You Are Here: Home » Article, MBA Knowledge » โอกาสที่ HR Manager จะได้เป็น CEO


โอกาสที่ HR Manager จะได้เป็น CEO

ลำพังเรื่อง HR เป็นเรื่องที่นักบริหารยุคโลกาภิวัตน์ต่างสนใจอยู่แล้ว โดยทรัพยากรคน ถือเป็น “ทุนมนุษย์” [Human Capital] ที่สำคัญยิ่งที่ต้องสามารถบริหารให้ปรากฏผลทางปฏิบัติในโลกที่แข่งขันได้ โดย HR Manager จะต้องเปลี่ยนตนเอง เพิ่มทักษะและสามารถเอาตัวเองคลุกเข้าไปในวงในของการบริหารงานกลยุทธ์เชิงรวมได้
เรื่องข้างต้นนี้ คือหัวข้อที่ผมได้รับเชิญพูดบันทึกเทปเพื่องานครบรอบปีของ PMAT ที่นายกฯ สมัยนั้น (คุณสุชาดา สุขสวัสดิ์) ได้ตั้งเรื่องไว้ให้ ซึ่งผมได้วิเคราะห์แสดงความเห็น พร้อมกับมีข้อเสนอแนะมากมายว่า เส้นทางกับ “โอกาสที่นักบริหารบุคคลจะเป็นผู้บริหารมืออาชีพ” (ระดับสูง) นั้น มีแค่ไหน ต้องทำอย่างไร?
โดยหลักกว้างๆ ผู้บริหารด้าน HR จะต้องพัฒนาตัวเองสู่ความเป็น Generalist หรือ การรู้รอบแบบกว้าง ที่จะช่วยให้มองได้กว้างไกล สามารถทำบูรณาการได้และเชื่อมโยงกับภายนอกได้ด้วย  ช่างบังเอิญว่ากว่าสามสิบปีให้หลัง ไม่นานมานี้ สมาคม PMAT ได้เชิญ เดฟ อุลริช นักวิชาการ HR ชื่อดัง ม.มิชิแกน มาพูด ดังที่กรุงเทพธุรกิจ ได้สรุปเนื้อหาน่าสนใจหัวข้อ “ปฏิบัติการ HR อวตาร” ไว้ในหน้า 30 กรุงเทพธุรกิจ เมื่อ 2 มี.ค.53

ผมได้เคยฟัง เดฟ อุลริช นานแล้วที่สหรัฐ เมื่อไปประชุม AACSB ว่าด้วยการพัฒนาหลักสูตร MBA และได้ติดตามผลงานต่อมาเรื่อยจนถึงปัจจุบัน ต้องขอชมว่า อุลริช คือ นักวิชาการ HR ที่รู้ซึ้งถึงความเป็น HR ที่แท้จริง โดยไม่สะเปะสะปะ หลงทาง กับไม่เดินหน้าลุยทำทุกอย่างจนกลายเป็นบทบาท “ดาวกระจาย” ทำหน้าที่ไม่ได้ผลอย่างที่พึงปรารถนาเรื่องนี้ขยายความได้จากคำถามที่เกิดขึ้นในที่สัมมนา ที่มีผู้ถาม อุลริช ว่า “HR Manager มีสิทธิเติบโตขึ้นไปเป็น CEO หรือ ไม่?” เป็นคำถามเดียวกับที่ผมได้เคยคิดไว้นานแล้ว กับได้เห็นปัญหาความเป็นจริงจากประสบการณ์ทำงานจริงด้านต่างๆ ในองค์กรขนาดใหญ่ กับได้ผ่านยุควิกฤติและเห็นการเปลี่ยนแปลงต่างๆ มากมายจนมาถึงในยุคสมัยโลกาภิวัตน์นี้ต้องขอชมว่า อุลริช อธิบายตอบคำถามนี้ได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และแนบเนียน สะท้อนถึงความชาญฉลาดและรู้จริง นั่นคือ อุลริช ไม่ได้ตอบรับว่า เป็น CEO ได้ และก็ไม่ตอบปฏิเสธว่า เป็น CEO ไม่ได้   แต่กลับเน้นย้ำให้ HR Manager เคร่งครัดการทำงาน อย่างมีประสิทธิภาพ ตามขอบเขตหน้าที่งานใหม่ๆ ของ HR สมัยใหม่ในยุคโลกาภิวัตน์ที่พึงต้องทำ ในท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่หลากหลายและไวมากกับมีการแข่งขันสูง  ซึ่ง HR Manager จะต้องพัฒนาตัวเอง โดยเพิ่มขีดความสามารถ ขยาย กับยกระดับบทบาทหน้าที่ที่ทำ ให้สามารถช่วย CEO ให้เปลี่ยนแปลงองค์กรให้เข้ากับเงื่อนไขใหม่ได้สำเร็จ ทั้งนี้เป็นไปตามวิวัฒนาการของ HR ที่เปลี่ยนแปลง คือ จากยุค 1970-1980 ที่มุ่งเน้นการเป็น HR Strategy แล้วมาถึงยุคหลัง 1980 ที่จะต้องเป็น HR Customers หรือ การเน้นไปที่ความต้องการของลูกค้า และมองเลยไปถึง สิ่งที่ HR พึงต้องทำกับการต้องพัฒนาองค์กร

อุลริช ได้กล่าวทิ้งท้ายไว้อย่างน่าฟังว่า “สิ่งที่กำลังเกิด ในอีกไม่นานเกินรอ คือ ผนวกรวมวิธีคิดเข้ากับบริบทธุรกิจจริงๆ โดยต้องเข้าใจธุรกิจ พูดภาษาเดียวกับธุรกิจ มีบทบาททำจริง มีส่วนร่วมในการทำกลยุทธ์ และเอาความรู้ทั้งหลายมาช่วยทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ” และคำตอบของ อุลริช คือ ขอให้ HR ทำงานในสิ่งที่ HR พึงทำ และที่ CEO คาดหมายอยากให้ HR ช่วยทำ กับทำได้ผลจริง จากหน้าที่งานของ HR เอง อย่างที่ได้ประสิทธิภาพจริง ได้ผลงานที่ดีและช่วยให้ธุรกิจประสบผลสำเร็จได้ด้วย นั่นคือ การเป็น HR ที่เก่งตามยุคสมัยตามที่ต้องการ และเคร่งครัดทำงานตามบทบาทหน้าที่ได้ครบถ้วนกับได้ผลดี แล้วตรงนั้น HR ก็จะเป็น HR ที่เก่งในเงื่อนไขของโลกใหม่ด้วย ซึ่งหากทำได้ครบถ้วน นานไป HR ก็จะได้เป็น CEO ได้เองโดยปริยาย สะท้อนบอกให้ทราบว่า การเติบโตของ HR ต้องมีเนื้อในของทักษะความสามารถต่างๆ ที่จำเป็นจริง ที่ได้สร้างสม เพิ่มพูน ฝึกฝนและเรียนรู้ โดยมีความรู้และทักษะประสบการณ์ที่แน่นหนา มีความรอบตัวและเก่งประสาน โดยพร้อมที่จะนำมาใช้ทำงานตามบทบาทใหม่อย่างได้ผล และโดยครบถ้วนด้วย จากประสบการณ์ ผู้บริหาร HR มักคิดไม่กว้าง ไม่คิดมุ่งอนาคตกับไม่สามารถคิดมองเป็นระบบและกับไม่อาจวิเคราะห์ผลได้กับต้นทุน เนื่องจากเพราะต้องง่วนอยู่กับงานด้านเทคนิคกับมีพื้นฐานความสำเร็จจากทางสังคมศาสตร์มากกว่า จึงคิดวิเคราะห์ตามไม่ทันการเปลี่ยนแปลงและไม่อาจจัดการอย่างเป็นเชิงระบบกับมีเชิงกลยุทธ์แสดงว่า การที่ HR จะขึ้นเป็น CEO จะไม่ใช่มาตามอาวุโส หรือจำนวนปี ประสบการณ์กับใช้เพียงความรู้เดิมๆ หรือหากินกับของเก่าไปเรื่อย แล้วเมื่อถึงเวลาก็ได้เป็น   ตรงข้าม HR ที่เก่งทำงาน โดยช่วย CEO ทำงานตามบทบาทหน้าที่ใหม่ที่มีขอบเขต ลักษณะกับเงื่อนไขกว้างขึ้นและยากยิ่งขึ้น ที่ CEO คาดหมายไว้ได้ว่า ต้องทำให้สิ่งต่างๆ สำเร็จผลและครบทุกอย่างได้ก่อน จึงจะสู้กับการแข่งขันกับเติบโตยั่งยืนในโลกยุคใหม่ได้ แล้วเมื่อนั้น ที่ทำได้เช่นนั้น HR Manager ก็จะได้ขึ้นไปเป็น CEO เองโดยอัตโนมัติ

ท้ายนี้ หากย้อนกลับไปที่คำถาม ซึ่งบ่งบอกว่า HR Manager ส่วนใหญ่ ต่างต้องการเติบโตต่อไปถึงขั้นสูงสุดเป็น CEO พร้อมกับคำถามใหญ่มาก ซึ่งเท่ากับบอกให้ทราบว่า แท้จริงแล้วงานของ HR นั้นมีความสำคัญในตัวมันเอง ที่จะต้องเก่ง รู้จริง และทำได้ผล จากเชิงเทคนิคต่างๆ แล้วต่อจากนั้น HR จะต้องขวนขวาย ขยายความรู้ โลกทัศน์ กับเพิ่มพูนประสบการณ์ เข้าร่วมทีมกับฝ่ายปฏิบัติได้
การผสมผสานทักษะความรู้ต่างๆ ทุกด้านที่บูรณาการเข้าด้วยกันก็จะเกิดขึ้น ซึ่งถึงขั้นนั้น แน่นอนว่า HR  Manager ก็คือ CEO นั่นเองในเวลาเดียวกัน สิ่งที่บอกไว้ในตัวก็คือ โดยมาก HR Manager ที่จะขึ้นไปเป็น CEO นั่นไม่ง่ายและไม่อัตโนมัติ เพราะ งานของ CEO จะกว้างกว่ามาก กับต้องมีการพัฒนามาจากอีกทางของการจัดการเชิงกลยุทธ์และการบริหารการเปลี่ยนแปลงทางปฏิบัติในการทำธุรกิจจริง

นั่นคือ ทักษะกับความรู้ในด้าน “การออกแบบ” หรือจัดวางกลยุทธ์ การรื้อปรับระบบ วิธีทำงานให้มีความทันสมัย การแปลงสภาพองค์การ กับการบริหารการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาองค์การ ซึ่งหากมองเป็นเทคนิคความรู้กับทักษะจะเป็นด้านที่ต่างจาก HR เคยมี คือ ต้องวางแผนกลยุทธ์จนออกมาเป็นแผนธุรกิจที่ใช้ปฏิบัติได้ กับต้องแน่ใจว่าการมุ่งทำการตลาดนั้นสามารถสร้างผลกำไรได้ด้วย พร้อมกับมีการเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานแบบใหม่ รู้จักใช้ ไอ ที เพื่อการควบคุมทางไกล ด้วยระบบข้อมูลทางบริหาร พร้อมกับการมีระบบปฏิบัติงานทันสมัย ที่ปล่อยให้พนักงานทำงานตัดสินใจแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้อย่างอิสระได้ด้วยตนเอง โดยเกาะติดกับการเปลี่ยนแปลงของความต้องการของลูกค้าได้ตลอดเวลา พร้อมกับการทำบริการหรือตอบสนองความพอใจ ด้วยกลไกการสื่อสารที่เชื่อมโยงมนุษย์ทุกฝ่ายถึงกันได้นั่นเอง

ท้ายที่สุด ขอฝากบอกถึง คุณสมบัติที่จำเป็นเพื่อการเป็น CEO คือ
1. ต้องเก่งบัญชีบริหาร และวางแผนกลยุทธ์จนถึงแผนธุรกิจและการตลาดได้
2. ต้องเก่งการรื้อปรับระบบ และสร้างประสิทธิภาพด้วย ไอที
3. ต้องเข้าใจถึงการเปลี่ยนพฤติกรรม และ การบริหารแก้ไขความขัดแย้งได้
4. เข้าใจถึงวิธีบริหารผลงาน [Performance Management ]
5. สามารถสร้างระบบงานที่ช่วยให้พนักงานได้รับรู้ข่าวสารข้อมูล มีการเรียนรู้ตลอดเวลาและรู้ถึงปัญหาการปฏิบัติ กับให้สามารถรับรู้และตัดสินใจปฏิบัติงานแก้ไขปัญหาได้ด้วยตัวเอง หรือ การรู้จักสร้างระบบ Recognition & Response

ดังนี้ การจัดการสอนด้วยโปรแกรม MBA-HRM จึงไม่ใช่วิธีช่วยให้ HR เก่ง MBA ได้จริง หากแต่ต้องเป็น HR ที่เก่งเทคนิคด้าน HR ก่อน แล้วจากนั้นการเพิ่มพูนทักษะกับขยายความรู้ด้าน MBA ทางปฏิบัติให้ปรากฏผลออกมาขณะทำบทบาทหน้าที่ HR จะสมจริงและมีประสิทธิภาพมากกว่า

โอกาสที่ HR Manager จะได้เป็น CEO โดย : ธงชัย สันติวงษ์

1 Comment

  1. สาระ says:

    เห็นด้วยครับ เพราะบางครั้งการเรียนในห้องเรียนอย่างเดียว มันไม่ได้ทำให้เราเก่งขึ้นมาหรอก แต่เราต้องรู้สึกชอบกับสิ่งที่ทำ และหมั่นขวนขวายด้วย

Leave a Reply

© 2011 Copyright MBA News Thailand. All Rights Reserved.
  • Twitter
  • Facebook