You Are Here: Home » Inter Article, MBA Inter, Study Abroad » ตะลุยเดี่ยวไปเรียน MBA เมืองมะกัน ตอนที่ 2

เรื่องโดย : Pantipa Sansawat

และแล้วเราก็มาเหยียบแผ่นดินอเมริกาจนได้ พอมาถึงปุ๊บยังไม่ทันหาย Jet Lag เลย วันรุ่งขึ้นต้องไปโรงเรียนละ มี Orientation นักเรียนใหม่ เพื่อนพี่สาวขับรถมาส่งที่โรงเรียน ใช้เวลาขับรถประมาณ 45 นาที (ไกลมากกก) พอเข้าไปในห้อง โห! นี่เรามาเรียนอเมริกาหรืออินเดีย(วะ)เนี่ยะ ทำไมคนอินเดียเยอะจัง คนจีนกะไต้หวันก็เยอะ แต่มีคนไทยรวมเราด้วยแค่ 2 คนเอง แถมคนอินเดียพูดอังกฤษก็ฟังยากอีกตะหาก เลยแนะนำตัวกันแบบงงๆ  (Nice to meet you คำนี้พูดบ่อย ประมาณ 80% ของการสนทนากับเพื่อนใหม่ ในวันนั้น ก็ภาษายังไม่แข็งแรงนี่นา T T) หลังจากแนะนำโรงเรียนเสร็จ ก็ไปพบอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อเลือกลงทะเบียนเรียน รวดเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน Orientation เพียง 2 วัน ก็สามารถลงทะเบียนเรียน ทำบัตรนักศึกษา เปิดบัญชีธนาคาร ฟังรุ่นพี่แนะนำชมรม สมัครเข้าชมรม พูดคุยกับรุ่นพี่ ฯลฯ เยอะมาก รวบรัด ตัดความดีชอบๆ

หลังจาก Orientation ผ่านไป มีเวลา 5 วัน ให้เตรียมตัวก่อนเปิดเทอม สิ่งที่ต้องทำคือซื้อ Textbook ลงเรียนไป 4 วิชา ต้องซื้อ Textbook รวม 8 เล่ม ไม่ถูกเลยนะเนี่ยะ เล่มนึงคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 1,000 -3,500 บาท แต่อย่าเพิ่งตกใจ เราสามารถสั่งซื้อออนไลน์ได้ ในราคาที่ถูกกว่าที่โรงเรียนขายมากกว่า 50% เลยทีเดียว (มือสองก็ได้นะ ประหยัดได้อีกโข ก็งกนิดนึงอ่ะนะ)  เวบที่เราสามารถซื้อหนังสือได้ มีหลายเวบเลย ไม่ว่าจะเป็น ebay, amazon, half, abebooks, alibris, barnesandnoble ฯลฯเยอะแยะมากมาย เทียบราคาหลายๆ เวบดู จะเห็นว่าประหยัดไปได้เฉียดหมื่นทีเดียว นอกจากนี้ก็ต้องศึกษาเส้นทางไปโรงเรียนเพราะต้องนั่งรถสาธารณะ ไม่มี Taxi เหมือนกรุงเทพฯ ลำบากกว่าเยอะเลย แถมรถบัส รถไฟก็มีเวลาที่แน่นอน ไม่ได้มาทุก 5-10 นาทีแบบบ้านเรา พลาดไป 1 คัน รอไปเลย 1 ชั่วโมง แถมต้องหาซื้อพวกเสื้อโค๊ท, รองเท้าบูท, เสื้อผ้าหนาๆ และอุปกรณ์กันหนาวอื่นๆ อีกจิปาถะ (เสื้อหนาวหนาๆ ไม่ต้องซื้อมาจากเมืองไทย เพราะกินพื้นที่กระเป๋าแถมยังกันหนาวไม่ได้อีก)

เปิดเรียนวันแรก ถึงเวลาแห่งการผจญภัยด้วยการเดินทางอันแสนยาวนานไปโรงเรียน เนื่องจากต้องการประหยัดค่าที่พักและค่ากินอยู่เลยเลือกที่จะมาอยู่บ้านพี่สาว ไม่อยู่หอพักโรงเรียนให้เปลืองตังค์ ก็ต้องทนลำบากกับการเดินทางนิดหน่อย ลืมบอกไปว่า MBA ที่ New Jersey Institute of Technology (NJIT) เป็นคลาสตอนเย็น 6-9 pm. วันละ 1 วิชา เรียน 4 วิชาก็ต้องมาเรียนอาทิตย์ละ 4 วัน เริ่มต้นการเดินทางดังนี้ 2.45 pm ออกจากบ้าน เดินไปสถานีรถไฟ 20 นาที ขึ้นรถไฟ จาก Ramsey ไปลง Secaucus แล้วต่อรถไฟอีกขบวนไปลง Penn Station ใช้เวลา 1 ชั่วโมงนิดๆ (ค่าตั๋ว $9.75) แล้วนั่งรถ Light Rail ไปลง Warren Station ซึ่งอยู่ตรงสนามบอลโรงเรียนพอดี (ค่าตั๋ว $1.25) รวมเวลาเดินทางเกือบ 2 ชั่วโมง  (รวมเวลาเดินและรอรถ) สรุปว่าไป-กลับ ใช้เวลาเดินทางเกือบ 4 ชั่วโมง กลับถึงบ้านตอน 5 ทุ่ม ค่าเดินทางอีก $20 (เหงื่อตกกันไปเลย) หลังจากนั้น 2 อาทิตย์….คิดและไตร่ตรองวงจรชีวิตที่น่าเศร้าเช่นนี้แล้ว ก็ตัดสินใจซื้อรถมันเลยดีกว่า เมื่อคำนวณจุดคุ้มทุนเสร็จก็ซื้อมันซะ รถที่นี่ถูกมากๆ (เมื่อเทียบกับเมืองไทย) ซื้อรถ Beetle ปี 2001 มือสองมาในราคา $5000 เมื่อรวมค่าประกัน คิดเป็นเงินไทย ไม่ถึง 200,000 บาท ขับ 2 ปี ขายต่อได้อีก เอาวะ!! ซื้อๆ

หลังจากซื้อรถ ก็ต้องซื้อ GPS ด้วย ไม่งั้นหลงทางแย่ (ทุกวันนี้ขนาดมี GPS ก็ยังมีหลงบ้าง) พอมีรถคันนี้ ชีวิตก็เริ่มดีขึ้น ออกจากบ้าน 5 โมงเย็น กลับถึงบ้าน 4 ทุ่ม ค่าเดินทางบวกค่าทางด่วน ไป-กลับ รวมๆ $8 อ่า! ค่อยยังชั่ว ซื้อเวลาให้ตัวเองได้เยอะเลย
มาพูดถึงการเรียนการสอนในห้องบ้างดีกว่า เวลาเรียนในห้องทุกคลาสจะต้องแสดงความคิดเห็น ถือเป็นคะแนน Participation ถึง 20% ทีเดียว และคนที่นี่ก็ขยันทำแต้มกันซะเหลือเกินเดี๋ยวยกมือ เดี๋ยวถาม เดี๋ยวตอบ เดี๋ยว discuss โอ๊ววว!! เข้าเรียนอาทิตย์แรก งงไปเลย อย่าว่าแต่พูดเลย ฟังยังไม่ทันเลย คนอินเดียทำปัญหาให้อีกละ ก็ฟังไม่รู้เรื่องอ่ะ แถมต้องทำงานกลุ่ม ต้องถกต้องเสนอกันตลอดเวลา กลับถึงบ้านอยากจะร้องไห้ คิดถึงบ้าน คิดถึงแม่ คิดถึงอาหารไทย โดยเฉพาะส้มตำ อยากกลับบ้านนนน

วันนั้นถึงวันนี้ ก็ผ่านมาได้ 2 เดือนเข้าสู่เดือนที่ 3 ความเคยชินเริ่มเข้าหา ชินกับสำเนียงคนอินเดีย คนจีน คนไต้หวัน ชินกับวิธีการเรียนของที่นี่ ได้รู้จักเพื่อนใหม่จากการทำงานกลุ่ม ได้พูดได้คุย ทำให้พัฒนาการทางด้านการฟังและการพูดดีขึ้นมาก มีกำลังใจขึ้นเยอะเลย (ขับรถก็ดีขึ้น หลงทางน้อยลง) และหวังว่าวันต่อๆ ไปของการเรียนรู้ชีวิตที่อเมริกาจะดีขึ้นในทุกๆ วัน คิดถึงเมืองไทยมาก แต่ขอทำความฝันให้เป็นจริงก่อนแล้วค่อยกลับไปบ้านเรา … ยังไงก็สำนึกรักบ้านเกิดแหละนะ

มาเรียนอเมริกาไม่ใช่เรื่องงานและก็ไม่ใช่เรื่องยาก ขอแค่มีความมุ่งมั่นและตั้งใจ แค่นั้นก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว

Tags:

Leave a Reply

© 2011 Copyright MBA News Thailand. All Rights Reserved.
  • Twitter
  • Facebook