You Are Here: Home » Business, Top Article » ซี.พี.อินเตอร์เทรดโชว์แผนตลาด

ซี.พี.อินเตอร์เทรด ผู้นำตลาดข้าวในประเทศ และผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ติดอันดับท็อปไฟว์ เปิดแผนตลาดค้าข้าวปี 53 ผนึกพันธมิตรจัดส่งเสริมการขาย เปิดร้าน “RU Shop” ทั้งในและต่างประเทศ ดันยอดขายทะลุ 40,000 ล้านบาท ไม่หวั่นภัยแล้ง เพลี้ยระบาดนาข้าว มั่นใจไทยไม่ขาดแคลนวัตถุดิบ พร้อมเปิดโรงงานปรับปรุงข้าวแห่งใหม่กำลังผลิตกว่า 1 ล้านตัน พ.ค.ศกนี้

นายสุเมธ เหล่าโมราพร ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ซี.พี.อินเตอร์เทรด จำกัด  บริษัทหลักกลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้นำตลาดข้าวในประเทศ โดยมีส่วนแบ่งตลาดราว 15% และเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 5 เปิดเผยถึงแผนธุรกิจค้าข้าวของบริษัทในปีนี้ว่า บริษัท ซี.พี.อินเตอร์เทรดฯ ได้ตั้งเป้าหมายยอดขายข้าว ภายใต้แบรนด์ “ข้าวตราฉัตร” ทั้งในและต่างประเทศ ปริมาณรวม 1.6 ล้านตัน มูลค่าไม่ต่ำกว่า 40,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้แง่ปริมาณคิดเป็นสัดส่วนในและต่างประเทศ 50:50 ส่วนมูลค่าต่างประเทศจะสูงกว่าเพราะราคาส่งออกสูงกว่าในประเทศ โดยยอดขายเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่มีปริมาณ 940,000 ตัน มูลค่า 28,000 ล้านบาท

”มั่นใจว่าจะสามารถทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยความสำเร็จของซี.พี.อินเตอร์เทรด มีหลายปัจจัยประกอบกันไม่ว่าจะเป็นทีมงานที่มีความเข้มแข็งมีความสามารถ ข้าวไทยที่มีคุณภาพ ผู้ประกอบการที่เป็นคู่ค้า สถาบันการเงิน เกษตรกร เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยให้ซี.พี.อินเตอร์เทรดมีโอกาสประสบความสำเร็จได้ทั้งสิ้น ส่วนปัญหาวัตถุดิบคือข้าว ที่หลายคนเป็นห่วงว่าปีนี้อาจจะเกิดภัยแล้ง หรือการเกิดโรคเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลระบาดในหลายพื้นที่ของประเทศ ไม่น่าจะกระทบต่อผลผลิต เพราะข้าวปลูกได้หลายรอบหรือปลูกกันทั้งปี”

สำหรับกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อให้บรรลุเป้าหมายยอดขายดังกล่าว ได้ใช้งบทางการตลาดไม่ต่ำกว่า 400 ล้านบาท กลยุทธ์ที่สำคัญได้แก่การตอกย้ำแบรนด์ “ข้าวตราฉัตร” ที่ว่า “มาตรฐานแน่นอน ทุกถุง เหมือนกันทั่วโลก” อาทิ การโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ เอนเตอร์เทนเมนต์ มาร์เก็ตติ้ง นอกจากนี้เพื่อเป็นการขยายตลาดให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคอย่างกว้างขวาง ได้วางแผนขยายร้านข้าวชุมชน ในรูปร้านค้าปลีก หรือ RU Shop (Royal Umbrella Shop) ซึ่งปีนี้มีเป้าหมายขยายร้านข้าวชุมชน เพิ่มเป็น 1,000 แห่ง จากปัจจุบันที่มีอยู่ 400 แห่ง

เหตุที่มีเป้าหมายขยายร้านข้าวชุมชน ให้ได้ 1,000 แห่งในปีนี้ โดยใช้งบการตลาดเฉพาะกลยุทธ์นี้มากถึง 120 ล้านบาท เพราะจากข้อมูลที่สำรวจพบว่าปัจจุบันการซื้อข้าวสารผู้บริโภคนิยมซื้อจากร้านค้าใกล้บ้าน มากกว่าที่จะซื้อจากช่องทางโมเดิร์นเทรด ซูเปอร์มาร์เก็ตหรือดิสเคาต์สโตร์ โดยผู้บริโภคซื้อข้าวถุงในร้านโชวห่วยและร้านสะดวกซื้อใกล้บ้านมากถึง 70% ในขณะที่ช่องทางโมเดิร์นเทรดมีเพียง 30%

นายสุเมธ กล่าวด้วยว่ากลยุทธ์ทางการตลาดในและต่างประเทศจะคล้ายๆ กันเช่น RU Shop ได้ทำในตลาดต่างประเทศเช่นเดียวกัน แต่อย่างไรก็ดีเนื่องจากตลาดต่างประเทศแต่ละประเทศจะมีขนบธรรมเนียมและพฤติกรรมผู้บริโภคที่แตกต่างกันจึงไม่สามารถใช้กลยุทธ์เดียวกับทุกประเทศได้ กลยุทธ์หลักต่างประเทศจึงใช้วิธีร่วมกับคู่ค้าจัดส่งเสริมการขาย โดยตลาดส่งออกที่สำคัญของซี.พี.อินเตอร์เทรด ปัจจุบันมากกว่า 50% อยู่ที่แอฟริกา ซึ่งปีนี้ยังคงให้ความสำคัญกับตลาดแอฟริกาเพราะเป็นประเทศที่การเมืองนิ่ง บริโภคข้าวไทยเกือบทุกชนิด

นายสุเมธ กล่าวตอนท้ายว่าเพื่อรองรับแผนการตลาด เดือนพฤษภาคม ศกนี้ ซี.พี.อินเตอร์เทรด จะเปิดโรงงานปรับปรุงคุณภาพข้าวแห่งใหม่ ที่อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีกำลังผลิตมากกว่า 1 ล้านตัน ปัจจุบันบริษัทมีโรงงานปรับปรุงอยู่แล้ว 2 แห่งที่อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี และที่อำเภอวังแดง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กำลังผลิตรวม 450,000 ตัน

ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ

Tags: ,

Leave a Reply

© 2011 Copyright MBA News Thailand. All Rights Reserved.
  • Twitter
  • Facebook