจ เพียงไม่กี่วันต่อจากนั้น Morgan Stanley ก็ประกาศหยุดจ้างงานในกลุ่มของ i-bank เพื่อพักงานในส่วนที่เหลือของปี 2010    Nicole Hall ประธานของ MBA CSC และกรรมการบริหารการบริการจัดหาอาชีพของวิทยาลัยธุรกิจและการจัดการ Pepperdine ของมหาวิทยาลัย Graziadio กล่าวไว้ว่า “ในอดีตที่ผ่านมา นักศึกษาได้เคยมุ่งเน้นที่จะฝึกงานและหางานที่เฉพาะเจาะจงเพียงอย่างเดียวเป็นพิเศษ หรืองานที่มีลักษณะเฉพาะตัว แต่ปัจจุบันนักศึกษาจะต้องมีความยืดหยุ่น ซึ่งพวกเขาปฏิบัติอย่างจริงจัง ในการมองหาช่องทางที่หลากหลาย สอง หรือ สามทาง”

สำหรับนักศึกษาบางคนทางเลือกที่ดีที่สุด คือ เปลี่ยนหลักสูตรทั้งหมด หลังจากที่เฝ้าสังเกตการณ์นักศึกษาปริญญาโทบริหารธุรกิจ ชั้นเรียนของปี 2009 ที่ Brigham Young’s Marriott School of Management (อันดับที่ 27) พบว่า Anthony Strike จะต้องดิ้นรนหางาน และเค้าก็ตัดสินใจที่จะทิ้งการเรียนในปีที่สองของเขาที่วิทยาลัย แทนการเรียนอีกปีที่เหลือให้จบ เขามุ่งหน้าหางานประจำทำ หลังจากนั้นสามเดือนเขาก็ได้งานในตำแหน่ง ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ ที่ Apria Healthcare ใน Orange County, Calif” มันไม่ใช่ทางเลือกเดิมที่มี แต่มันก็เป็นทางเลือกที่เหมาะกับผม” Strike กล่าว

โดยตัวนักศึกษาเองก็ถูกเรียกร้องให้ดูแลช่วยเหลือเพื่อนร่วมห้องในการหางาน ที่ชิคาโก นักศึกษาปริญญาโทบริหารธุรกิจ 39 คน ถูกฝึกเสมือนกับเป็นผู้บริการให้คำปรึกษาทางด้านอาชีพ โดยมีการจัดให้มีการประชุมกัน แบบตัวต่อตัว เพื่อที่จะแบ่งปันประสบการณ์ร่วมกันในการฝึกงานและหางาน ตั้งแต่ชั้นปีหนึ่ง ในฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา ผู้นำนักศึกษาที่ Indiana’s Kelley School of Business (อันดับที่ 19) ได้สร้างกลุ่มอย่างไม่เป็นทางการที่เรียกกันว่า the Jobless Lonely Hearts Club ทุกอาทิตย์ก่อนที่จะสำเร็จการศึกษา ผู้ที่หางานประมาน 30 คน จาก Kellley ชั้นปี 2010 จะรวมตัวกันเพื่อตัวกันเพื่อชักนำ แบ่งปัน และ เห็นอกเห็นใจกัน ในวงเบียร์ และ พิซซ่า โดยเพื่อนร่วมชั้นที่ได้รับการจ้างงานแล้วจะรับหน้าที่เป็นวิทยากร  Darshan Shah หนึ่งในวิทยากร กล่าว“ในตอนแรกมันก็อึดอัด แต่ต่อมาอีกสองสามครั้งของการพูดคุย เราก็เริ่มเห็นผล มันทำให้เพื่อนร่วมห้องใกล้ชิดกันมากขึ้น” Shah บอกต่ออีกว่าท้ายที่สุดผู้เข้าร่วมอย่างน้อย 5 คน ได้งานโดยใช้การติดต่อผ่านทางชมรมเป็นที่น่ายินดีว่า มีสัญญาณที่บอกว่า ตลาดแรงงานงานสำหรับปริญญาโทบริหารธุรกิจนั้นกำลังจะดีขึ้น มีรายงานจากหลายๆ สถาบันว่า  มีความเป็นไปได้สูงมากที่นักศึกษาในชั้นปี 2011 ที่จะกลับมาหลังจากการฝึกงานในช่วงฤดูร้อน พร้อมกับการได้รับการเสนอจ้างในภาคของธุรกิจนั้นๆ และในส่วนธุรกิจต่างๆ อาทิเช่น ธุรกิจที่เกี่ยวกับสุขภาพ และพลังงาน ก็มีการเพิ่มการจ้างงานในส่วนของพนักงานประจำ โดยอ้างอิงข้อมูลของสภา the MBA Career Services Council (CSC) Peter Giulioni ผู้ช่วยอธิการบดี ด้านการบริการด้านอาชีพ แห่งวิทยาลัยธุรกิจ CSC Marshall มหาวิทยาลัย Southern California (อันดับ26) คาดการณ์ว่าการสรรหางานจะกลับไปสู่รูปแบบดั้งเดิม แบบการเปิดสมัครภายในมหาวิทยาลัยเหมือนแต่ก่อน ภายใน 18-24เดือน เป็นข่าวดีสำหรับชั้นปี 2012 แต่มันก็อาจจะเป็นคำปลอบโยนที่ไร้ค่าสำหรับนักศึกษาที่จะจบใหม่ในปีนี้

เรียบเรียงโดย : เติมพงศ์ เรี่ยวแรงศรัทธา
อ้างอิงจาก : http://www.businessweek.com/bschools/content/nov2010/bs20101110_255552.htm

Leave a Reply

© 2011 Copyright MBA News Thailand. All Rights Reserved.
  • Twitter
  • Facebook