You Are Here: Home » Inter Article, MBA Inter » B-School อินเตอร์ กับความโดดเด่นไม่เหมือนใคร

B-School นอกอเมริกาสร้างความแตกต่างด้วยความใกล้ชิดสนิทสนม วิชามนุษยธรรม และหลักสูตรที่เร่งรัดให้กับผู้เรียน

เขียนโดย : Jane Porter
แปลโดย : นฎา ชาคริยานุโยค

          วันแรกของการเรียน MBA ที่โรงเรียนธุรกิจ Queen ใน Kingston, Ont. Michele Romanow ก็ต้องแปลกใจเมื่ออาจารย์วิชาเศรษฐศาสตร์มหัพภาคเรียกชื่อทักทายเธอทั้งๆ ที่ทั้งสองเพิ่งพบกันเป็นครั้งแรก นอกจากนี้ก็ยังมีอาจารย์อีกท่านหนึ่งที่โทรเข้า BlackBerry คุยกับเธอในวันหยุดสุดสัปดาห์ด้วย อาจารย์ท่านนี้ได้เชิญชวนเธอให้มาเสนอแผนธุรกิจในชั้นเรียน MBA สำหรับผู้บริหารถึงสี่ชั้นเรียนด้วยกันเพื่อให้เธอได้มีโอกาสรับทราบความคิดเห็นของผู้มีความรู้คนอื่นๆ ที่มีต่องานของเธอ หลังจากที่จบการศึกษาในฤดูใบไม้ผลิ Romanow ก็ได้เปลี่ยนแผนหันมาทำธุรกิจจัดหาที่วางจำหน่ายไข่ปลาคาเวียร์ เธอกล่าวว่า “ ถ้าคุณต้องการความช่วยเหลือใดใดแล้วละก็ คุณจะได้รับเป็นสามเท่าเลยทีเดียว ”

       Queens นั้นเป็นมหาวิทยาลัยที่มีหลักสูตร MBA ที่ได้รับการจัดอันดับโดย BusinessWeek ให้อยู่ในอันดับที่หนึ่งมาติดต่อกันถึงสามครั้ง ซึ่งที่นี่มีสิ่งที่พิเศษอยู่อย่างหนึ่งคือ ความใกล้ชิดสนิทสนมที่ทางมหาวิทยาลัยมีให้กับผู้เรียน ซึ่งเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมให้ Queens มีความโดดเด่นมากกว่าสถานที่เรียน MBA อื่นๆ อันมีอยู่อย่างดาษดื่น หากมองย้อนไปในอดีต หลักสูตร MBA นานาชาติในประเทศต่างๆ นั้นก็มีจุดขายธรรมดาๆ คือ ผู้เรียนจะได้รับประสบการณ์การเรียนที่มีบรรยากาศของความเป็นนานาชาติ ซึ่งก็ได้ผลในขณะนั้น แต่เมื่อมหาวิทยาลัยในอเมริกาเริ่มที่จะเปิดรับนักเรียนต่างชาติและเปิดวิทยาเขตในต่างประเทศ มหาวิทยาลัยเหล่านั้นก็ต้องแสวงหาวิธีการใหม่มาแข่งขันกับมหาวิทยาลัยของอเมริกา ซึ่ง ณ ขณะนี้ มหาวิทยาลัยนอกอเมริกาที่มีหลักสูตร MBA ติดอยู่ในสิบอันดับแรกของโลก ก็ได้สร้างความแตกต่างให้กับตัวเองด้วยการสรรหาสิ่งใหม่ๆ ที่สามารถดึงดูดใจผู้เรียน ไม่ว่าจะเป็นการฝึกสอนส่วนตัว วิชาเรียนด้านมนุษยธรรม และหลักสูตรเร่งรัดที่ช่วยให้ผู้เรียนได้เรียน MBA จบ ในระยะเวลาเรียนเพียงครึ่งเดียวของภาคปกติ  

          ความเปลี่ยนแปลงนี้ได้สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับมหาวิทยาลัยหลายๆ แห่ง จำนวนผู้สมัครเรียน MBA จากอเมริกาที่สมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัยที่อื่นนั้นเพิ่มขึ้นถึง 35% ในเวลาสี่ปีที่ผ่านมา “ มหาวิทยาลัยต่างๆ ก็ต้องสร้างความแปลกใหม่ขึ้นมาบ้างเพื่อให้เป็นที่น่าสนใจ ” Stacy Blackman, ที่ปรึกษาการสมัครเรียน MBA ของมหาวิทยาลัยนอกอเมริกากล่าว “ มหาวิทยาลัยเหล่านั้นทันโลกมากกว่าเมื่อแปดปีที่แล้ว ”

          ด้วยความที่หลักสูตร MBA ของมหาวิทยาลัยนอกอเมริกานั้นเปิดแบบเล็กๆ ทางมหาวิทยาลัยจึงมีโอกาสให้ประสบการณ์การเรียนอย่างใกล้ชิดกับผู้เรียนได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ยากสำหรับหลักสูตร MBA ในอเมริกา โดยที่ Queens นักศึกษาแต่ละคนสามารถเข้าถึงผู้สอนพิเศษได้ถึงห้าคน นับตั้งแต่ผู้ฝึกการพัฒนาส่วนตัวซึ่งเป็นคนที่เข้าห้องเรียนพร้อมนักศึกษาไปจนถึงครูผู้ฝึกออกกำลังกายในฟิตเนส หรืออย่างที่ IMD ( อันดับ 7) ในโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นักศึกษาจะได้รับชั่วโมงการบำบัดตัวเองให้เข้าใจตัวเองและรู้วิธีการจัดการกับตัวเองให้ดียิ่งขึ้น เป็นเวลา 20 ชั่วโมง ซึ่งทีมของผู้ฝึกนั้นสนับสนุนให้นักศึกษามีความคิดที่แตกต่างกันอันเป็นการผลักดันให้นักศึกษาได้รู้จักวิธีการรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่ได้ราบรื่นเสมอไป “ วัตถุประสงค์หลักส่วนหนึ่งของผู้ฝึกก็คือต้องการให้ในกลุ่มนักศึกษาเกิดความแตกต่างหลากหลาย ” Ole Jakob Skjelten นักศึกษาจากเมืองซูริคผู้ซึ่งเรียนจบจาก IMD เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่แล้วกล่าวไว้

ฝึกให้เกิดความหลากหลาย

           ทริปไปเรียนต่างประเทศและหลักสูตรนานาชาติที่เปิดเสริมของมหาวิทยาลัยในอเมริกานั้น ไม่อาจเทียบได้เลยกับประสบการณ์การเรียนหลักสูตร MBA ในมหาวิทยาลัยนอกอเมริกา ที่ London Business School (อันดับ 5) ในการเรียนปีแรก นักศึกษาจะถูกจัดกลุ่มโดยให้กลุ่มหนึ่งมีนักศึกษาหกคนซึ่งมาจากคนละประเทศทั้งสิ้น ส่วนที่ INSEAD (อันดับ 3) ที่ฟองแตงเบลอ ประเทศฝรั่งเศส นักศึกษาที่มาจากประเทศเดียวกันจะมีไม่เกิน 10% ของในแต่ละคณะ และที่ Madrid’s IE Business School (อันดับ 2) ในชั้นเรียนมีนักศึกษาอยู่ 287 คน จาก 55 เชื้อชาติ นักศึกษาที่ IE นั้นจัดว่ามีความหลากหลายมากที่สุดในโลกกลุ่มหนึ่ง Rodrigo Sanchez Hidalgo ผู้ซึ่งเรียนจบเมื่อเดือนธันวาคม ก็มีเพื่อนร่วมชั้นจาก 15 ประเทศด้วยกัน เช่น คาซัคสถาน และ เอล ซัลวาดอร์ เป็นต้น แต่ IE ยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ IE ยังต้องการให้นักเรียนมีความหลากหลายทางเชื้อชาติมากกว่าที่เป็นอยู่จึงได้เปิดสำนักงานสำหรับการรับสมัครเรียนและทำการตลาดที่ สิงคโปร์ ดูไบ เบอร์ลิน และลิสบอน โดยมีเป้าหมายคือ ผลิตบุคลากรที่สามารถทำงานอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมได้เป็นอย่างดี “ นี่ไม่ใช่หม้อที่หลอมละลายที่ทุกคนจะมาร่วมในวัฒนธรรมเดียวกัน ” Santiago Iñiguez de Ozoño คณบดีของหลักสูตรกล่าว

ในขณะที่หลักสูตรในอเมริกายังคงรูปแบบการเรียนสองปีอยู่ มหาวิทยาลัยในยุโรปและแคนาดากลับย่นระยะเวลาเรียน MBA ให้เหลือหนึ่งปี ในปี 2005 the Richard School of Business ของ มหาวิทยาลัย Western Ontario ( อันดับ 4) ปรับระยะเวลาการเรียนจากสองปีมาเป็น 12 เดือน ซึ่งในตอนแรกก็ยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก แต่เมื่อปีที่แล้วก็มีผู้สมัครเพิ่มขึ้นถึง 40% เลยทีเดียว สำหรับ London Business School ก็ได้ปรับหลักสูตรเมื่อสองปีที่แล้วเช่นกัน โดยให้นักศึกษาเรียนจบได้ภายใน 15 เดือน แทนที่จะเป็น 21 เดือน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้ LBS สามารถแข่งขันกับหลักสูตรอย่าง IMD ซึ่งเป็นหลักสูตรที่สั้นที่สุดของหลักสูตรการเรียน MBA สิบอันดับแรกของโลกที่ไม่ใช่จากอเมริกา โดยที่นี่ ผู้เรียนสามารถเรียนจบได้ในเวลา 10 เดือนกว่าๆ

          อย่างไรก็ตาม แม้หลักสูตรจะสั้นลงแต่ก็มีความแปลกใหม่เสริมเข้ามาซึ่งทำให้เกิดความแตกต่างจากหลักสูตรในอเมริกา โดยอย่าง IE นั้นก็มีหลักสูตรที่เรียกว่า LAUNCH ซึ่งเปิดสอนสองสัปดาห์แรกในต้นปีโดยสอนวิชาต่างๆ ในเรื่องของการสื่อสาร ส่วนที่ Saïd Business School ( อันดับ 10) ของ Oxford University ที่นี่ นักศึกษาจะได้รับการส่งเสริมให้เรียนการประกอบการทางด้านมนุษยธรรมและสังคม และสำหรับที่ Toronto Rotman School of Management ( อันดับ 8 ) เมื่อสองปีที่แล้ว ก็มีการนำการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องมนุษยธรรมมารวมอยู่ในหลักสูตร ซึ่งวิชาเรียนต่างๆ นั้นเป็นส่วนหนึ่งที่คณบดี Roger Martin เรียกว่า หลักสูตร “ การคิดอย่างผสมผสาน ” ซึ่งผลักดันให้นักศึกษาสามารถแก้ปัญหาทางธุรกิจด้วยวิธีการที่ต่างจากแบบแผนเดิมๆ โดย Martin แสดงความเห็นว่า “ หลักสูตรนี้ส่งเสริมให้เข้าใจในวิธีการใหม่ๆ แทนที่จะเพียงแค่ขบคิดอยู่กับการวิเคราะห์ที่มีอยู่แล้ว ” และหลักสูตรนี้ได้เริ่มเป็นที่สนใจแก่ผู้ว่าจ้างอย่างเช่น NBBJ, IDEO และ Continuum ซึ่งเป็นบริษัทออกแบบของอเมริกา  

        แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการรับพนักงานจากต่างประเทศจะสูง รวมทั้งหลักสูตร MBA นอกอเมริกาก็เปิดแบบเล็กๆ แต่บริษัทชั้นนำในอเมริกากลับเริ่มที่จะสนใจผู้ที่จบจากหลักสูตร MBA จากสถาบันที่อยู่นอกอเมริกาเหล่านี้ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าจับตามองอยู่ แต่ทั้งนี้ นักศึกษานานาชาติก็จะไม่ตกงานอยู่แล้ว เพราะอันที่จริงหลักสูตร MBA นอกอเมริกากำลังต้องการป้อนคนให้บริษัทที่ไม่ใช่ของอเมริกาที่ต้องการขยายความเป็นสากล ที่ Alpina ซึ่งเป็นโรงงานนมและเครื่องดื่มในโคลัมเบีย มีแผนจะเสนองาน 15 ตำแหน่งให้กับนักศึกษา MBA ของ IE ในปีนี้ และก็วางแผนจะจ้างงานนักศึกษาที่จบจาก INSEAD, LBS และ IESE ในปี 2009 และสำหรับผู้ที่กำลังจะเรียน MBA ที่กำลังมองหาประสบการณ์การเรียนใน B-school ที่หาไม่ได้ในอเมริกา การพิจารณาถึงนายจ้างในอนาคตก็น่าจะเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจเลือกที่เรียนได้ 

ดูตารางจัดอันดับ Business School นอกอเมริกาที่นี่

Tags: ,

Leave a Reply

© 2011 Copyright MBA News Thailand. All Rights Reserved.
  • Twitter
  • Facebook